วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเห็นทีผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องรับเคราะห์ เมื่อเพิกเฉยต่อคำเตือนภัยพิบัติน้ำท่วม

เห็นทีผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องรับเคราะห์ เมื่อเพิกเฉยต่อคำเตือนภัยพิบัติน้ำท่วม

เผยแพร่

spot_img

น้ำท่วมครั้งใหญ่ในนครหาดใหญ่คร่าชีวิตประชาชนและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ขณะเดียวกันเกิดคำถามถึงความรับผิดชอบของนายกเทศมนตรีที่เพิกเฉยต่อคำเตือนของ สทนช. และ ปภ. แม้จะได้รับข้อมูลล่วงหน้าว่าน้ำอาจท่วมสูง แต่กลับประเมินด้วยคำว่า “เอาอยู่”

เหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในเทศบาลนครหาดใหญ่ สร้างความเสียหายวงกว้างทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของเมือง ขณะนี้กำลังกลายเป็นประเด็นทางกฎหมายหลังมีข้อมูลชัดว่า หน่วยงานส่วนกลางอย่างสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งเตือนล่วงหน้าให้พื้นที่เตรียมการอพยพประชาชน แต่ฝ่ายเทศบาลกลับยืนยันว่า “เอาอยู่” จนเกิดความสูญเสียที่อาจหลีกเลี่ยงได้หากมีการดำเนินการตามขั้นตอนป้องกันภัยตามกฎหมาย

นักกฎหมายชี้ว่า กรณีนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ซึ่งกำหนดหน้าที่ของผู้บริหารท้องถิ่นให้แจ้งเตือนประชาชน สั่งอพยพ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าภัยพิบัติอาจเกิดขึ้น มาตรา 31 และ 33 ระบุชัดเจนว่าการละเลยคำเตือนที่ได้รับจากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นการละเว้นหน้าที่โดยตรง และหากผลของการละเลยนั้นนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชน ผู้บริหารท้องถิ่นอาจต้องรับผิดชอบทั้งทางปกครองและทางอาญา

ในด้านตำแหน่งทางการเมือง นักกฎหมายย้ำว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายตาม มาตรา 78 แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ซึ่งเปิดทางให้ประชาชนยื่นถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่นที่ “ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ได้โดยตรง โดยขณะนี้มีรายงานว่าชาวบ้านบางส่วนกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ข้อเท็จจริงที่มีคำเตือนชัดเจนจากหน่วยงานด้านน้ำและภัยพิบัติ แต่กลับไม่มีคำสั่งอพยพหรือการแจ้งเตือนประชาชน ทำให้โอกาสในการยื่นถอดถอนมีน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากความรับผิดทางปกครองแล้ว นักกฎหมายบางส่วนยังเห็นว่า หากพิสูจน์ได้ว่าการเพิกเฉยมีส่วนทำให้เกิดการเสียชีวิตของประชาชน อาจต้องพิจารณาความรับผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาในข้อหาประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 

กรณีนี้จึงไม่ใช่เพียง “ความผิดพลาดทางการบริหาร” แต่เป็นประเด็นทดสอบความรับผิดชอบของผู้บริหารท้องถิ่นต่อหน้าที่ตามกฎหมาย และเป็นตัวอย่างสำคัญของการตรวจสอบอำนาจรัฐโดยภาคประชาชนในภาวะภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

คำว่า “เอาอยู่” กลับกลายเป็นบทเรียนราคาแพง เมื่อน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและชีวิตประชาชนอันเป็นภัยพิบัติ หลายคนคงต้องถามตัวเองว่า การเชื่อมั่นเกินไปนี่จะเรียกว่า “เอาไม่อยู่” ได้หรือไม่    ความมั่นใจในมือผู้บริหารบางครั้งอาจจมลงพร้อมกับน้ำ

2/12/2568    “ชัยทัศน์“  ผู้เขียน

ข่าวล่าสุด

ข่าว Short News 2569-02-16

เกิดเหตุระทึกกลางงานคอนเสิร์ตที่พัทยา เมื่อ "เสี่ยตัน" พลาดตกเวทีความสูง 2 เมตร ขณะร่วมงานดนตรี ล่าสุดถูกนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพ-พัทยา พบอาการปวดต้นคอและหลัง แพทย์สั่งเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย