วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT ”แรงงานข้ามชาติ“…ฟันเฟืองที่ไทยขาดไม่ได้

 ”แรงงานข้ามชาติ“…ฟันเฟืองที่ไทยขาดไม่ได้

เผยแพร่

spot_img

เมื่อระบบ“ชั่วคราว” กลายเป็นปัญหา…“ถาวร”

                         แรงงานเมียนม่า ลาว กัมพูชา กับโจทย์ความมั่นคงแรงงานไทยในโลกความจริง

                         ประเทศไทยพึ่งพาแรงงานข้ามชาติจากเมียนม่า ลาว และกัมพูชาอย่างลึกซึ้ง โดยข้อมูลจากหน่วยงานรัฐและองค์การระหว่างประเทศระบุว่า ปัจจุบันมีแรงงานข้ามชาติในไทยรวมทั้งที่อยู่ในระบบและอยู่นอกระบบประมาณ 5.4-6.4 ล้านคน แรงงานกลุ่มนี้เป็นกำลังหลักของภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ทว่าการบริหารแรงงานที่ยังอาศัยมาตรการ “ชั่วคราว” เป็นหลัก กำลังสร้างความเปราะบางให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

                           ข้อมูลจากองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน ระบุว่า แรงงานข้ามชาติที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องในไทยมีมากกว่า 4.4 ล้านคน โดยแรงงานจากเมียนม่ามีจำนวนมากที่สุดกว่า 3 ล้านคน รองลงมาคือแรงงานจากกัมพูชาประมาณ 460,000-520,000 คน และแรงงานจากลาวราว 280,000-300,000 คน แรงงานเหล่านี้กระจุกตัวอยู่ในภาคเกษตร ก่อสร้าง การผลิต และบริการ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่แรงงานไทยไม่เพียงพอต่อความต้องการ

                          แม้รัฐจะมีระบบรับแรงงานหลายรูปแบบ เช่น ระบบ MOU  ข้อตกลงทวิภาคีระหว่างไทยกับประเทศต้นทาง และการอนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี แต่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ  ประเมินว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของแรงงานข้ามชาติอยู่ในสถานะนอกระบบกฎหมายแรงงานหรือไม่มีเอกสารถูกต้อง สาเหตุหลักมาจากขั้นตอนที่ซับซ้อน ค่าใช้จ่ายสูง และการผูกใบอนุญาตทำงานกับนายจ้างรายเดียว ทำให้แรงงานจำนวนมากหลุดจากระบบโดยไม่ตั้งใจ

                          นักวิชาการด้านแรงงานและองค์การระหว่างประเทศเสนอว่า ทางออกต้องย้ายจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การจัดการเชิงระบบ ได้แก่ (1) การออกใบอนุญาตทำงานระยะยาวมากขึ้นเพื่อลดการหลุดจากระบบ (2) การเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถเปลี่ยนนายจ้างได้โดยไม่เสียสถานะทางกฎหมาย (3) การลดขั้นตอนและต้นทุนการขึ้นทะเบียนแรงงาน และ (4) การพัฒนาฐานข้อมูลแรงงานกลางที่เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานรัฐ นโยบายเหล่านี้จะช่วยลดแรงงานนอกระบบ เพิ่มการคุ้มครองสิทธิแรงงาน และเสริมความมั่นคงให้กับภาคเศรษฐกิจที่พึ่งพาแรงงานข้ามชาติ

                          เป็นความจริงที่ “น่ากลัว” ว่าแรงงานข้ามชาติไม่จำเป็นต้องลุกขึ้นเรียกร้องอะไรเลย เพียงแค่ “ไม่มา” โรงงานก็หยุด ก่อสร้างก็ชะงัก และภาคเกษตรก็สะดุด 

                          ภาพนี้สะท้อนความจริงว่า แรงงานที่รัฐมองว่าเป็นเพียงแรงงานชั่วคราว แท้จริงแล้วคือแรงงานถาวรของระบบเศรษฐกิจไทย และคำถามสุดท้ายจึงไม่ใช่ว่าแรงงานจะอยู่ต่อหรือไม่ แต่คือรัฐไทยพร้อมหรือยังที่จะบริหารแรงงานที่ขาดไม่ได้เหล่านี้ ด้วยนโยบายที่จริงจังและยั่งยืน ก่อนที่ปัญหาจะมาประจันหน้าแล้วแก้ปัญหาไม่ได้

5/01/2569   “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่