หน้าแรกข่าวรอบโลกฝรั่งเศสวุ่น! ผู้ประท้วงปิดถนน-ปะทะตำรวจ ต้อนรับนายกฯ คนใหม่ เผย18 ก.ย.นี้ สหภาพแรงงานทั่วประเทศจะเข้าร่วม

ฝรั่งเศสวุ่น! ผู้ประท้วงปิดถนน-ปะทะตำรวจ ต้อนรับนายกฯ คนใหม่ เผย18 ก.ย.นี้ สหภาพแรงงานทั่วประเทศจะเข้าร่วม

เผยแพร่

spot_img

ฝรั่งเศสเผชิญความวุ่นวายทั่วประเทศ หลังผู้ประท้วงปิดถนน ปะทะกับตำรวจที่ใช้แก๊สน้ำตาควบคุมสถานการณ์ นายกฯ คนใหม่ เข้ารับตำแหน่งท่ามกลางความโกรธแค้นต่อระบอบการเมืองและนโยบายหั่นงบประมาณ การประท้วง “Block Everything” เริ่มจากโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน

เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2568 ตามเวลาท้องถิ่นประเทศฝรั่งเศส CNN รายงาน ฝรั่งเศสเผชิญความไม่สงบทั่วประเทศ หลังผู้ประท้วงออกมาปิดถนน จุดไฟเผาสิ่งของ และปะทะกับตำรวจในหลายเมือง ท่ามกลางความโกรธแค้นต่อระบอบการเมืองและนโยบายลดหนี้ของรัฐบาล การประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับวันที่นายกฯ คนใหม่ เซบาสเตียน เลอคอร์นู อดีตรัฐมนตรีกลาโหม เข้ารับตำแหน่งแทนนายฟร็องซัวส์ ไบรู ซึ่งถูกปลดจากตำแหน่งหลังแพ้การลงมติไม่ไว้วางใจในรัฐสภา เนื่องจากแผนลดหนี้ที่ไม่ได้รับความนิยม

กระทรวงมหาดไทยระบุว่า มีผู้ถูกจับกุม 473 ราย โดยมีการระดมกำลังตำรวจ 80,000 นายทั่วประเทศ รวมถึง 6,000 นายในกรุงปารีส ด้านกระทรวงศึกษาธิการรายงานว่า โรงเรียนราว 100 แห่งได้รับผลกระทบ และ 27 แห่งถูกปิดล้อมอย่างสมบูรณ์จากการประท้วง

การประท้วง “Block Everything”

การประท้วงครั้งนี้เริ่มต้นจากขบวนการ “Block Everything” ซึ่งก่อตัวบนโซเชียลมีเดียตั้งแต่เดือน พ.ค.2568 โดยเริ่มแรกมาจากกลุ่มขวาจัด ก่อนที่กลุ่มซ้ายและซ้ายจัดจะเข้าร่วม กลุ่มผู้ประท้วงที่ไม่มีผู้นำชัดเจนมุ่งต่อต้าน ปธน.เอมมานุเอล มาครง และชนชั้นนำทางการเมือง โดยเฉพาะนโยบายลดงบประมาณที่มองว่าไม่เป็นธรรมต่อคนยากจน การประท้วงครั้งใหญ่ขึ้นมีกำหนดจัดในวันที่ 18 ก.ย.นี้ โดยสหภาพแรงงานทั่วประเทศจะเข้าร่วม

ในกรุงปารีส ผู้ประท้วงราว 150 คน ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน ปิดถนนใกล้สถานีรถไฟ Gare du Nord พร้อมตะโกนคำขวัญต่อต้านตำรวจ ตำรวจควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วโดยสถานการณ์ส่วนใหญ่สงบ ในเมืองแรนส์ รถบัสคันหนึ่งถูกทำลายและจุดไฟเผา ขณะที่ในย่านหรูของปารีส ร้านอาหารแห่งหนึ่งถูกเผา นอกจากนี้ ผู้ประท้วงยังปิดถนนวงแหวนในเมืองบอร์กโดซ์ แรนส์ น็องต์ และก็อง รวมถึงยึดอาคารสาธารณะชั่วคราวในบางพื้นที่

อาเดล โอแบร์ วัย 27 ปี ซึ่งเข้าร่วมชุมนุมในปารีส กล่าวว่า เธอประท้วงเพื่อประณามรัฐบาลใหม่ ที่ไม่คิดว่าจะนำการเปลี่ยนแปลงให้ประชาชน เธอกล่าวกับสำนักข่าว CNN อีกด้านหนึ่ง แอนนา นักวิจัยวัย 29 ปี ระบุว่า เธอรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ฟังเสียงประชาชน และการลงคะแนนเลือกตั้งแทบไม่มีประโยชน์ เธอประทับใจที่เห็นเยาวชนจำนวนมากเข้าร่วม และเชื่อว่าการประท้วงร่วมกับสหภาพแรงงานในสัปดาห์หน้าจะยิ่งใหญ่ขึ้น

เอโลดี ครูอนุบาลวัย 34 ปีในปารีส ซึ่งหยุดงานเพื่อประท้วง กล่าวว่า เธอไม่ยอมรับนโยบายที่ใช้หนี้เป็นข้ออ้างเพื่อรื้อถอนระบบสาธารณะ โดยไม่ขอให้บริษัทหรือครัวเรือนที่ร่ำรวยช่วยแบ่งเบาภาระ เอโลดีมองว่างบประมาณปี 2569 เป็นการทำลายสังคมและกระทบคนยากจนที่สุด

การแต่งตั้งเลอกอร์นู ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของมาครง ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ เนื่องจาก นายกฯ คนใหม่ ต้องเผชิญกับความไม่พอใจของประชาชนและรัฐสภาที่แตกแยก เขามีภารกิจเร่งด่วนในการจัดทำงบประมาณปี 2026 เพื่อลดหนี้ของประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นที่จุดชนวนความขัดแย้งในรัฐบาลชุดก่อน การประท้วงครั้งนี้สะท้อนความตึงเครียดในสังคมฝรั่งเศส ที่รู้สึกว่ารัฐบาลไม่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน

ข่าวล่าสุด

แผ่นดินไหวเมียนมา เขย่าขวัญคนกรุงเทพ…  แต่ระบบรัฐ “เงียบสนิท” 

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 5.3 ที่ประเทศเมียนมาเมื่อวันก่อน ได้กลายเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่อาจสะท้อนถึง “ความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง” ในการสื่อสารความเสี่ยงของรัฐไทย

โพลสินบนสะเทือน 10 หน่วยงาน ?  ภาพสะท้อนเงา คอร์รัปชันไทย  ขาลง

ปรากฏการณ์ “โพลสินบนสะเทือนภาครัฐ” ที่คณะทำงาน Zero Corruption ของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ

รัฐบาลเปิดทำเนียบฯ ถก 38 กลุ่มธุรกิจชั้นนำ  ภาพสะท้อนนโยบายเศรษฐกิจที่พึ่งพิงทุนใหญ่

ครป. แถลงการณ์จี้เปิดเวทีฟังภาคประชาสังคม  ตีแผ่ปัญหาความเหลื่อมล้ำและผลประโยชน์ทับซ้อน เมื่อเสียงของกลุ่มทุนส่งผลต่อนโยบายรัฐมากกว่าเสียงของประชาชน และความท้าทายในการบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล                                เหตุการณ์ที่ผู้นำรัฐบาลเปิดห้องประชุมร่วมหารือแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจกับผู้แทนจาก 38 กลุ่มประเภทธุรกิจชั้นนำของประเทศ  กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ออกมาเคลื่อนไหวส่งสัญญาณเตือนอย่างจริงจัง ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่รัฐบาลมักเน้นการรับฟังกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ทว่ากลับละเลยเสียงสะท้อนจากภาคประชาชนและกลุ่มแรงงานอย่างเห็นได้ชัด นอกเหนือจากประเด็นความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงผู้กำหนดนโยบายแล้ว เหตุการณ์นี้ยังเชื่อมโยงไปถึงทัศนคติของคนในรัฐบาลต่อเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญว่า นโยบายสาธารณะของประเทศกำลังถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นธรรมและธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน                              ชนวนเหตุของประเด็นข่าวในครั้งนี้...

“นอมินีข้ามชาติ” มหันตภัยเศรษฐกิจอำพราง

จากกระแสข่าวที่หนาหูขึ้นทุกวันเกี่ยวกับการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้าถือครองย่านเศรษฐกิจสำคัญ จนเป็นเหตุให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง

ข่าวอื่นๆ

หวัง อี้ พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน 

วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน พบหารือกับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ณ กรุงปักกิ่ง อารักชีได้ชี้แจงความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข้อพิจารณาในขั้นตอนต่อไปของฝ่ายอิหร่าน โดยระบุว่า...

จีนปั้นโรงกลั่นขนาดใหญ่ ดันไนจีเรียขึ้นแท่นฮับพลังงานแอฟริกา 

พลังขับเคลื่อนด้านอุตสาหกรรมของประเทศจีน กำลังเปลี่ยนสถานะของประเทศไนจีเรีย ให้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปสุทธิ (Net exporter)

OPEC+ เพิ่มผลิตน้ำมัน 188,000 บาร์เรล/วัน ประชุมแรกปราศจาก UAE

กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลัก 7 ประเทศ ประกาศว่าจะเพิ่มการผลิตในเดือนมิถุนายน โดยเพิ่มน้อยกว่าการเพิ่มผลิตในเดือนพฤษภาคมที่ 206,000 บาร์เรลต่อวัน