วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเหตุใดอุทกภัย “ยืดเยื้อ !“ หรือการบัญชาการที่ไม่เป็นเอกภาพ

เหตุใดอุทกภัย “ยืดเยื้อ !“ หรือการบัญชาการที่ไม่เป็นเอกภาพ

เผยแพร่

spot_img

5 วัน หลังมหาอุทกภัยถล่มหาดใหญ่และหลายพื้นที่ภาคใต้ ความช่วยเหลือยังเดินหน้าอย่างกระท่อน กระแท่น ท่ามกลางคำถามสำคัญ เพราะเหตุใด “รัฐไทยยุคใหม่” ยังจัดการน้ำท่วมแบบหลายศูนย์สั่งการ หลายผู้นำ และหลายเสียงที่ดังไม่เท่ากัน? 

หรือเรากำลังเห็นปัญหาเดิม ๆ ที่วนกลับมาอีกครั้ง แม้รัฐบาลจะอ้างว่าลงพื้นที่ตรวจงานแล้ว “นับครั้ง    ไม่หวาดไม่ไหว”

อุทกภัยครั้งใหญ่ที่หาดใหญ่ มีผู้ประสบภัยกว่า 240,000 คน และยังติดค้างรอความช่วยเหลือกว่า 77,000 คน  ดำเนินมาถึงวันที่ห้าโดยยังไม่คลี่คลายลง ทั้งที่นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่แล้วถึง สามครั้ง แต่ความเสียหายยังเพิ่มขึ้นจากฝนต่อเนื่องและมวลน้ำจาก อ.สะเดา ไหลสมทบเป็นระลอกใหม่ จนเกิดเสียงวิจารณ์ว่ารัฐ “เคลื่อนตัวช้า ไม่ทันเหตุการณ์” มากกว่าจะเป็นการบูรณาการ      แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบตามหลักการจัดการน้ำยุคใหม่

ความพยายามของรัฐบาลในการตั้งกลไกช่วยเหลือต่าง ๆ ทั้งศูนย์ฉุกเฉิน ศป.กฉ. ส่วนหน้า ที่นำโดย     ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รวมถึงบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะผู้อำนวยการจัดการน้ำ และการกำหนดให้ปลัด มท. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ตามระดับภัยพิบัติ “ระดับ 4” ล้วนสะท้อนภาพการบัญชาการที่ซ้อนทับกันหลายชั้นเหมือนระบบ “หลายหัวเรือ” ที่ไม่มีเข็มทิศกลาง 

นักวิชาการด้านภัยพิบัติชี้ว่า โครงสร้างกฎหมายที่ควรใช้กลับไม่ถูกนำมาใช้เต็มที่ กลไกที่ตั้งขึ้นก็ทำงานทับกันเอง จนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่สามารถจัดลำดับทรัพยากรหรือใช้กลไก 18 สายปฏิบัติการของระดับ 4 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเท็จจริงในพื้นที่ยืนยันตรงกันว่า “ไม่มีศูนย์กลาง” ที่สั่งการและประสานงานอย่างเป็นทางการในช่วง 2–3 วันแรก ส่งผลให้การกู้ภัยต้องอาศัยเสียงร้องจากโซเชียลเป็นหลัก  ใครตะโกนดัง ก็ได้ช่วยก่อน ขณะที่กลุ่มเปราะบางซึ่งไร้กำลัง ไม่ได้ส่งเสียงผ่านออนไลน์กลับเสี่ยงถูกหลงลืม นักกู้ภัยอิสระระบุชัดว่า หากไม่มีระบบ mapping แบบตารางโซนบ้านต่อบ้าน หน่วยกู้ภัยจะลงพื้นที่แบบซ้ำซ้อน หรือเลยจุดที่ควรช่วย ทำให้โรงพยาบาล ไฟฟ้า และอาหาร สามเสาหลักของการจัดการภัยพิบัติ ไม่สามารถกระจายถึงจุดวิกฤตได้รวดเร็วอย่างที่ควร

แม้หลายหน่วยงานเอกชนและอาสาสมัครลงพื้นที่อย่างเข้มแข็ง แต่การขนส่งอุปกรณ์ อาหาร และงบประมาณจำนวนมากเพื่อบรรเทาทุกข์ ย่อมเสี่ยงปัญหาการใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ รวมถึงการ “แฝงหาเสียง” ของนักการเมืองบางส่วนในช่วงวิกฤต ยิ่งทำให้ภาพรวมของรัฐดูสับสนและไม่เป็นเอกภาพ ประชาชนจึงตั้งคำถามว่า ท่ามกลางหลายศูนย์ หลายผู้นำ และหลายคำสั่งที่ขัดกันเอง …นั้น

ใครกันแน่คือผู้นำรับผิดชอบสูงสุดที่ควรยืนกลางวิกฤต ไม่ใช่เพียง “นับจำนวนครั้ง” ของการลงพื้นที่ แล้วหวังว่าน้ำจะลดลงเอง

เพราะสุดท้ายแล้ว…การแก้ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ ไม่ได้วัดกันที่ใครลงพื้นที่บ่อยที่สุด แต่ที่ “ใครสั่งการเป็น” ต่างหาก  และถึงวันนี้ คนหาดใหญ่ยังรอคำตอบอยู่เหมือนเดิม

“ชัยทัศน์“ ผู้เขียน

ข่าวล่าสุด

ข่าว Short News 2569-02-16

เกิดเหตุระทึกกลางงานคอนเสิร์ตที่พัทยา เมื่อ "เสี่ยตัน" พลาดตกเวทีความสูง 2 เมตร ขณะร่วมงานดนตรี ล่าสุดถูกนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพ-พัทยา พบอาการปวดต้นคอและหลัง แพทย์สั่งเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย