วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT 29 ส.ค. นี้  ชี้ขาดชะตานายกฯ “แพทองธาร” ปมคลิปเสียง “ฮุน เซน” ผลการพิจารณาของศาล รธน. จะตัดสินอย่างใด ย่อมเกิดการเปลี่ยนการเมืองที่กำลังร้อนแรงทั้งภายในและภายนอกประเทศ

 29 ส.ค. นี้  ชี้ขาดชะตานายกฯ “แพทองธาร” ปมคลิปเสียง “ฮุน เซน” ผลการพิจารณาของศาล รธน. จะตัดสินอย่างใด ย่อมเกิดการเปลี่ยนการเมืองที่กำลังร้อนแรงทั้งภายในและภายนอกประเทศ

เผยแพร่

spot_img

ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยคดีสำคัญที่สั่นคลอนเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทยในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ โดยเกี่ยวข้องกับสถานะของนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568  หลังกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา  36 คน ยื่นคำร้องกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง 

                              ทั้งนี้ จากกรณีคลิปเสียงที่ถูกบันทึกและเผยแพร่โดยสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา  ซึ่งเนื้อหาบางช่วงบางตอนมีการกล่าวถึงแม่ทัพภาคสองว่าเป็น “คนของฝั่งตรงข้าม” และประโยคที่ว่า “ถ้าท่านอยากได้อะไรก็ให้ท่านบอกมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวจะจัดการให้”  ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าคำพูดดังกล่าวเป็น “สารพัดเทคนิคเจรจา” เพื่อมุ่งรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ 

                          ประเด็นที่นักกฎหมายและนักวิชาการให้ความสำคัญอย่างยิ่งคือการพิจารณาว่าศาลรัฐธรรมนูญจะให้น้ำหนักต่อคลิปเสียงที่ถูกแอบบันทึกนี้ในฐานะพยานหลักฐานได้อย่างไร เพราะแม้ในคดีอาญา พยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบจะถูกตัดออก แต่ในคดีแพ่งและคดีของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีหลักการที่แตกต่างออกไป 

                        ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการไต่สวนเพื่อค้นหาความจริงอย่างกว้างขวางและไม่ถูกจำกัดด้วยกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัด  ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยยะสำคัญจากคดีของอดีตนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ที่ศาลได้วินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งด้วยข้อกล่าวหาเดียวกัน แต่เป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอย่างเป็นทางการและเป็นรูปธรรม  ในทางตรงข้าม คดีของนายกรัฐมนตรีแพทองธารเกี่ยวข้องกับคำพูดในการสนทนาส่วนตัว ซึ่งมีความซับซ้อนและน่าสนใจเป็นพิเศษ

                       ดังนั้น ผลการวินิจฉัยในวันนี้ วันที่ 29 สิงหาคม 2568 จึงระทึกกันต่อเนื่องว่านายกรัฐมนตรีจะ “รอด” หรือ “ไม่รอด” เนื่องจากผลจะขึ้นอยู่กับการชั่งน้ำหนักขององค์คณะตุลาการในหลายมิติ 

                     หากศาลเชื่อว่าคำพูดนั้นเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการทูตและไม่ได้นำไปสู่การกระทำที่สร้างความเสียหายอย่างเป็นรูปธรรม ก็อาจมีแนวโน้มให้รอดจากคดีได้ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะสุญญากาศทางการเมืองในระยะสั้น ๆ ได้ ซึ่งอาจจะเป็นช่วงขณะหนึ่งเท่านั้น

                     ในอีกทางหนึ่ง หากศาลเห็นว่าคำพูดดังกล่าวเป็นการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงและทำลายเกียรติภูมิของตำแหน่งอย่างร้ายแรง  โดยไม่สนใจเจตนาเบื้องหลัง ศาลอาจจะตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งเพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ทางการเมืองที่เข้มงวดขึ้นก็ได้ และเมื่อถึงเวลานั้นการเมืองจะเปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่ง

                       ไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใด การตัดสินครั้งนี้จะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญทั้งต่อความน่าเชื่อถือของกลไกการถ่วงดุลอำนาจและทั้งทิศทางการเมืองที่กำลังร้อนแรงทั้งภายในและภายนอกประเทศ

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่