เร่งสร้างความเข้าใจประชาคมโลก
หลังทูต 73 ประเทศรับฟังข้อเสนอ
ควันปืนยังไม่ทันจาง รัฐบาลไทยรีบเปิดเกมการทูตเชิงรุก หวังพลิกภาพลักษณ์จาก “ผู้ถูกลากเข้าสู่ความขัดแย้ง” ให้โลกเห็นความจริงทั้งหมดอย่างเป็นระบบ เพื่อปิดประตูการบิดเบือนของกัมพูชา และย้ำชัดว่าไทยไม่มีวันยอมสูญเสียทั้งเลือดเนื้อและศักดิ์ศรีจากการรุกรานอีกต่อไป
กระทรวงการต่างประเทศเรียกคณะทูตถึง 73 รายเข้าฟังการชี้แจงแบบละเอียดทันทีหลังเหตุปะทะ เป็นสัญญาณที่ชัดว่าไทยต้องการ “ควบคุมการตีความของโลก” ตั้งแต่วินาทีแรก เหตุผลสำคัญคือความขัดแย้งประเภทนี้มักถูกตัดสินด้วยข้อมูลที่ปรากฏในเวทีระหว่างประเทศ ไม่ใช่เฉพาะเสียงปืนที่ชายแดนเท่านั้น
การอธิบายไทม์ไลน์ 14 เหตุการณ์อย่างเป็นระบบ พร้อมหลักฐานว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน จึงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิด “ช่องว่างทางข้อมูล” ที่อีกฝ่ายสามารถใช้บิดเบือนเพื่อกดดันไทยในสื่อโลกหรือองค์กรระหว่างประเทศ
ฃ
อีกด้านหนึ่ง ไทยต้องการให้ต่างชาติเห็นความเสียหายเชิงมนุษยธรรมอย่างแท้จริง ทหารเสียชีวิต บาดเจ็บหลายราย และพลเรือนกว่า 400,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน รวมถึงโรงเรียนและโรงพยาบาลจำนวนมากต้องหยุดทำงาน การชี้ให้เห็นว่าผลกระทบต่อพลเรือนไทยมีขนาดใหญ่กว่าที่กัมพูชานำเสนอในสื่อต่างประเทศ เป็นวิธีสร้าง “ความเข้าใจเชิงบริบท” เพื่อให้ประชาคมโลกเห็นว่าความอดทนของไทยมีขีดจำกัด และการตอบโต้ของไทยอยู่ภายใต้กรอบการป้องกันตนเองตามกติกาสากล

การเรียกทูตมาเลเซียและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสักขีพยานในปฏิญญาสันติภาพไทย กัมพูชา ยังสะท้อนความตั้งใจของไทยที่จะทำให้ข้อตกลงเดิมกลับมามีความหมายอีกครั้ง การดึงประเทศสักขีพยานเข้ามาร่วมรับรู้ข้อเท็จจริงคือการ “ผูกมัดความรับผิดชอบ” ของกัมพูชาต่อสังคมโลก และเปิดพื้นที่ให้ไทยสามารถยื่นข้อมูลต่อ UN หรือ UNSC โดยไม่ถูกมองว่าเป็นฝ่ายกล่าวหาเพียงลำพัง
ท้ายที่สุด สิ่งที่ไทยหวังคือการสร้างกรอบความเข้าใจใหม่ในหมู่ประชาคมโลกว่า ความตึงเครียดครั้งนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งสองฝ่ายธรรมดา แต่เป็นรูปแบบเดิมซ้ำ ๆ ของกัมพูชา การยั่วยุ เปิดฉากยิง ปฏิเสธความรับผิดชอบ พร้อมเผยแพร่ข้อมูลเท็จ เพื่อเปลี่ยนสนามสู้รบให้กลายเป็นสนามการเมืองระหว่างประเทศ ไทยต้องการทำให้ภาพลักษณ์ในเวทีโลกชัดที่สุดว่า ผู้ที่รักษากฎและกรอบสันติภาพคือไทย และผู้ที่ทำให้ข้อตกลงไร้ความหมายคือกัมพูชา
โลกอาจยังไม่รู้ว่าเรายังมีความอดทนเหลืออีกมาก แต่ไทยบอกให้ทราบตรงนี้ว่า ความอดทนต่อการละเมิดอธิปไตยมีจำกัด และไม่มีประเทศใดควรถูกทดสอบด้วยเลือดของทหารตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากกัมพูชาต้องการให้ประชาคมโลกเห็นใครคือฝ่ายยั่วยุจริงม วันนี้ไทยได้เปิดไฟส่องให้สว่างจนไม่เหลือเงาให้หลบอีกต่อไป
10/12/2568 “ชัยทัศน์“



