หน้าแรกข่าว Short Newsแฉสแกมเมอร์ทำอันตรายเสาหลักของชาติครั้งใหญ่ที่สุดหลังสงครามคอมมิวนิสต์

แฉสแกมเมอร์ทำอันตรายเสาหลักของชาติครั้งใหญ่ที่สุดหลังสงครามคอมมิวนิสต์

เผยแพร่

spot_img

 23 ต.ค.2568 – นายพงศ์พรหม ยามะรัต อดีตรองหัวหน้าพรรคกล้า และอดีตรองโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เพื่อนๆ การเมืองบางท่านทราบว่ามีผู้ใหญ่ชวนผมไปปรึกษาบางเรื่องเมื่อวาน ผมได้รับไฟเขียวให้สื่อสารได้ แต่จะขอสรุปง่ายๆ ให้เห็นภาพ โดยขอไม่ลงรายละเอียด

1.วิกฤติ scammer รอบนี้ ใหญ่กว่าที่เราคิดมาก เหตุเพราะกลุ่มทุนเทายักษ์ในพม่า เขมร ต้องการ “ผัน” และ “ฟอกเงิน” ออก โดยเรากำลังพูดถึงเงิน “หลายหมื่นล้านบาท”

2.การผัน และฟอกเงินออกใกล้ สะดวก และมีกลไกดีที่สุดย่อมเป็นประเทศไทย เพราะใกล้ทั้งพม่า และเขมร

3.แต่ความใกล้ ไม่ดีเท่าความพร้อม การฟอกเงินผ่านไทยจะทำโดย

3.1 ฟอกผ่านวัด เพราะหลบการตรวจสอบง่ายสุดในภูมิภาค นี่คือจุดอ่อนของไทยมานาน เงินก้อนนี้จะเกี่ยวพันกับการซื้อเสียงในการเลือกตั้งรอบที่จะถึงนี้ด้วย

3.2 ฟอกเงินผ่านมูลนิธิต่างๆในเครือข่ายพวกเขา

3.3 ฟอกเงินผ่านตลาดหลักทรัพย์ เราจึงเห็นความพยายาม “back door” บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ไทย ที่ความจริงมีมากกว่าที่เห็นกัน

 4.สิ่งที่น่าห่วงคือ คนต่างชาติระดับบริหารของทุนเทายักษ์นี้ ไม่ได้สนประชาชน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ของไทย หมายถึงหากเขาแผ่อิทธิพลได้เต็มที่แล้ว ใครมาขวางจะโดนเก็บหมด

จริงๆ ผมเคยโพสต์เตือนเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อปีเศษๆที่ผ่านมาว่า มีแม้แต่นักค้ายาเสพติดอเมริกากลาง เริ่มมาเจรจาทำธุรกิจเทาในไทยแล้วเช่นกัน แต่คำถามคือ แล้วรากปัญหาคืออะไร?

คำตอบคือ

1.เรามีนักการเมืองเทา จับมือทหารเทา และตำรวจเทา ไปมีเอี่ยวผลประโยชน์ที่ว่านี้ หมายถึงทั้ง scammer, พนันออนไลน์, ยาเสพติด, ค้าสัตว์ป่าสงวน, ตัดป่าไทยขาย, ลักลอบนำเข้าขยะพิษฝั่งภาคตะวันออก หมดนี่คือ “ก้อนเค้ก” ขนาดใหญ่กว่า 100,000 ล้านบาท

2.เรามีนักการเมืองเทา ทหารเทา ตำรวจเทา ข้าราชการกระทรวงเทา ที่ซื้อได้ ส่วนหนึ่งถือหุ้น บางส่วนรับปันผล บางส่วนรับเงินเดือน

3.เราจึงเห็นว่า ตั้งแต่ปัญหา “เมียวดี” ยัน “ปอยเปต” และพิพาทชายแดนไทย-เขมร ทุกฝ่ายขยับช้าหมด เพราะทุนเทาต่างชาติ ซื้อตัวคนระดับบริหารทั้งสายการเมือง ราชการได้แล้วไม่น้อย

 4.และเราจึงเห็นว่า การยึดทรัพย์ การปิดเส้นทางการเงิน มันถึงทำยากเย็นมากในตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา

แถมมีนักการเมือง มาช่วยเป็น “องครักษ์” นักฟอกเงินอย่างออกหน้า

ทราบมั้ยครับ จริงๆ แล้วเรื่องดราม่า “ชายแดน” ช่วงหลังๆเป็นเพียง “เหยื่อหลอก” เอาจริงๆ ปัญหาชายแดนนั้น ทหารดีๆอย่างท่านแม่ทัพภาคที่ 2 หรือ ท่านแม่ทัพเรือ จัดการได้อยู่แล้ว แต่การที่มีการหันเหความสนใจสังคมไทย “เกินเหตุ” ไปที่ชายแดน ก็เพราะตัวการใหญ่จริงๆมันอยู่กลางกรุงเทพนี่แหละครับ

ฟอกเงิน หมุนเงิน ศูนย์การค้ามนุษย์ รอบโลก >> กรุงเทพ >> พม่า-เขมร ยักย้ายทรัพย์สิน วัด มูลนิธิ

เตรียม back door หรือ ถือหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงการเกียร์ว่างการตรวจสอบการยึดทรัพย์

ปัญหาใหญ่สุด อยู่กรุงเทพ กิจกรรมชายแดนเป็นเพียงการเบนความสนใจ ส่วนต่างจังหวัด จะมีการฟอกเงินผ่านวัดจำนวนมาก ที่ซื้อ “เจ้าอาวาส” ไว้หมด โดยเฉพาะ “พื้นที่” ของนักการเมืองกลุ่มเหล่านี้ ดังนั้น จะลุยคนที่จะมายึดครองประเทศเรา ต้องลุยที่หัวใจทุนเทามาเฟียนี้ นักการเมืองกลุ่มไหนสนับสนุนการตรวจสอบเส้นทางเงินเทา

กลุ่มไหนสนับสนุนการอายัดทรัพย์สิน กลุ่มไหนสนับสนุนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน กลุ่มไหนสนับสนุนการตัดสัญญาณเน็ต ตัดน้ำ ตัดไฟ อย่าไปสนสี แต่เราต้องสนับสนุนนักการเมืองเหล่านี้

นักการเมืองกลุ่มไหนอยู่เงียบ เลวกว่านั้นคือปกป้องเหล่า scammer และนักฟอกเงิน ประชาชนต้องรวมตัวกันไม่สนับสนุน ไม่ใช่โง่เข้าไปปกป้อง เพียงแค่ “เหม็นขี้หน้า” นักการเมืองกลุ่มที่เขากำลังตรวจสอบ นี่จึงไม่ใช่เวลาของสงครามสีเสื้อ แต่เป็นเวลาของความเป็นความตายประชาชน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่กำลังจะถูกทุนเทามาเฟียขนาดยักษ์มายึดครอง

เสาหลักของชาติ กำลังเผชิญความอันตรายครั้งใหญ่ที่สุดหลังสงครามคอมมิวนิสต์ครับ

ข่าวล่าสุด

อาบป่าฮีลใจ ให้ธรรมชาตินำทางสู่การฟื้นฟู

"อาบป่า" (Forest Bathing) การใช้เวลาในธรรมชาติอย่างมีสติ เพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ช่วยผ่อนคลายร่างกาย จิตใจ ลดความเครียด และชาร์จพลังชีวิต

 รัฐให้ ข้าราชการ “หัวโต-ตัวลีบ“ เออลี่-รีไทร์  กับดักงบประจำ 70% ที่แก้ไม่ตก หากไม่ยอมปรับลดตำแหน่งบริหารซ้ำซ้อน

นโยบายเร่งรัด “เออลี่รีไทร์” ข้าราชการภายในปีงบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ถูกส่งสัญญาณออกมาในฐานะมาตรการสำคัญเพื่อควบคุมเสถียรภาพทางการคลัง หลังพบว่างบรายจ่ายประจำในส่วนของเงินเดือน สวัสดิการ และบำเหน็จบำนาญ มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของงบรายจ่ายประจำทั้งหมด

“โมเดล-ขนมชั้น” สุขภาพคนไทยไม่เท่าเทียม ?   Medical Hub ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด

ระบบสาธารณสุขไทยกลายสภาพเป็น “โมเดลขนมชั้น” ที่แบ่งแยกชนชั้นและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง ความเหลื่อมล้ำของ 3 กองทุนสุขภาพ (บัตรทอง-ประกันสังคม-ข้าราชการ)

มหากาพย์คชบาล เมื่อ“ช้างป่า” ล้นผืนไพร  และ“ช้างบ้าน”ไร้สวัสดิภาพ !

วิกฤตการณ์ "ช้างไทย" ในปัจจุบัน ภาพสะท้อนที่เด่นชัดที่สุดกลับไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขประชากรที่ผันผวน หากแต่คือ "ความย้อนแย้งเชิงนโยบาย"

ข่าวอื่นๆ

ประเทศไทย ในรอบสัปดาห์( 13-20 มิ.ย.)

​* สถานการณ์ในประเทศ - ​เหตุผนังอุโมงค์รถไฟดอยหลวงถล่ม: เกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อผนังอุโมงค์ดอยหลวง (โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือ) เกิดพังถล่มลงมาทับคนงาน ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้แสดงความเสียใจและเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมตรวจสอบหาสาเหตุโครงสร้างถล่มอย่างเร่งด่วน - ​เฝ้าระวังตึกทรุดใกล้วัดไตรมิตรฯ: เจ้าหน้าที่ทำการสั่งปิดกั้นพื้นที่ 5 คูหา...

สถานการณ์ทางการเมือง ของ ไทย ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา 6-13 มิ.ย. 69 

​ ความเคลื่อนไหวระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคง ​เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และดรามาในโลกออนไลน์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน-กัมพูชา หลังจากมีกระแสข่าวกรณีที่ทางการจีนส่งมอบยุทโธปกรณ์ (อาวุธและรถถัง) ให้แก่ประเทศกัมพูชา ซึ่งทำให้เกิดคำถามในหมู่ประชาชนถึงความขัดแย้งเชิงพื้นที่และดุลยภาพทางทหารในภูมิภาค ​เรื่องนี้ทำให้ฝ่ายความมั่นคงและอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูง เช่น นายนันทิวัฒน์ สามารถ (อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ) ออกมาแสดงทัศนะเตือนสติว่าไทยต้องเน้นการ "ยืนบนขาตัวเอง" และสร้างความมั่นคงภายใน โดยไม่พึ่งพิงหรือคาดหวังจากมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเกินไป ​ขณะเดียวกัน...

สรุปข่าวทั่วไปวันที่ 17 เมษายน 2569

รายงานค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) สูงสุดรายวันในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า วันนี้ (17 เม.ย. 69) ค่าดัชนีความร้อนสูงสุด อยู่ในระดับ “อันตราย”