หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเมื่อ..การบินไทย “ฟื้นแล้ว…!” อย่าให้การเมืองพากลับไปล้มอีก

เมื่อ..การบินไทย “ฟื้นแล้ว…!” อย่าให้การเมืองพากลับไปล้มอีก

เผยแพร่

spot_img

 การกลับมาฟื้นตัวของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หลังผ่านกระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลาย ไม่ได้เป็นเพียงข่าวดีขององค์กรแห่งหนึ่ง หากแต่เป็น “บทเรียนเชิงโครงสร้าง” ที่สะท้อนชัดว่า เมื่อธุรกิจขนาดใหญ่ถูกปลดออกจากอำนาจการเมือง และเดินตามกลไกตลาดอย่างแท้จริง โอกาสอยู่รอดและฟื้นตัวมีความเป็นไปได้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

                             ก่อนเข้าสู่แผนฟื้นฟู การบินไทยเผชิญปัญหาขาดทุนสะสมต่อเนื่องยาวนาน ท่ามกลางข้อครหาด้านธรรมาภิบาล การจัดซื้อจัดจ้าง และนโยบายเชิงการเมืองที่ไม่สอดคล้องกับหลักธุรกิจการบินสากล โดยในอดีตเคยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายใน และบางกรณีถูกส่งให้หน่วยงานอิสระตรวจสอบ แต่ผลลัพธ์จำนวนมากยังไม่ปรากฏความคืบหน้าอย่างชัดเจนต่อสาธารณชน

                              การนำการบินไทยออกจากสถานะรัฐวิสาหกิจ และเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูภายใต้การกำกับของศาลแรงงาน ถือเป็นจุดตัดสำคัญที่ลดบทบาทฝ่ายการเมืองออกจากการตัดสินใจเชิงธุรกิจโดยพฤตินัย ผลที่เกิดขึ้นคือการปรับโครงสร้างองค์กร ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และยึดหลักประสิทธิภาพเชิงพาณิชย์เป็นแกนกลาง จนนำไปสู่การกลับมามีผลประกอบการที่ดีขึ้น   และพ้นจากแผนฟื้นฟูในที่สุด

                                อย่างไรก็ตาม กระแสความพยายามของฝ่ายการเมืองบางส่วนในการกลับเข้าไปมีบทบาทต่อการกำหนดทิศทางของการบินไทยอีกครั้ง กำลังกลายเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่อาจมองข้ามได้ โดยเฉพาะในบริบทที่บริษัทมิได้เป็นรัฐวิสาหกิจอีกต่อไป แต่เป็นบริษัทมหาชนที่ต้องรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ และตลาดทุน 

                               การแทรกแซงเชิงนโยบายในลักษณะเดิม อาจนำไปสู่ความเสี่ยงซ้ำรอยอดีต

                              เสียงคัดค้านจากตัวแทนแรงงานและอดีตผู้นำสหภาพ แม้จะถูกมองว่าเป็นความขัดแย้งภายในองค์กร แต่ในอีกมุมหนึ่งก็สะท้อนความหวาดระแวงจากประสบการณ์ตรงของผู้ที่อยู่กับองค์กรในช่วงตกต่ำที่สุด บทเรียนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วว่า เมื่อการตัดสินใจเชิงธุรกิจถูกผูกโยงกับผลประโยชน์ทางการเมือง ความเสียหายมักตกอยู่กับองค์กร พนักงาน และประชาชนในฐานะผู้เสียภาษี

                                บทเรียนของการบินไทยจึงไม่ควรถูกลืม การฟื้นฟูที่เกิดขึ้น  ไม่ใช่เพราะอำนาจรัฐเข้มแข็งขึ้น แต่เพราะอำนาจรัฐถอยออก เปิดพื้นที่ให้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และกลไกตลาดทำงานอย่างแท้จริง 

                                คำถามสำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่ว่า “ใคร“ ควรเข้าไปกำกับการบินไทย  หากแต่คือ..สังคมไทยพร้อมหรือยังที่จะ  ”ไม่ย้อนกลับ“  ไปสู่ความผิดพลาดเดิมอีกครั้ง

17/12/2568    “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

กระเป๋าตังค์“แบนกว่า” ความรู้สึก !4 สัญญาณเศรษฐกิจฐานราก

จากรายงานระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index CCI) เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 53.2 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 6 เดือน แต่ยังต่ำกว่าระดับ 100

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...

ข่าวอื่นๆ

กระเป๋าตังค์“แบนกว่า” ความรู้สึก !4 สัญญาณเศรษฐกิจฐานราก

จากรายงานระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index CCI) เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 53.2 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 6 เดือน แต่ยังต่ำกว่าระดับ 100

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย