วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเงินสด“แสนล้าน”…ก่อนเลือกตั้ง

เงินสด“แสนล้าน”…ก่อนเลือกตั้ง

เผยแพร่

spot_img

สัญญาณเตือนทาง“การเมือง”

หรือความตื่นตระหนกทาง”การเงิน“

                               สัปดาห์ที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยข้อมูลอ้างอิงจากสถิติธนบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ในช่วง 4 เดือนก่อนการเลือกตั้ง มีการเบิกถอนเงินสดออกจากระบบรวมกว่า 160,816 ล้านบาท โดยเฉพาะเดือนกันยายน 2568 เพียงเดือนเดียวมีการเบิกถอนสูงถึง 127,010 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นายชัยวัฒน์ตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขดังกล่าวสวนทางกับนโยบายมุ่งสู่สังคมไร้เงินสด และเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสำคัญ จึงตั้งคำถามว่าเงินสดจำนวนมหาศาลนี้อาจเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงก่อนการเลือกตั้ง

                                ธนาคารแห่งประเทศไทยชี้แจงว่า การเบิกถอนเงินสดที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงดังกล่าวเป็นผลจากความกังวลของประชาชนและภาคธุรกิจต่อมาตรการขยายผลการอายัดบัญชีม้า ทำให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมจากการทำธุรกรรมออนไลน์มาใช้เงินสดในช่วงเวลาสั้น ๆ ขณะเดียวกัน ร้านค้าหลายแห่งก็หันมารับชำระค่าสินค้าและบริการเป็นเงินสดมากขึ้น ธปท. ระบุว่าสถานการณ์ดังกล่าวได้คลี่คลายลงแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม และการใช้จ่ายของประชาชนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมยืนยันว่าได้ติดตามการเบิกถอนเงินสดที่ผิดปกติอย่างใกล้ชิด

                              อย่างไรก็ดี  ตัวเลขการเบิกถอนเงินสดที่พุ่งสูงผิดปกติในช่วงใกล้การเลือกตั้งถือเป็นสัญญาณที่หลีกเลี่ยงการตั้งคำถามได้ยาก เนื่องจากในหลายประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ และเม็กซิโก มีการบันทึกว่า ปริมาณเงินสดในระบบมักเพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้ง เนื่องจากเงินสดยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการระดมเครือข่ายทางการเมือง การเกิดขึ้นของตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยหลายปีในช่วงเวลาอ่อนไหว จึงถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงทางการเมือง มากกว่าจะเป็นเพียงความผันผวนตามฤดูกาล

                             อีกประเด็นสำคัญคือโครงสร้างของการเบิกถอนเงินสด ซึ่งมีรายงานจากแหล่งข่าวในวงการธนาคารว่าการถอนจำนวนมากเกิดขึ้นเป็นก้อนใหญ่ระดับหลายสิบถึงหลายร้อยล้านบาทต่อครั้ง ลักษณะดังกล่าวไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้เงินสดของประชาชนทั่วไป แต่ใกล้เคียงกับรูปแบบการจัดการเงินของกลุ่มทุนหรือเครือข่ายขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน บทเรียนจากต่างประเทศ เช่น อินเดียและไนจีเรีย ชี้ให้เห็นว่า เมื่อรัฐดำเนินมาตรการปราบปรามบัญชีม้าและธุรกรรมผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น เงินนอกระบบและเงินเพื่อกิจกรรมทางการเมืองมักยิ่งหันมาใช้เงินสดมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

                                ภายใต้บริบทดังกล่าว ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่การสรุปว่าเงินสดแสนล้านบาททั้งหมดถูกนำไปใช้ในทางใดทางหนึ่ง แต่คือความจำเป็นที่หน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักงาน ปปง. จะต้องสื่อสารกับสังคมอย่างโปร่งใสในระดับที่กฎหมายอนุญาต เช่น การอธิบายว่าการเบิกถอนเงินสดกระจุกตัวในพื้นที่ใด เป็นการถอนจากกลุ่มผู้ใช้เงินประเภทใด และมีลักษณะการนำไปใช้เช่นใด

                               การให้ข้อมูลเชิงโครงสร้างในลักษณะนี้จะช่วยลดข้อสงสัยของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นว่าเงินสดจำนวนมหาศาลที่เคลื่อนไหวในช่วงใกล้การเลือกตั้ง ไม่ได้ถูกปล่อยให้ไหลไปโดยปราศจากการกำกับดูแล

2569-01-13  “ชัยทัศน์“ 

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่