วันจันทร์, มีนาคม 9, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTไทยยังคงพบปัญาหาและอุปสรรคกับการแก้ไขปัญหาแนวชายแดนต่อไปอีกด้วยความเกเรของกัมพูชา

ไทยยังคงพบปัญาหาและอุปสรรคกับการแก้ไขปัญหาแนวชายแดนต่อไปอีกด้วยความเกเรของกัมพูชา

เผยแพร่

spot_img

 จากรายงานของกองทัพภาคที่ 2 เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 พบว่า ฝ่ายกัมพูชาได้ย้ายรถถังเข้าตั้งฐานยิงตรงข้ามช่องตาเฒ่า ห่างฝั่งไทยราว 300 เมตร พร้อมกับใช้อาวุธเบาและระเบิดยั่วยุในยามค่ำคืนริมแนวรั้วลวดหนาม จ.สุรินทร์ ฝ่ายไทยแม้ไม่มีการตอบโต้ แต่ย้ำว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแก้ไขข้อพิพาทชายแดน

                      จากข้อเท็จจริงดับต่อไปนี้

 1. การเสริมกำลัง-เคลื่อนย้ายอาวุธหนักสร้างแรงกดดัน

แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงร่วมกัน แต่ข้อที่ 3 ของ “ข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อ” ระบุอย่างชัดเจนว่า “ห้ามเพิ่มเติมกำลังตลอดแนวชายแดน” และข้อ 4 ห้าม “จัดกิจกรรมทางทหารในพื้นที่พิพาท หรือใกล้ที่ตั้งของอีกฝ่าย”   ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ฝ่ายกัมพูชานำรถถัง 1 คันเข้าตั้งยิงบริเวณช่องตาเฒ่า ห่างฝั่งไทยเพียง 300 เมตร ซึ่งชี้ชัดถึงการละเมิดข้อตกลง หรือละเมิดเจตนารมณ์ของการสร้างบรรยากาศที่ไม่ตึงเครียด

                             การเคลื่อนย้ายอาวุธหนักเช่นรถถังเข้าพื้นที่แนวหน้า ถือว่าสร้าง “ความได้เปรียบเชิงยุทธวิธี” และเป็นสัญลักษณ์การแสดงอำนาจ (power projection) ที่อาจบีบให้ฝ่ายไทยต้องเผชิญกับ “ตัวเลือกตอบโต้” ทั้งด้านการทหารและการเมือง

                      2. ยุทธวิธียั่วยุในยามค่ำคืน  ยิงปืน ขว้างระเบิด เกาะแนวรั้ว

                            จากรายงานระบุว่าคืนวันที่ 24 กันยายน ในเวลา 20.50 น. ได้มีการยิงปืนเล็ก 3 นัดเข้ามาระยะ 150 เมตร พร้อมตรวจพบแสงไฟ 5 จุด บริเวณแนวรั้วลวดหนาม ตลอดจนเวลา และเวลา  02.50 น. ได้ยินเสียงระเบิดขว้างใกล้จุดตรวจสามแยก ต. ตาเมียง

                           การปฏิบัติดังกล่าวแสดงลักษณะของ “การทดลองแนวรับ”  หรือ “การแหย่ให้ตอบโต้”  หากฝ่ายไทยตอบโต้ ก็อาจถูกมองว่าเป็นฝ่ายเริ่มละเมิด ทั้งนี้ ข้อตกลงหยุดยิงกำหนดไว้ว่าหากเกิดเหตุ “โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ” ทั้งสองฝ่ายต้องนำเรื่องเข้าสู่กลไกทวิภาคีเพื่อแก้ไข  

ยิ่งไปกว่านั้น หากมีพลเรือนกัมพูชามาอยู่ใกล้แนวรั้ว ก็มีโอกาสถูกใช้เป็น “โล่” หรือสะพานป้องกันทางการเมือง หากเกิดการตอบโต้จากฝั่งไทย

                   3. การใช้สื่อออนไลน์และข้อกล่าวหาที่ไร้หลักฐาน  นับเป็นกลยุทธ์ทางข้อมูล  ด้วยเหตุกัมพูชาเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนกล่าวหาว่า “ไทยโจมตีพลเรือนกัมพูชา” สื่อกัมพูชาอย่าง Khmer Times รายงานว่า กองทัพไทยโจมตีกลุ่มพลเรือนในหลายพื้นที่ ซึ่งกระตุ้นความตึงเครียดและความรู้สึกต่อต้านไทยในระดับสาธารณะ  

                       ต่อมาฝ่ายกัมพูชาโต้ตอบว่าไม่ได้เริ่มยั่วยุหรือละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และเรียกร้องให้ไทยชี้แจงต่อองค์การสหประชาชาติ และลดกำลังทหารชายแดน  

กลยุทธ์เช่นนี้เป็นอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาจริงจัง เพราะมัน “เบลอเส้นแบ่ง” ระหว่างข้อเท็จจริงทางทหารกับการบดบังข้อมูลในระดับสาธารณะ ทำให้การสร้างความชอบธรรมบนเวทีระหว่างประเทศกลายเป็นโจทย์ที่ซับซ้อน

                    4 อุปสรรคต่อกลไกแก้ปัญหาระดับทวิภาคี  ทั้ง RBC / GBC ถูกทดสอบหนัก

                          ไทยและกัมพูชาได้ตกลงกลไกทวิภาคีไว้หลายรูปแบบ ได้แก่ GBC (คณะกรรมการชายแดนทั่วไป) และ RBC (คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค) ตาม “ความตกลงชายแดนไทย–กัมพูชา” ที่ลงนามตั้งแต่ปี 2538  

ที่ประชุม GBC สมัยพิเศษเมื่อ 9 กันยายน 2568 ได้เห็นชอบ 5 ข้อ เช่น ถอนอาวุธหนักออกจากชายแดนและเก็บกู้ทุ่นระเบิด   แต่การละเมิดล่าสุดขัดกับเป้าหมายเหล่านั้น

ในฝั่ง RBC เมื่อเดือนสิงหาคม มีการแถลง 11 ข้อ ย้ำให้ไม่มีการยั่วยุจากฝ่ายทหารและพลเรือน   แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเมิด ก็จะทำให้ความไว้วางใจพังทลาย และกลไกสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาจะถูกทิ้งไว้เฉย ๆ

                         เมื่อกลไกระดับทวิภาคีถูกทดสอบเช่นนี้ การเปิดเวทีระหว่างประเทศ เช่น UNGA หรือชี้แจงต่อองค์กรระหว่างประเทศ อาจกลายเป็นทางเลือกที่ฝั่งไทยต้องใช้ในการธำรงจุดยืนในแง่สิทธินานาชาติ

                              นับจากนี้ไป   ไทยจะต้องพบกับปัญหาและอุปสรรคจากการที่เพื่อนบ้านเกเรคนนี้ยังมีพฤติการณ์ที่น่ารังเกียจในสังคมนานาประเทศ โดยจะต้องใช้ความรอบคอบในทุกมิติอย่างระมัดระวัง

ข่าวล่าสุด

Beyond Power and Technology: “A Call for Moral Leadership”

We are all human. We are born the same way, and we all require the same basic necessities to survive. How, then, have we allowed greed to consume us?

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

คนไทยสกัด “แคลเซียมพรีเมียม” จากปลาหมอคางดำ

คุณภาพเทียบชั้นแซลมอน คว้ารางวัลระดับโลก!  . ทิ้งภาพจำปลาไร้ค่าไปได้เลย! ใครจะไปเชื่อว่า "ปลาหมอคางดำ" ที่ก้างเยอะ หัวโต เนื้อน้อย จะถูกนักวิจัยไทยจับมาแปลงโฉมใหม่ สกัดเป็น "Bio-Calcium เกรดพรีเมียม" ที่คุณภาพเบียดตีคู่มากับปลาแซลมอนราคาแพง! งานนี้ไม่ได้เก่งแค่ในประเทศ แต่บินไปคว้า...

ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวแสตมป์ พระแม่ธรณีบีบมวยผม รับ ‘วันสตรีสากล’ 8 มีนาคม

“วันสตรีสากล” (International Women's Day : IWD) ถือเป็นการระลึกพลัง ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคม

ข่าวอื่นๆ

ประชามติจบในคูหา แต่เกมการเมืองเพิ่งเริ่ม

หลังประกาศผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนทางกฎหมายและการเมืองกำลังเข้าสู่ช่วงชี้ชะตา

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...