วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTไทยเปิดเกมการทูตเชิงรุก ชี้หลักฐานกัมพูชารุกรานก่อน

ไทยเปิดเกมการทูตเชิงรุก ชี้หลักฐานกัมพูชารุกรานก่อน

เผยแพร่

spot_img

เร่งสร้างความเข้าใจประชาคมโลก 

หลังทูต 73 ประเทศรับฟังข้อเสนอ

                         ควันปืนยังไม่ทันจาง รัฐบาลไทยรีบเปิดเกมการทูตเชิงรุก หวังพลิกภาพลักษณ์จาก “ผู้ถูกลากเข้าสู่ความขัดแย้ง” ให้โลกเห็นความจริงทั้งหมดอย่างเป็นระบบ เพื่อปิดประตูการบิดเบือนของกัมพูชา และย้ำชัดว่าไทยไม่มีวันยอมสูญเสียทั้งเลือดเนื้อและศักดิ์ศรีจากการรุกรานอีกต่อไป

                        กระทรวงการต่างประเทศเรียกคณะทูตถึง 73 รายเข้าฟังการชี้แจงแบบละเอียดทันทีหลังเหตุปะทะ เป็นสัญญาณที่ชัดว่าไทยต้องการ “ควบคุมการตีความของโลก” ตั้งแต่วินาทีแรก เหตุผลสำคัญคือความขัดแย้งประเภทนี้มักถูกตัดสินด้วยข้อมูลที่ปรากฏในเวทีระหว่างประเทศ ไม่ใช่เฉพาะเสียงปืนที่ชายแดนเท่านั้น 

                       การอธิบายไทม์ไลน์ 14 เหตุการณ์อย่างเป็นระบบ พร้อมหลักฐานว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน จึงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิด “ช่องว่างทางข้อมูล” ที่อีกฝ่ายสามารถใช้บิดเบือนเพื่อกดดันไทยในสื่อโลกหรือองค์กรระหว่างประเทศ

                       อีกด้านหนึ่ง ไทยต้องการให้ต่างชาติเห็นความเสียหายเชิงมนุษยธรรมอย่างแท้จริง ทหารเสียชีวิต บาดเจ็บหลายราย และพลเรือนกว่า 400,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน รวมถึงโรงเรียนและโรงพยาบาลจำนวนมากต้องหยุดทำงาน การชี้ให้เห็นว่าผลกระทบต่อพลเรือนไทยมีขนาดใหญ่กว่าที่กัมพูชานำเสนอในสื่อต่างประเทศ เป็นวิธีสร้าง “ความเข้าใจเชิงบริบท” เพื่อให้ประชาคมโลกเห็นว่าความอดทนของไทยมีขีดจำกัด และการตอบโต้ของไทยอยู่ภายใต้กรอบการป้องกันตนเองตามกติกาสากล

                         การเรียกทูตมาเลเซียและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสักขีพยานในปฏิญญาสันติภาพไทย กัมพูชา ยังสะท้อนความตั้งใจของไทยที่จะทำให้ข้อตกลงเดิมกลับมามีความหมายอีกครั้ง การดึงประเทศสักขีพยานเข้ามาร่วมรับรู้ข้อเท็จจริงคือการ “ผูกมัดความรับผิดชอบ” ของกัมพูชาต่อสังคมโลก และเปิดพื้นที่ให้ไทยสามารถยื่นข้อมูลต่อ UN หรือ UNSC โดยไม่ถูกมองว่าเป็นฝ่ายกล่าวหาเพียงลำพัง

                          ท้ายที่สุด สิ่งที่ไทยหวังคือการสร้างกรอบความเข้าใจใหม่ในหมู่ประชาคมโลกว่า ความตึงเครียดครั้งนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งสองฝ่ายธรรมดา แต่เป็นรูปแบบเดิมซ้ำ ๆ ของกัมพูชา การยั่วยุ เปิดฉากยิง ปฏิเสธความรับผิดชอบ พร้อมเผยแพร่ข้อมูลเท็จ เพื่อเปลี่ยนสนามสู้รบให้กลายเป็นสนามการเมืองระหว่างประเทศ ไทยต้องการทำให้ภาพลักษณ์ในเวทีโลกชัดที่สุดว่า ผู้ที่รักษากฎและกรอบสันติภาพคือไทย และผู้ที่ทำให้ข้อตกลงไร้ความหมายคือกัมพูชา

                         โลกอาจยังไม่รู้ว่าเรายังมีความอดทนเหลืออีกมาก แต่ไทยบอกให้ทราบตรงนี้ว่า ความอดทนต่อการละเมิดอธิปไตยมีจำกัด และไม่มีประเทศใดควรถูกทดสอบด้วยเลือดของทหารตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากกัมพูชาต้องการให้ประชาคมโลกเห็นใครคือฝ่ายยั่วยุจริงม วันนี้ไทยได้เปิดไฟส่องให้สว่างจนไม่เหลือเงาให้หลบอีกต่อไป

10/12/2568    “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

ข่าว Short News 2569-02-16

เกิดเหตุระทึกกลางงานคอนเสิร์ตที่พัทยา เมื่อ "เสี่ยตัน" พลาดตกเวทีความสูง 2 เมตร ขณะร่วมงานดนตรี ล่าสุดถูกนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพ-พัทยา พบอาการปวดต้นคอและหลัง แพทย์สั่งเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย