วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง "แบก" 

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

เผยแพร่

spot_img

ทั้ง“รัฐบาล”  และ  “กติกาประเทศ”

 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ “รากฐาน” ของประเทศ     

                             ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรลงคะแนนที่ระบุคำถามสำคัญว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” นี่คือการรวมเอา “อำนาจบริหาร” (เลือก สส.) และ “อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ” (ประชามติ) มาไว้ในวันเดียวกันเพื่อประหยัดงบประมาณและกระตุ้นการมีส่วนร่วมให้ถึงขีดสุด

                             การออกเสียงครั้งนี้ถูกกำกับด้วย พรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พศ.2568 ซึ่งมีความพยายามปรับปรุงเกณฑ์การนับคะแนน แม้จะมีกระแสถกเถียงเรื่อง “เสียงข้างมากสองชั้น” (Double Majority) มาโดยตลอด แต่ในทางปฏิบัติ กฎหมายกำหนดให้การทำประชามติจะผ่านได้ต่อเมื่อมีผู้มาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิทั้งหมด และเสียงเห็นชอบต้องเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ 

                            ดังนั้น “การนอนหลับทับสิทธิ” หรือการไม่ไปใช้สิทธิประชามติ จึงมีค่าเท่ากับการปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงกติกาโดยปริยาย

                            ประเด็นที่สำคัญคือ คำถามประชามติในรอบแรกนี้เป็นการถามเชิง “หลักการ” เท่านั้น ประชาชนจะยังไม่เห็นมาตราหรือเนื้อหาใดๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การกาช่อง “เห็นชอบ” จึงถูกเปรียบเปรยว่าเป็นการ “ตีเช็คเปล่า” ให้กับกระบวนการร่างที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ในขณะที่ฝ่ายคัดค้านมองว่าเป็นความเสี่ยงที่จะสูญเสียกลไกคุ้มครองในรัฐธรรมนูญ 2560 เช่น มาตรการปราบโกงที่เข้มงวด หรือบทบาทขององค์กรอิสระที่อาจถูกปรับเปลี่ยนไป

                            แม้การทำประชามติจะเป็นเรื่องของกติกาประเทศ แต่ในทางปฏิบัติกลับถูกแทรกซึมด้วยนโยบายหาเสียง พรรคการเมืองต่างๆ เริ่มใช้จุดยืนต่อรัฐธรรมนูญเป็นอาวุธในการดึงคะแนนเสียง เช่น บางพรรคชูจุดเด่นเรื่อง “รัฐธรรมนูญประชาชน 100%” ในขณะที่บางพรรคยืนกราน “ไม่แตะหมวด 1 และ 2” 

                           ประเด็นรัฐธรรมนูญอาจถูกกระแสหาเสียงเรื่องปากท้อง “กลบ” จนทำให้ประชาชนหลงลืมความสำคัญของบัตรใบที่สามในมือ

                          เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ควรให้ความสำคัญกับการสังเกตรายละเอียดในพื้นที่ อาทิ การบริหารจัดการป้ายประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ ซึ่งอาจมีความแตกต่างจากการรณรงค์เลือกตั้งทั่วไป หรือการจัดเตรียมสถานที่และคูหาให้สอดรับกับการแยกหีบบัตรประชามติอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ หากการสื่อสารข้อมูลขั้นตอนต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าถึงระดับชุมชนได้อย่างครอบคลุม อาจส่งผลต่อความเข้าใจที่“คลาดเคลื่อน”  ของประชาชน และอาจถูกตีความได้ว่าเป็นข้อจำกัดในการส่งเสริมกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

                          สุดท้ายนี้ ประชาชนต้องตระหนักว่าผลของการลงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะส่งผล กระทบต่อ “สิทธิ” ที่จับต้องได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสิทธิสวัสดิการถ้วนหน้า การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น หรือโครงสร้างราคาพลังงาน ซึ่งทั้งหมดล้วนถูกกำหนดกรอบไว้ในรัฐธรรมนูญ 

                       ดังนั้น การลงมติ “เห็นชอบ” “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น“  ในวันนั้น จึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายที่ไกลตัว แต่คือการกำหนด “เพดาน” คุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคนในอนาคตอันใกล้

2569-01-20  “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่