หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“โมเดล-ขนมชั้น” สุขภาพคนไทยไม่เท่าเทียม ?   Medical Hub ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด

“โมเดล-ขนมชั้น” สุขภาพคนไทยไม่เท่าเทียม ?   Medical Hub ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | THAITRIBUNE

ประจำวันที่ 7 กรกฎาคม 2569

โดย-  “ชัยทัศน์”

                              ประเทศไทยกำลังได้รับความชื่นชมอย่างมากกับการเป็น “Medical Hub” อันดับ 8 ของโลก ทว่าความจริงเชิงโครงสร้างคือ เม็ดเงินจากคนไข้ต่างชาติกำลังเร่งให้ระบบสาธารณสุขไทยกลายสภาพเป็น “โมเดลขนมชั้น” ที่แบ่งแยกชนชั้นและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง ความเหลื่อมล้ำของ 3 กองทุนสุขภาพ (บัตรทอง-ประกันสังคม-ข้าราชการ) ประกอบกับวิกฤตสมองไหลของบุคลากรทางการแพทย์ออกจากภาครัฐปีละกว่า 1,000 คน กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้สูงอายุไทยกว่า 14 ล้านคน ที่ทำได้เพียงรับรู้ถึงความก้าวหน้าทางการแพทย์ระดับโลก แต่ในยามเจ็บป่วยพื้นฐานกลับต้องเผชิญกับความยากลำบากและข้อจำกัดในโรงพยาบาลรัฐที่ขาดแคลนกำลังคน

                              นับเป็นความย้อนแย้งในเชิงยุทธศาสตร์สาธารณสุข เมื่อประเทศไทยประสบความสำเร็จในการส่งออกภาพลักษณ์เมืองหลวงทางการแพทย์ที่ผู้ป่วยต่างชาติสามารถเข้าถึงการรักษาโรคที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ ทว่าในทางกลับกัน ผู้สูงอายุสิทธิบัตรทองในต่างจังหวัดกลับต้องเผชิญความยากลำบากเพียงเพื่อเข้าถึงการรักษาโรคพื้นฐาน เช่น การรับยารักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หรือการตรวจวินิจฉัยอาการปวดแน่นหน้าอก ระบบในปัจจุบันให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับคนไข้ต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูงผ่านบริการระดับพรีเมียมและการดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะที่ประชาชนไทยผู้เสียภาษีกลับต้องเผชิญกับความแออัดและมาตรฐานการบริการที่ลดหลั่นลงไปในโรงพยาบาลของรัฐ ความลักลั่นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านโยบายขับเคลื่อน Medical Hub กำลังมุ่งเน้นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่าการยกระดับสุขภาวะของคนในชาติ

                            โครงสร้างสาธารณสุขไทยในปัจจุบันถูกแบ่งแยกสิทธิประโยชน์ออกเป็นชั้นอย่างชัดเจน โดยชั้นบนสุดคือสิทธิข้าราชการที่สามารถเข้าถึงยานอกบัญชีหลักและการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ชั้นกลางคือสิทธิประกันสังคมของกลุ่มแรงงานที่ติดเงื่อนไขเพดานงบประมาณ และชั้นล่างสุดคือสิทธิบัตรทองที่ต้องโอบอุ้มประชากรและผู้สูงอายุส่วนใหญ่ของประเทศด้วยงบประมาณรายหัวที่จำกัด 

                            เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สิงคโปร์ ที่ขับเคลื่อน Medical Hub ควบคู่ไปกับระบบ MediShield Life ซึ่งมีการควบคุมเพดานราคาและจัดสรรสัดส่วนเตียงเพื่อดูแลพลเมืองอย่างเป็นระบบ หรือ มาเลเซีย ที่มีการประกาศราคากลางค่ายาและอุปกรณ์การแพทย์อย่างเข้มงวด จะเห็นได้ชัดว่าประเทศไทยยังคงปล่อยให้กองทุนสุขภาพทั้ง 3 ระบบนี้ดำเนินไปอย่างทุลักทุเล โดยยังไม่มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการทลายช่องว่างความเหลื่อมล้ำดังกล่าว

                           เมื่อเกิดภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินเร่งด่วนในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน   นโยบาย UCEP (เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิทุกที่) มักประสบปัญหาในทางปฏิบัติเนื่องจากโครงสร้างราคาของสถานพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลหลายแห่งที่มุ่งรองรับเกณฑ์ Medical Hub มีการตั้งราคาอุปกรณ์ทางการแพทย์ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมแพทย์ไว้สูงเกินกว่าที่ฐานเงินเดือนของคนไทยทั่วไปจะเข้าถึงได้ ปัญหาการตีความเกณฑ์ “ฉุกเฉินวิกฤตสีแดง” ที่ไม่ตรงกันระหว่างญาติผู้ป่วยและโรงพยาบาล บ่อยครั้งส่งผลให้ครอบครัวผู้ป่วยต้องยอมลงนามรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่สูงเกินจริง นำไปสู่ภาวะหนี้สินเฉียบพลันจากการรักษาพยาบาล ซึ่งสะท้อนว่าระบบราคากลางในปัจจุบันยังไม่สามารถคุ้มครองชีวิตประชาชนได้อย่างแท้จริง

                          ความสำเร็จในฐานะระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุดอันดับ 8 ของโลก จะไร้ความหมายและขาดความยั่งยืน หากความเจริญก้าวหน้าเหล่านั้นตั้งอยู่บนความทุกข์ยากของคนในชาติ รัฐบาลไม่สามารถปล่อยให้ภาคเอกชนเติบโตอย่างไร้กลไกควบคุม จนดึงดูดบุคลากรการแพทย์ออกจากระบบรัฐปีละนับพันคน โดยไม่หันกลับมาปฏิรูป “โมเดลขนมชั้น” ให้มีความเท่าเทียม 

ข่าวล่าสุด

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...

ศรัทธาสั่นคลอน… แต่จิตวิญญาณไม่เคยทิ้ง “ศาสนา”

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 26 กันยายน  2569 วิกฤต “ผ้าเหลือง” เขย่าความเชื่อมั่น เมื่อโลกดิจิทัลทำให้ทุกความผิดถูกมองเห็น                          ข่าวพระภิกษุเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดวินัยหรือกฎหมาย ตั้งแต่เรื่องทรัพย์สิน ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไปจนถึงคดีอาญา กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของความเชื่อมั่นต่อองค์กรสงฆ์ไทย...

ข่าวอื่นๆ

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...