
1) สม รังสี รุกหนักใส่ฮุนเซ็นผ่านสื่อนานาชาติ
ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาในต่างแดน สม รังสี ให้สัมภาษณ์หลายสำนักข่าวยุโรป-เอเชีย กล่าวหาฮุนเซ็นสร้างสถานการณ์ชายแดนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองภายในประเทศ เพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลพนมเปญในเวทีโลก
2) ตลาดหุ้นเอเชียผันผวน นักลงทุนจับตาความตึงเครียดไทย-กัมพูชา
ดัชนีหุ้นในภูมิภาคแกว่งตัวหลังความขัดแย้งชายแดนรุนแรงขึ้น นักลงทุนเพิ่มสถานะป้องกันความเสี่ยง (“risk-off”) ขณะผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากความตึงเครียดยืดเยื้อ อาจกระทบห่วงโซ่การผลิตในอาเซียน

3) กองทัพไทยเพิ่มการรักษาความปลอดภัยชุมชนชายแดน
กองทัพภาคที่ 2 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ เสริมกำลังลาดตระเวน หลังพบความเคลื่อนไหวผิดปกติหลายจุดตามแนวชายแดน ย้ำว่าปฏิบัติการยังอยู่ในกรอบป้องกัน ไม่ยกระดับเชิงรุก
4) สหรัฐฯ เรียกร้องทุกฝ่าย “ยับยั้งชั่งใจ” หวั่นกระทบเสถียรภาพภูมิภาค
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ ขอไทย–กัมพูชาหลีกเลี่ยงการยกระดับสถานการณ์ พร้อมเสนอให้ใช้กลไกทวิภาคีและอาเซียนเพื่อลดความเสี่ยงการปะทะซ้ำ
5) สหประชาชาติเตรียมประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
แหล่งข่าวในนิวยอร์กเผยว่า UN กำลังรวบรวมข้อมูลเหตุปะทะล่าสุดเพื่อพิจารณาว่าต้องจัดทำรายงานสถานการณ์หรือไม่ โดยเฉพาะผลกระทบต่อความมั่นคงและประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

6) กัมพูชาส่งสัญญาณแข็งกร้าว ฮุนเซ็นประกาศ “จะตอบโต้ทุกกรณี”
รัฐบาลพนมเปญออกแถลงการณ์ระบุว่า จะตอบโต้การละเมิดอธิปไตยทุกกรณี ท่ามกลางกระแสว่าฮุนเซ็นกำลังพยายามสร้างภาพความมั่นคงเพื่อรักษาอำนาจท่ามกลางกระแสวิจารณ์จากฝ่ายค้าน
7) กลุ่มสิทธิมนุษยชนอาเซียนห่วงสถานการณ์ลุกลาม ส่งผลประชาชนชายแดน
องค์กรสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคออกแถลงการณ์แสดงความกังวลว่า การปะทะต่อเนื่องอาจทำให้ ประชาชนตามแนวชายแดนต้องอพยพเพิ่มขึ้น พร้อมเรียกร้องให้มีผู้สังเกตการณ์ภาคประชาสังคมในพื้นที่



