วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTไทยตัดสินใจถูกต้อง ยกเลิกปฏิญญาสันติภาพ พฤติการณ์เลวร้ายซ้ำซากของกัมพูชา

ไทยตัดสินใจถูกต้อง ยกเลิกปฏิญญาสันติภาพ พฤติการณ์เลวร้ายซ้ำซากของกัมพูชา

เผยแพร่

spot_img

  ในสถานการณ์เลวร้ายซ้ำซาก ไทยตัดสินใจยกเลิกปฏิญญาสันติภาพกับกัมพูชาเพื่อปกป้องชีวิตทหารและอธิปไตยของชาติ ขณะที่ประชาคมโลกจับตาพฤติการณ์ที่น่ารังเกียจของเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด

                              นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ระบุเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าการระงับปฏิญญาสันติภาพเป็นมาตรการจำเป็น หลังทหารไทยได้รับบาดเจ็บและสูญเสียอวัยวะเป็นคนที่ 7 จากเหตุทุ่นระเบิดบริเวณชายแดน เหตุการณ์เกิดขึ้นแม้จะมีการลงนามปฏิญญาร่วมกันระหว่างไทย-กัมพูชาเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ทำให้รัฐบาลไทยเห็นความจำเป็นต้องใช้มาตรการเข้มข้นเพื่อปกป้องประชาชนและรักษาอธิปไตย

                            เพื่อสร้างความเข้าใจและยืนยันมาตรการดังกล่าว นายกรัฐมนตรีอนุทินได้หารือทางโทรศัพท์กับ นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม แห่งมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน และ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ทั้งสองฝ่ายยืนยันสนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม และสหรัฐฯ รับรองว่าจะไม่เชื่อมโยงประเด็นการระงับปฏิญญากับการเจรจาภาษีการค้าไทย-สหรัฐฯ ที่อยู่ในอัตรา 19% ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสพิจารณาปรับลดเพิ่มเติม หากไทยสามารถดำเนินการถอนทุ่นระเบิดอย่างรวดเร็วและโปร่งใส

                        แม้มีข้อท้วงติงว่าการเจรจาผ่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียอาจเข้าข้างกัมพูชา แต่การสื่อสารผ่านผู้นำมาเลเซียทำให้ไทยสามารถย้ำให้คู่กรณีปฏิบัติตามเงื่อนไขปฏิญญาอย่างเคร่งครัด และเป็นการยกระดับประเด็นไปสู่เวทีภูมิภาคอย่างเหมาะสม

                       ในขณะเดียวกัน นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน วิจารณ์นายกรัฐมนตรีว่าโหนกระแสชาตินิยมเพื่อหวังคะแนนนิยมมากกว่า  แต่หลักฐานข้อเท็จจริงและคำชี้แจงต่อสาธารณชนชี้ชัดว่าการตัดสินใจเกิดจากความจำเป็นในการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน ไม่ใช่แรงกดดันจากต่างชาติหรือช่วงชิงเวลาของชาติไปหาเสียง

                         การดำเนินการของไทยในสถานการณ์นี้เหมาะสมที่สุด ทั้งในเชิงการทูตและความมั่นคง และช่วยให้ประชาคมโลกเห็นว่า พฤติการณ์น่ารังเกียจซ้ำซากของกัมพูชาเป็นที่เลื่องลือ จนไทยเองก็เอือมระอา 

                        ดังนั้น การสื่อสารชัดเจนกับสหรัฐฯ และมาเลเซียทำให้ไทยสามารถรักษาผลประโยชน์และสร้างแรงกดดันรอบด้านต่อกัมพูชาโดยไม่เสียเปรียบ

                          ในสถานการณ์เลวร้ายนี้ ความสุขุมลุ่มลึกและการยึดมั่นกติกาโลกของไทย กลายเป็นแบบอย่างสง่างามให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เห็นชัดเจนว่าบางครั้งการ “เอือมระอา” ก็เป็นพลังแห่งความชอบธรรมได้

ข่าวล่าสุด

ข่าว Short News 2569-02-16

เกิดเหตุระทึกกลางงานคอนเสิร์ตที่พัทยา เมื่อ "เสี่ยตัน" พลาดตกเวทีความสูง 2 เมตร ขณะร่วมงานดนตรี ล่าสุดถูกนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพ-พัทยา พบอาการปวดต้นคอและหลัง แพทย์สั่งเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย