หน้าแรกข่าว Short Newsครม.ให้หยุดพิเศษ 2 มค.ปีใหม่จะได้หยุดยาว 5 วัน31 ธค. 1-4 มค.2569

ครม.ให้หยุดพิเศษ 2 มค.ปีใหม่จะได้หยุดยาว 5 วัน31 ธค. 1-4 มค.2569

เผยแพร่

spot_img

วันที่ 31 ต.ค. 2568 เวลา 08:30 น.รายงานข่าวกล่าวว่าในเดือนธันวาคมนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเดือนที่หลายคนรอคอยเพราะเป็นเดือนที่มีวันหยุดยาวหลายช่วงและที่สำคัญมีวันหยุดพิเศษเพิ่มอีกด้วย โดยเฉพาะช่วงสิ้นปีที่รัฐบาลประกาศ วันหยุดพิเศษเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้พักผ่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่วันหยุดช่วงปีใหม่ 2569 ครม. สั่งหยุดพิเศษเพิ่มอีก 1 วัน ซึ่งมีวันหยุดดังนี้

วันหยุดเดือนธันวาคม 2568

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร / วันชาติ / วันพ่อแห่งชาติ

วันพุธที่ 10 ธันวาคม 2568 วันรัฐธรรมนูญ

วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 วันสิ้นปี

วันหยุดพิเศษช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2569 วันขึ้นปีใหม่

วันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2569 – วันหยุดพิเศษเพิ่มเติม (ตามมติคณะรัฐมนตรี)

วันหยุดยาวที่ควรวางแผนล่วงหน้า

ช่วงต้นเดือน ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม ถึง 10 ธันวาคม 2568 รวม 6 วัน (หากใช้วันลาพักร้อนเพิ่ม 2 วัน คือ 8 และ 9 ธันวาคม)

ช่วงสิ้นปี คณะรัฐมนตรีมีมติให้เพิ่มวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้ช่วงส่งท้ายปีเก่า–ต้อนรับปีใหม่หยุดยาวมากขึ้น ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 รวม 5 วันเต็ม (ทั้งนี้ วันที่ 2 มกราคม 2569 เป็นวันหยุดพิเศษเพิ่มเติม ซึ่งขึ้นอยู่กับการประกาศของแต่ละองค์กร)

ข่าวล่าสุด

อาบป่าฮีลใจ ให้ธรรมชาตินำทางสู่การฟื้นฟู

"อาบป่า" (Forest Bathing) การใช้เวลาในธรรมชาติอย่างมีสติ เพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ช่วยผ่อนคลายร่างกาย จิตใจ ลดความเครียด และชาร์จพลังชีวิต

 รัฐให้ ข้าราชการ “หัวโต-ตัวลีบ“ เออลี่-รีไทร์  กับดักงบประจำ 70% ที่แก้ไม่ตก หากไม่ยอมปรับลดตำแหน่งบริหารซ้ำซ้อน

นโยบายเร่งรัด “เออลี่รีไทร์” ข้าราชการภายในปีงบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ถูกส่งสัญญาณออกมาในฐานะมาตรการสำคัญเพื่อควบคุมเสถียรภาพทางการคลัง หลังพบว่างบรายจ่ายประจำในส่วนของเงินเดือน สวัสดิการ และบำเหน็จบำนาญ มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของงบรายจ่ายประจำทั้งหมด

“โมเดล-ขนมชั้น” สุขภาพคนไทยไม่เท่าเทียม ?   Medical Hub ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด

ระบบสาธารณสุขไทยกลายสภาพเป็น “โมเดลขนมชั้น” ที่แบ่งแยกชนชั้นและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง ความเหลื่อมล้ำของ 3 กองทุนสุขภาพ (บัตรทอง-ประกันสังคม-ข้าราชการ)

มหากาพย์คชบาล เมื่อ“ช้างป่า” ล้นผืนไพร  และ“ช้างบ้าน”ไร้สวัสดิภาพ !

วิกฤตการณ์ "ช้างไทย" ในปัจจุบัน ภาพสะท้อนที่เด่นชัดที่สุดกลับไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขประชากรที่ผันผวน หากแต่คือ "ความย้อนแย้งเชิงนโยบาย"

ข่าวอื่นๆ

ประเทศไทย ในรอบสัปดาห์( 13-20 มิ.ย.)

​* สถานการณ์ในประเทศ - ​เหตุผนังอุโมงค์รถไฟดอยหลวงถล่ม: เกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อผนังอุโมงค์ดอยหลวง (โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือ) เกิดพังถล่มลงมาทับคนงาน ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้แสดงความเสียใจและเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมตรวจสอบหาสาเหตุโครงสร้างถล่มอย่างเร่งด่วน - ​เฝ้าระวังตึกทรุดใกล้วัดไตรมิตรฯ: เจ้าหน้าที่ทำการสั่งปิดกั้นพื้นที่ 5 คูหา...

สถานการณ์ทางการเมือง ของ ไทย ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา 6-13 มิ.ย. 69 

​ ความเคลื่อนไหวระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคง ​เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และดรามาในโลกออนไลน์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน-กัมพูชา หลังจากมีกระแสข่าวกรณีที่ทางการจีนส่งมอบยุทโธปกรณ์ (อาวุธและรถถัง) ให้แก่ประเทศกัมพูชา ซึ่งทำให้เกิดคำถามในหมู่ประชาชนถึงความขัดแย้งเชิงพื้นที่และดุลยภาพทางทหารในภูมิภาค ​เรื่องนี้ทำให้ฝ่ายความมั่นคงและอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูง เช่น นายนันทิวัฒน์ สามารถ (อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ) ออกมาแสดงทัศนะเตือนสติว่าไทยต้องเน้นการ "ยืนบนขาตัวเอง" และสร้างความมั่นคงภายใน โดยไม่พึ่งพิงหรือคาดหวังจากมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเกินไป ​ขณะเดียวกัน...

สรุปข่าวทั่วไปวันที่ 17 เมษายน 2569

รายงานค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) สูงสุดรายวันในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า วันนี้ (17 เม.ย. 69) ค่าดัชนีความร้อนสูงสุด อยู่ในระดับ “อันตราย”