หน้าแรกINSIDE - INSIGHT2572 คลื่นความถี่  ทำ ”จอดับ“ หรือไปต่อ !  “ลดช่องทีวี” หรือ   “เพิ่มมือถือ” ? 

2572 คลื่นความถี่  ทำ ”จอดับ“ หรือไปต่อ !  “ลดช่องทีวี” หรือ   “เพิ่มมือถือ” ? 

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | THAITRIBUNE

ประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2569

โดย-  “ชัยทัศน์”

ส่องอนาคตสื่อไทย บนทางแพร่งปี  2572

จะ “ลดทีวี” หรือ “เพิ่มมือถือ” ? โจทย์ใหญ่ที่ไร้คำตอบจาก กสทช.

                            นับถอยหลังอีกเพียงไม่ถึง 3 ปี ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดินประเภทธุรกิจทั้ง 15 ช่องที่เหลือรอด จะสิ้นสุดอายุลงพร้อมกันในอัสดงแห่งปี พศ. 2572    แต่นาทีนี้ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กลับยังคงตกอยู่ในสภาวะสูญญากาศทางปฏิบัติ ไร้ซึ่งแนวทางที่ชัดเจนว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป ท่ามกลางกระแสกดดันจากภาคอุตสาหกรรมที่บีบให้รัฐต้องเลือกระหว่างการยื้อลมหายใจของฟรีทีวีแบบเดิม หรือการเรียกคืนคลื่นความถี่ไปอัปเกรดระบบโทรคมนาคมเพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดสำคัญที่สังคมต้องร่วมกันตั้งคำถามในวันนี้ว่า ทิศทางที่เหมาะสมของประเทศไทยควรจะเป็นการ “ลดทีวี” เพื่อ “เพิ่มมือถือ” หรือไม่

                             ย้อนรอยกลับไปในอดีต โทรทัศน์เมืองไทยเคยถูกผูกขาดอยู่บนระบบสัญญาสัมปทานอนาล็อกเพียง 6 ช่องหลักอันเป็นเสมือนเสือนอนกินรับเค้กโฆษณาก้อนยักษ์ จนกระทั่งเกิดการปฏิรูปครั้งใหญ่ในปี พศ. 2557 ด้วยการเปิดประมูลคลื่นความถี่สู่ยุคทีวีดิจิทัลจำนวน 24 ช่อง หวังสร้างเม็ดเงินเข้ารัฐมหาศาลกว่า 50,000 ล้านบาท 

                           หากแต่สัจธรรมของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคที่แปรเปลี่ยนล่วงหน้าล้ำกฎหมาย ได้กลายเป็นมรสุมใหญ่ที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญภาวะ “เจ็บลึก” จนต้องทยอยคืนใบอนุญาตและจอดำไปถึง 9 ช่อง ปัจจุบันเม็ดเงินโฆษณาที่เคยส่งเลี้ยงหน้าจอแก้วหลั่งไหลไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์และสตรีมมิ่งระดับโลกอย่างกว้างขวาง ทิ้งให้ช่องทีวีที่เหลืออยู่ต้องดิ้นรนประคองตัวรอดบนสมรภูมิที่ไม่ได้ทำกำไรมหาศาลเหมือนในวันวานอีกต่อไป

                         แม้ล่าสุด บอร์ด กสทช. จะมีการขยับตัวด้วยการเห็นชอบร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พศ.2569-2573) เพื่อวางกรอบนโยบายรองรับการเปลี่ยนผ่านและศึกษาแนวทางการจัดสรรคลื่นความถี่ในอนาคต แต่ในทางปฏิบัติจริง แผนดังกล่าวกลับเป็นเพียงตัวอักษรบนแผ่นกระดาษที่ยังคงนิ่งเฉยและไร้ผลสัมฤทธิ์ เนื่องจากขาดการคลอดมาตรการลูกหรือ “โรดแมป” ภาคสนามที่จะมาตอบคำถามสำคัญว่า หากถึงปี 2572 แล้ว กสทช. ยังคงเลือกใช้วิธีบังคับประมูลเคาะราคาแย่งชิงสิทธิ์แบบเดิม ใครเล่าจะยอมควักทุนมาเสี่ยงตายในอุตสาหกรรมที่กำลังตะวันตกดิน

                         สื่อสารมวลชนไทยกำลังก้าวเข้าสู่ทางแพร่งที่ต้องเลือกระหว่างการ “ลดจำนวนช่องบนเสาอากาศ” เพื่อจำกัดความสูญเสียและเปิดทางให้ช่องที่มีศักยภาพผันตัวเป็นผู้ผลิตเนื้อหาบนโลกออนไลน์เต็มตัว หรือจะดันทุรังเปิดประมูลซ้ำรอยแผลเก่าที่เคยล้มเหลวมาแล้วในอดีต

                        เมื่อพิจารณาในมิติทางเศรษฐกิจดิจิทัล คลื่นความถี่ย่านต่ำที่อุตสาหกรรมทีวีถือครองอยู่นั้น เปรียบเสมือนที่ดินทำเลทองที่มีคุณสมบัติส่งสัญญาณได้ไกลและทะลุทะลวงสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่ายโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่กำลังกระหายอยากได้เพื่อนำไปพัฒนาโครงข่าย 5G และรองรับ 6G ในอนาคต การปรับสัดส่วนด้วยการ “ลดทีวี เพิ่มมือถือ” จึงเป็นแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศได้มากกว่าการแช่คลื่นความถี่ไว้กับหน้าจอที่มีเรตติ้งดิ่งลงทุกวัน ทว่าเหรียญย่อมมีสองด้าน หากรัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลเลือกเดินหน้าลดสัดส่วนทีวีลงอย่างรวดเร็วเกินไป ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดภาวะเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลแก่กลุ่มผู้สูงอายุและประชากรในพื้นที่ห่างไกลที่ยังคงต้องพึ่งพาฟรีทีวีเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการเตือนภัยพิบัติ

                          หากมองข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน จะพบว่าชาติต่างๆ มีการขยับตัวและวางหมากรบล่วงหน้าอย่างแข็งแกร่งจนควรค่าแก่การเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “มาเลเซีย” ที่ กสทช. ของเขา (MCMC) บริหารจัดการอย่างชาญฉลาดด้วยการแยก “ท่อส่งสัญญาณ” ออกจาก “ผู้ผลิตคอนเทนต์” โดยจัดตั้งบริษัทกลางทำหน้าที่ดูแลโครงข่ายสัญญาณเพียงรายเดียวของประเทศ หรือที่ในทางเทคนิคเรียกว่า ระบบ MUX (Multiplexer) ซึ่งทำหน้าที่รวมสัญญาณโทรทัศน์หลายๆ ช่องเข้าด้วยกันแล้วส่งออกอากาศผ่านโครงข่ายเดียว

                         การใช้กลไก MUX ร่วมกันนี้ช่วยลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ซ้ำซ้อนให้แก่สถานีโทรทัศน์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งประกาศแผนทบทวนคลื่นความถี่ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ทำให้ค่ายมือถือและผู้ประกอบการสื่อสามารถเตรียมความพร้อมและปรับตัวได้ทันท่วงที แตกต่างจากบริบทของประเทศไทยที่มักนิยมใช้กลยุทธ์ “แก้ผ้าเอาหน้ารอด” รอกฎหมายจวนตัวแล้วจึงคลอดมาตรการเยียวยาแบบปะผุเป็นรายครั้ง

                     เป็นความน่ากังวลที่ในขณะอุตสาหกรรมสื่อและโทรคมนาคมกำลังนับถอยหลังสู่การสิ้นสุดใบอนุญาตในปี 2572 แต่หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐกลับยังคงขับเคลื่อนงานนโยบายอย่างเชื่องช้า โดยมักอ้างเหตุผลความจำเป็นในการรอรายงานผลการศึกษาจากบริษัทที่ปรึกษาและการปรับปรุงแผนแม่บท ท่ามกลางข้อกังขาของสังคมว่า แท้จริงแล้วสภาพความนิ่งเฉยที่เกิดขึ้นนี้ มีปฐมเหตุมาจากความล้มเหลวในการบริหารจัดการและปัญหาความขัดแย้งภายในองค์กร จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถกำหนดกลไกในการเดินหน้าในภาคปฏิบัติได้

                     วันนี้ กสทช. ต้องตอบประชาชนให้ได้ว่า จะสามารถขับเคลื่อนแผนแม่บทบนแผ่นกระดาษให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ทันเวลา หรือจะปล่อยให้ปัญหาภายในที่ม้วนกันเป็นคลื่นใต้น้ำ กลืนกินคลื่นความถี่กัดกินเวลาจนนำไปสู่วิกฤต “จอดำ” ที่สร้างความเสียหายต่ออธิปไตยทางข้อมูลข่าวสารของประเทศ 

ข่าวล่าสุด

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...

ศรัทธาสั่นคลอน… แต่จิตวิญญาณไม่เคยทิ้ง “ศาสนา”

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 26 กันยายน  2569 วิกฤต “ผ้าเหลือง” เขย่าความเชื่อมั่น เมื่อโลกดิจิทัลทำให้ทุกความผิดถูกมองเห็น                          ข่าวพระภิกษุเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดวินัยหรือกฎหมาย ตั้งแต่เรื่องทรัพย์สิน ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไปจนถึงคดีอาญา กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของความเชื่อมั่นต่อองค์กรสงฆ์ไทย...

ข่าวอื่นๆ

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

15,500 ล้าน…รัฐกำลัง “ป้องกันภัย” หรือรอจ่ายเมื่อภัยมา ?

อนุมัติกรอบงบประมาณ 15,500 ล้านบาท สำหรับจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้ที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ โดยรัฐเป็นผู้รับภาระค่าเบี้ย

ฝนมา…ความเสียหายมาก่อน Cell Broadcast?  บททดสอบใหญ่ “ระบบเตือนภัย” เตือนทัน หรือช้าเกินไป

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 กันยายน  2569                                ฝนกระหน่ำหนักระหว่างวันที่ 23–27 กันยายน 2569 ถูกกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง...