วันอาทิตย์, มีนาคม 15, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกการเมืองไทย-กัมพูชา: GBC ไทย-กัมพูชาตกลงร่วมถอนอาวุธหนัก-เก็บกู้ทุ่นระเบิด-ปราบไซเบอร์สแกม

ไทย-กัมพูชา: GBC ไทย-กัมพูชาตกลงร่วมถอนอาวุธหนัก-เก็บกู้ทุ่นระเบิด-ปราบไซเบอร์สแกม

เผยแพร่

spot_img

พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.งกลาโหม แถลงผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย–กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ว่าการหารือในครั้งนี้มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยฝ่ายไทยสามารถโน้มน้าวให้กัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงเดิม และเพิ่มเติมรายละเอียดเพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถนำไปดำเนินการได้จริง ทั้งการถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ขัดแย้ง พร้อมจัดทำข้อกำหนดเงื่อนไขของงาน หรือทีโออาร์ สำหรับคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน และมีการลงนามรับรองโดยผู้แทนทั้งสองฝ่ายเรียบร้อยแล้ว 

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบในแผนปฏิบัติการร่วม โดยมอบหมายให้แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทย และผู้บัญชาการภูมิภาคที่ 4 ของกัมพูชาขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติขั้นต้นจะหารือเพิ่มเติมในวันที่ 25 ตุลาคมนี้

ด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ทั้งสองประเทศได้จัดทำระเบียบปฏิบัติตามมาตรฐาน ครอบคลุมพื้นที่ที่มีเขตแดนชัดเจนและพื้นที่ที่ยังมีข้อขัดแย้ง โดยจะเริ่มปฏิบัติการเก็บกู้ได้ทันที เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน ฝ่ายไทยยืนยันว่า จะไม่ให้นำปัญหาเขตแดนมาเป็นข้อจำกัดในการดำเนินงาน

ขณะที่ การปราบปรามขบวนการไซเบอร์สแกม ตำรวจทั้งสองประเทศ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกันเสร็จสิ้น และเตรียมจัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจภายในสองสัปดาห์ เพื่อกวาดล้างแกนนำและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งวางระบบแลกเปลี่ยนข้อมูล พยานหลักฐาน และผู้เสียหาย เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สำหรับการจัดการพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบส่งเจ้าหน้าที่ร่วมสำรวจแนวเส้นเขตแดน ระหว่างหลักเขตที่ 42 ถึง 47 บริเวณบ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง โดยฝ่ายไทยจะดำเนินการสร้างรั้วชายแดนในพื้นที่ที่มีเส้นเขตแดนชัดเจน เพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่

 พลเอก ณัฐพลย้ำว่า ไทยต้องการเห็นความคืบหน้าในทุกด้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยุติความเป็นปรปักษ์ พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างจริงจัง เพื่อร่วมกันนำสันติสุขกลับคืนสู่ประชาชนทั้งสองประเทศ และเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียน

รัฐบาลไทยและกระทรวงกลาโหม ยืนยัน จะพิทักษ์รักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ โดยคำนึงถึงเกียรติภูมิของประเทศไทยเป็นสำคัญ

ข่าวล่าสุด

ประเทศไทย  ไม่ใช่ “ดินแดนแห่งพันธสัญญา”

ไทยต้องระวังถูกกลืนดินแดนทางเหนือ ด้วยการปั่นกระแสโดยคนยิวบางคนว่าเป็น “ดินแดนพันธสัญญา” เพื่อดึงคนอิสราเอลหนีสงครามมาตั้งรกรากจนสุ่มเสี่ยงเสียอธิปไตย

เศรษฐกิจโลก ผูกอยู่กับช่องแคบเล็ก ๆ เพียงไม่กี่สิบกิโลเมตร

"ช่องแคบฮอร์มุซ" (Strait of Hormuz) ไม่ใช่เพียงแค่เส้นทางเดินเรือธรรมดา แต่คือ "เส้นเลือดใหญ่" ของอุตสาหกรรมพลังงาน

สหรัฐฯ ฟื้น “กำแพงภาษีทรัมป์รอบใหม่” เล็งเล่นงานจีน–EU -ไทยและชาติเอเชีย

รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มต้นการไต่สวนทางการค้าครั้งใหญ่ครั้งแรกจากหลายรายการที่วางแผนไว้ เพื่อปูทางไปสู่การจัดเก็บภาษีนำรอบใหม่

ของดี “5อาหารเช้า” กินแล้ว ช่วยคุมอินซูลิน ลดหิวระหว่างวันได้

เริ่มวันผิด น้ำตาลพุ่ง! "หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ เตือนมื้อเช้าหวานจัดทำหิวไว แนะ 5 เมนูไทยโปรตีนสูง ช่วยคุมน้ำตาล อิ่มนาน "หมอเจด" นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช...

ข่าวอื่นๆ

KPI Poll | คลังความคิดจากเสียงประชาชน สู่เข็มทิศการเมืองไทย

หากเกิดกรณีสุดวิสัยเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง เช่น มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ทำให้การมี ครม.ชุดใหม่มาบริหารประเทศช้าไปอีก 4-5 เดือน ท่านรับได้หรือไม่

พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา 14 มี.ค.2569 เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2569 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 มีใจความดังนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8...

เลือกเพื่อไทย ทิ้งกล้าธรรม : เวรกรรมของอนุทิน

มีข่าวแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางว่า การจัดตั้งรัฐบาลลงตัวแล้ว 300 เสียง โดยมีพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคเล็กหลายพรรครวมกัน 33 เสียง ด้วยจำนวนเสียง 300 ถือได้ว่าเพียงพอแล้ว