หน้าแรกINSIDE - INSIGHTTDRI ชี้ ไทยขาดวิศวกร แต่มหาวิทยาลัยผลิต'บัณฑิตวิทยาศาสตร์' ล้นตลาด เสนอรัฐ-สถาบันศึกษา เร่งปรับหลักสูตร สร้างกำลังคน- พัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

TDRI ชี้ ไทยขาดวิศวกร แต่มหาวิทยาลัยผลิต’บัณฑิตวิทยาศาสตร์’ ล้นตลาด เสนอรัฐ-สถาบันศึกษา เร่งปรับหลักสูตร สร้างกำลังคน- พัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

เผยแพร่

spot_img

28 สิงหาคม 2568 ทีมวิจัย Big Data สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) นำโดย ดร.ณัฐสิฏ รักษ์เกียรติวงศ์ หัวหน้าโครงการ “พัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Large Language Models (LLMs) เพื่อการใช้ประโยชน์ในการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง” เปิดเผยรายงานวิเคราะห์ประกาศรับสมัครงานออนไลน์ว่า ตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญปัญหา “Mismatch” ระหว่างอุปสงค์และอุปทานแรงงานสาย STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์) โดยพบว่าความต้องการแรงงานกว่า 2 ใน 3 มุ่งไปที่สาขาวิศวกรรมศาสตร์ แต่กว่า 62% ของผู้สำเร็จการศึกษากลับเป็นสาขาวิทยาศาสตร์

วิศวกรขาด แต่อุตสาหกรรมยังโต

จากการเก็บข้อมูลประกาศงานออนไลน์กว่า 304,378 ตำแหน่ง ในไตรมาส 2 ปี 2568 พบว่ามีงานสาย STEM เปิดรับ 42,374 ตำแหน่ง ในจำนวนนี้ 36,392 ตำแหน่ง ต้องการบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ ขณะที่สาขาวิทยาศาสตร์มีเพียง 18,200 ตำแหน่ง แต่บัณฑิตจบใหม่สาขาวิทยาศาสตร์กลับสูงถึง 47,126 คน มากกว่างานรองรับหลายเท่า

ตัวอย่างชัดเจนคือ สาขาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) ที่ตลาดงานเปิดรับกว่า 2,140 ตำแหน่ง แต่บัณฑิตจบใหม่มีเพียง 328 คน ตรงข้ามกับสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่มีผู้จบใหม่ถึง 8,242 คน แต่ตำแหน่งงานเปิดรับสำหรับคนไม่มีประสบการณ์จริงเพียง 376 ตำแหน่ง

ดร.วินิทร เธียรวณิชพันธุ์ นักวิจัยโครงการฯ อธิบายว่า “ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนปัญหาสำคัญของตลาดแรงงานไทย คือมหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตเพียงพอในเชิงปริมาณ แต่ไม่สอดคล้องกับคุณลักษณะและทักษะที่นายจ้างต้องการ โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จริง”

เด็กจบใหม่ติดกับดัก “ไม่มีประสบการณ์”

รายงานยังชี้ว่า งานส่วนใหญ่ต้องการผู้สมัครที่มีประสบการณ์ เช่น งานด้านวิศวกรรมเครื่องกลกว่า 9,719 ตำแหน่ง แต่เปิดรับผู้จบใหม่จริง ๆ เพียง 2,751 ตำแหน่ง และในนั้นไม่ถึง 500 ตำแหน่ง ที่ไม่ต้องการประสบการณ์เลย สะท้อนว่าผู้จบใหม่แม้จะมีวุฒิการศึกษาตรงสาย แต่ก็ยากที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานทันที

ทางออก : ปรับหลักสูตร + พัฒนาอุตสาหกรรม

ดร.นรินทร์ ธนนิธาพร หนึ่งในทีมวิจัย เสนอว่า รัฐและสถาบันการศึกษาจำเป็นต้องปรับแนวทางการผลิตบัณฑิตให้สอดรับกับตลาด เช่น

  1. เปิดหลักสูตร Upskill/Reskill ให้ผู้จบสายวิทยาศาสตร์สามารถโอนย้ายทักษะเข้าสู่งานวิศวกรรมที่ตลาดขาดแคลน เช่น เคมี → วิศวกรรมเคมี หรือ วิทยาศาสตร์ → วิทยาศาสตร์การอาหาร
  2. ปรับระบบฝึกงานภาคปฏิบัติ ให้เข้มข้นมากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ก่อนเข้าสู่ตลาดงานจริง
  3. เชื่อมโยงกับนโยบายอุตสาหกรรม ภาครัฐควรเร่งส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง เพื่อสร้างความต้องการแรงงาน STEM ให้สอดคล้องกับอุปทานบัณฑิตที่มีอยู่

“ปัญหาไม่ใช่ว่าประเทศไทยขาดบัณฑิต STEM แต่ขาดการจัดสมดุลระหว่างสิ่งที่ผลิตกับสิ่งที่ตลาดต้องการ หากไม่มีการปรับทั้งฝั่งอุปทานและอุปสงค์ ปัญหานี้จะยิ่งสะสมและกระทบขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ” นางสาวเพ็ญพิชา ผาณิตพิเชฐวงศ์ นักวิจัยร่วมโครงการ กล่าวทิ้งท้าย

สรุปว่ารายงานของทีดีอาร์ไอย้ำชัดว่า การผลิตคนเกินจำเป็นในบางสาขาและขาดแคลนในบางสาขา ทำให้บัณฑิตจำนวนมากเข้าสู่ตลาดงานไม่ได้ ขณะที่ภาคธุรกิจยังร้องหาคนไม่ตรงสาย ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องของมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นโจทย์ใหญ่ของระบบการศึกษาและนโยบายเศรษฐกิจไทย ที่ต้องทำงานคู่กันเพื่อปิดช่องว่าง “Mismatch” ให้ได้

ข่าวล่าสุด

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

คนแก่กับหมาแก่…ในวันที่โลกทั้งใบ “ดับสัญญาณ”

เมื่อโลกดับสัญญาณ… คนแก่คือไฟดวงสุดท้าย ชายชราคนหนึ่งถูกไล่ออกจากงาน หลังทำงานดูแลโรงเรียนมานาน 42 ปี เหตุผลสั้นๆคือ “ตอนนี้มีเครื่องอัตโนมัติแล้ว เราไม่มีงบจ่ายบำนาญ”

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย

ความสัมพันธ์ 170 ปี “ไทย-ฝรั่งเศส”   “การทูตเชิงรุก”ต้องดับฝัน กัมพูชา-ใช้ปารีสเคลมพรมแดน

ยุทธศาสตร์การทูตครั้งนี้คือ "ปฏิบัติการเชิงรุก" เพื่อนำข้อเท็จจริงปมพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ไปแสดงต่อประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง

ข่าวอื่นๆ

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย

ความสัมพันธ์ 170 ปี “ไทย-ฝรั่งเศส”   “การทูตเชิงรุก”ต้องดับฝัน กัมพูชา-ใช้ปารีสเคลมพรมแดน

ยุทธศาสตร์การทูตครั้งนี้คือ "ปฏิบัติการเชิงรุก" เพื่อนำข้อเท็จจริงปมพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ไปแสดงต่อประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง

ไอเดียเด็ด…ห้ามรถไฟเข้ากรุง ?  แก้ปัญหาโศกนาฏกรรมอโศก-มักกะสัน

การแก้ปัญหาจุดตัดด้วยการยุติขบวนรถไฟเข้าเมืองหลวง จึงเป็นภาพสะท้อนของการบริหารจัดการที่อาจยังขาดความเข้าใจในวิถีชีวิตระดับฐานรากและหลักการพัฒนาผังเมืองสากลอย่างแท้จริง