ASEAN ประคอง จีนเสริม สหรัฐฯ เคลม
สันติภาพที่ยังไม่มีเจ้าภาพชัดเจน
การหยุดยิงชายแดนไทย กัมพูชาครั้งที่สอง ซึ่งมีผลเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2568 ลดระดับความตึงเครียดทางทหารลงได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่เมื่อเสียงปืนเงียบลง เกมการทูตกลับเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าใครทำให้หยุดยิงได้ หากแต่คือใครกันแน่ที่กำลังกุมทิศทางสันติภาพในระยะต่อไป
ไทย กัมพูชา ASEAN จีน หรือมหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐฯ
หลังการหยุดยิงครั้งที่สอง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย พร้อมด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา เดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีนตามคำเชิญของรัฐบาลปักกิ่ง เพื่อหารือแนวทางสนับสนุนเสถียรภาพชายแดน โดยมี นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน เป็นเจ้าภาพ การพบหารือดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบทบาทของ ASEAN ที่ทำหน้าที่ประคองกระบวนการหยุดยิง ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ออกมาแสดงความยินดีและกล่าวอ้างว่าสหรัฐฯ มีส่วนช่วยจัดการหยุดยิง พร้อมเคลมบทบาทว่าตนเคยมีส่วนยุติสงครามมาแล้วถึง 8 ครั้ง
ในมุมของไทยและกัมพูชา การหยุดยิงสะท้อนความต้องการลดแรงกดดันด้านความมั่นคงและการเมืองภายใน พร้อมเปิดพื้นที่ให้การทูตทำงานมากกว่าการทหาร การเดินทางไปจีนของนายสีหศักดิ์และฝ่ายกัมพูชา แสดงให้เห็นว่าทั้งสองประเทศต้องการ “หลักประกันทางการเมือง” จากมิตรประเทศที่มีอิทธิพล เพื่อเสริมความมั่นใจว่าการหยุดยิงจะไม่ล่มลงง่าย ๆ นี่คือการคำนวณเชิงเหตุผลของรัฐขนาดกลางที่ต้องการเสถียรภาพมากกว่าการเผชิญหน้า
สำหรับ ASEAN บทบาทหลักยังคงเป็นผู้ประสานและรักษาฉันทามติของภูมิภาค ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องการไม่แทรกแซงกิจการภายใน ทำให้องค์กรยังขาดกลไกบังคับใช้ที่ชัดเจน ขณะที่จีนภายใต้การนำด้านการทูตของหวัง อี้ เลือกเข้ามาในฐานะ “ผู้เสริมแรง” มากกว่าผู้ชี้ขาด โดยใช้ความสัมพันธ์เชิงลึกและน้ำหนักทางการเมืองสร้างแรงจูงใจให้ทั้งสองฝ่ายรักษาสถานะสงบ จีนจึงไม่แทนที่ ASEAN แต่เข้ามาเติมในจุดที่ ASEAN ยังทำได้จำกัด
ส่วนสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารบทบาทด้านสันติภาพบนเวทีโลก
สันติภาพชายแดนครั้งนี้จึงอาจเปรียบได้กับโต๊ะเจรจาที่ทุกฝ่ายพร้อมแสดงความตั้งใจในช่วงเริ่มต้น แต่คำถามสำคัญยังคงอยู่ที่ว่า ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลกระบวนการนี้อย่างต่อเนื่องจนสามารถแปรเปลี่ยนความสงบชั่วคราวให้กลายเป็นสันติภาพที่ยั่งยืนได้
4/01/2569 “ชัยทัศน์“



