วันอาทิตย์, มีนาคม 8, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT  แม้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จะเงียบลง แต่ความตึงเครียดกำลังม้วนตัวมากขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ  

  แม้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จะเงียบลง แต่ความตึงเครียดกำลังม้วนตัวมากขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ  

เผยแพร่

spot_img

 ไทยต้องระมัดระวังไม่ให้ใครมาลอบทำร้ายข้างหลังเท่านั้น
   ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายทางการเมืองภายใน จากวันสุดสัปดาห์การชุมนุมเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ให้นายกรัฐมนตรีลาออก และอดีตนายกรัฐมนตรีที่บงการการเมืองอย่างเปิดเผยให้ยุติการกระทำโดยชุมนุมจำนสนมากที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงค่ำ 

                      สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาก็กลับมาเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอีกครั้ง จากรายงานข่าวล่าสุดและการนำคณะทูตทหารจากกว่า 20 ประเทศไปตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย บ่งชี้ถึงความพยายามของฝ่ายไทยในการยกระดับประเด็นนี้ให้เป็นที่รับรู้ในระดับนานาชาติ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากการปะทะ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณทางการทูตที่แข็งกร้าวไปยังกัมพูชาและประชาคมโลก ถึงความจริงจังของไทยในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือน รวมถึงความเสียหายต่อสิ่งสาธารณูปโภคอย่างโรงพยาบาล ทำให้ประเด็นนี้มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนมากขึ้นกว่าเดิม

                           การนำคณะทูตทหารเข้าตรวจสอบพื้นที่ความเสียหายจากการบุกรุกโจมตีของทหารกัมพูชา ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาดของไทยในการสร้างความชอบธรรมให้แก่จุดยืนของตนเองในเวทีโลก การที่สถานทูตทหารจากหลากหลายประเทศได้เห็นร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงด้วยตาตนเอง ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือน ร้านค้า และโรงพยาบาลที่ถูกทำลาย ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกัมพูชาในสายตานานาประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน การกระทำที่ล้ำเส้นถึงขั้นโจมตีเป้าหมายพลเรือนถือเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน สิ่งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความรู้สึกไม่พอใจในหมู่ประชาชนไทยเท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่การทบทวนท่าทีของประเทศต่างๆ ที่มีต่อความขัดแย้งนี้

                    ในขณะที่กัมพูชายังคงปฏิเสธความรับผิดชอบหรืออ้างว่าเป็นการตอบโต้ที่จำเป็น แต่การที่นานาชาติได้รับทราบถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จะทำให้ข้ออ้างเหล่านั้นขาดน้ำหนักลงไป ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นนี้ การบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาลไทย โดยต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงกว่าเดิม ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาศักดิ์ศรีและอธิปไตยของประเทศไว้ให้ได้ด้วยอำนาจของฝ่ายทหารเป็นหลัก

              อดีตผู้นำกัมพูชาที่ยังกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ภายใต้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่เป็นบุตร  ยังคงหลงทางกับเกมส์พฤติกรรมเดิม ๆ ที่เคยใช้ได้ผลมาในอดีต 

             ที่สำคัญกำลังคืบคลานเข้าไปซุกใต้ปีกของมหาอำนาจหวังที่จะให้ปกป้องที่กำลังเพลี่ยงพล้ำทั้งการเมืองภายในและภายนอก

           ไทยไม่น่าจะต้องใช้ยุทธศาสตร์ทางการเมืองให้ลึกล้ำใด ๆ  เพียงแต่คอยระมัดระวังไม่ให้ใครมาลอบทำร้ายข้างหลังเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

เรื่อง ลำดับชั้น (Hierachy)ของนิกายชีอะ (Shia) นี้สำคัญมาก

การจะได้เลื่อนชั้นของระดับก่อนจะเป็นอะยาตอลล่าห์(Ayattollah)นั้น จะต้องได้รับการยอมรับจากนักวิชาการและมีลูกศิษย์( Followers) 200,000 คน

High Tea Concert เพลงสากลยุค 60-70-80s

ร่วมเฉลิมฉลองวาระประวัติศาสตร์ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ในบรรยากาศแห่งมิตรภาพไทย–อเมริกัน ที่ผสานเสียงเพลง ความทรงจำ และพลังแห่งความสุขไว้ด้วยกัน

“อาเทเฟห์” เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน

ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล อเมริกา และอิหร่าน เรื่องของ “อาเทเฟห์” (Atefah Rajabi Sahaaleh) เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน ได้ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง

ข่าวอื่นๆ

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...

รอยร้าวใต้แผ่นดินไทย  บททดสอบระบบเตือนภัยปี 2026

เหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มเมื่อปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงโศกนาฏกรรมของโครงสร้างอาคารที่ล้มเหลว แต่กลายเป็นสัญญาณเตือนถึง “รอยร้าวเชิงระบบ”