วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTMOU ไทย-กัมพูชา  2 ฉบับ กำลังจะกลายเป็นวิกฤตศรัทธา เหตุที่รัฐบาล "ผลัก" ให้ประชาชนตัดสินใจ

MOU ไทย-กัมพูชา  2 ฉบับ กำลังจะกลายเป็นวิกฤตศรัทธา เหตุที่รัฐบาล “ผลัก” ให้ประชาชนตัดสินใจ

เผยแพร่

spot_img

 กระแสการพิจารณายกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา (MOU) ทั้ง พ.ศ. 2543 (MOU 43) ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก และ พ.ศ. 2544 (MOU 44) ว่าด้วยความร่วมมือในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ได้ถูกจุดให้ร้อนแรงอีกครั้ง  หลังจากรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีแนวคิดจัดการ “ประชามติ” ไปพร้อมกับการเลือกตั้งในปี 2569 โดยให้เหตุผลว่าเป็นการให้เกียรติและขอฉันทานุมัติจากประชาชนในเรื่องสำคัญ

                          นักวิเคราะห์หลายสำนัก และพรรคการเมืองฝ่ายค้านกลับมองว่า นี่คือการ “ผลักภาระ” ที่มีความละเอียดอ่อนซับซ้อนให้ประชาชนตัดสินใจแทนรัฐบาล ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารที่มีข้อมูลและกลไกในการตัดสินใจตามหลักการบริหารประเทศ 

                        เหตุผลสำคัญที่ทำให้การทำประชามติถูกตั้งคำถามอย่างหนักคือ “ความไม่เข้าใจในเนื้อหา” ของ MOU ทั้งสองฉบับอย่างกว้างขวางตามผลโพล ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่ใช่เจตจำนงที่แท้จริงหรือเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

                       MOU ทั้งสองฉบับเป็นเพียง “กรอบในการเจรจา” ไม่ได้เป็นการกำหนดเขตแดนโดยเด็ดขาด

                       MOU 43 เป็นกลไกสำคัญที่ผูกมัดให้กัมพูชาต้องเจรจาเรื่องเขตแดนทางบกกับไทยแบบทวิภาคี โดยอ้างอิงสนธิสัญญาเก่าแก่

                       แต่การที่ไทยระบุว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงกว่า 500 ครั้ง และปัญหาเขตแดนที่ยึดแผนที่คนละฉบับได้สะสมมานานกว่า 20 ปี สะท้อนถึง “ความล้มเหลวในการขับเคลื่อน” ภายใต้กรอบเดิม 

                       ส่วน MOU 44 มุ่งแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลขนาดใหญ่ที่อุดมด้วยทรัพยากร โดยกำหนดให้เจรจาทั้งการปักปันเขตแดนและการพัฒนาร่วมกันอย่างไม่แบ่งแยก 

ซึ่งข้อกังวลเรื่องการลากเส้นอ้างสิทธิ์ของกัมพูชาที่รุกล้ำเกาะกูดของไทยยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหว 

                       การยกเลิก MOU จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ง่ายดาย เพราะอาจทำให้ “กรอบการเจรจาหายไป” และอาจเปิดโอกาสให้กัมพูชานำประเด็นไปสู่เวทีระหว่างประเทศได้อีกครั้งตามความกังวลของผู้เชี่ยวชาญ

                        ทางออกเพื่อรักษาอธิปไตยอย่างมั่นคงต่อ MOU 43-44   เห็นว่า ต้องดำเนินการบนฐานของ “ข้อมูลที่ครบถ้วนและผลประโยชน์แห่งชาติ” ไม่ใช่การตัดสินใจทางการเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ 

                       รัฐบาลควรยกเลิกแนวคิดการทำประชามติในสภาวะที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง เพราะเป็นการเสี่ยงต่อการบิดเบือนข้อมูลและการตัดสินใจที่ไร้ทิศทาง สิ่งที่ควรทำอย่างเร่งด่วนที่สุด คือการให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาจากผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ โดยใช้ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ ความมั่นคง และเศรษฐศาสตร์ เพื่อประเมิน “ข้อดีข้อเสีย” ของการคงไว้และการยกเลิกอย่างรอบด้าน

                          แนวทางการดำเนินงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติ เพื่อรักษาอธิปไตยได้อย่างมั่นคงและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชาติ รัฐบาลต้องเป็นผู้ “ตัดสินใจ” อย่างกล้าหาญ บนหลักการที่ไม่ยอมให้เสียเปรียบในเรื่องเขตแดนและทรัพยากรธรรมชาติ 

                         ในการนี้ หากพบว่า MOU ทั้งสองฉบับเป็น “อุปสรรค” ต่อการรักษาผลประโยชน์ของชาติจริง และฝ่ายกัมพูชาเจตนาละเมิดข้อตกลงอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถขับเคลื่อนได้ตามเจตนารมณ์เดิม คณะรัฐมนตรีควรใช้อำนาจในการพิจารณายกเลิก แต่ต้อง “เตรียมแผนรองรับ” ที่ชัดเจนทันทีหลังการยกเลิก เพื่อกำหนดกรอบการเจรจาทวิภาคีใหม่ที่มีเงื่อนไขเข้มงวดและเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของไทยอย่างแท้จริง

                          ทั้งนี้ หากยังคงไว้ รัฐบาลต้องกำหนด “มาตรการบังคับใช้” และการทบทวนความร่วมมือที่เข้มข้นขึ้น 

                          การตัดสินใจใดๆ ต้องมุ่งเน้นที่การ “ปกป้องเส้นเขตแดน” ตามหลักกฎหมายที่ไทยยึดถือ และการ “แบ่งปันผลประโยชน์” ในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ข่าว Short News 2569-02-16

เกิดเหตุระทึกกลางงานคอนเสิร์ตที่พัทยา เมื่อ "เสี่ยตัน" พลาดตกเวทีความสูง 2 เมตร ขณะร่วมงานดนตรี ล่าสุดถูกนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพ-พัทยา พบอาการปวดต้นคอและหลัง แพทย์สั่งเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

ภูมิใจไทยบนทาง “สองแพร่งอำนาจ” !

การจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมเสียงให้เกินครึ่งในสภา หากแต่เป็นการวางทิศทางภาพลักษณ์ทางการเมืองในสายตาประชาชน

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย