วันอาทิตย์, เมษายน 19, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกรมว.ต่างประเทศรัสเซียถกทูต 10 ชาติอาเซียนในมอสโก 

รมว.ต่างประเทศรัสเซียถกทูต 10 ชาติอาเซียนในมอสโก 

เผยแพร่

spot_img

วางโรดแมปความมั่นคงและเศรษฐกิจใหม่

Russia’s Pivot to Asia รายงานว่า  นายเซอเกย์ ลาฟรอฟ (Sergei Lavrov) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศประเทศรัสเซียเข้าพบปะหารือกับเอกอัครราชทูตจากสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน (ASEAN) ณ กรุงมอสโกเมื่อวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม ตามแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศ

กระทรวงฯ ระบุว่า “ได้มีการสนทนาอย่างมีสาระสำคัญในบริบทของการครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์รัสเซีย-อาเซียนในปีนี้ ในหัวข้อการผลักดันหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างรัสเซียและอาเซียนในหลากหลายสาขา รวมถึงการรับมือกับความท้าทายและภัยคุกคามร่วมกัน การค้าและการลงทุน อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมที่เน้นการวิจัย การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ภาคพลังงาน รวมถึงการติดต่อสื่อสารในวงกว้างของภาคธุรกิจและเยาวชน โดยเน้นย้ำไปที่การหารือเรื่องการจัดกิจกรรมครบรอบและการอนุมัติเอกสารแถลงการณ์ใหม่สำหรับระยะกลาง”

การแลกเปลี่ยนทัศนะอย่างมีสาระสำคัญในประเด็นเร่งด่วนของวาระระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญของการสนทนาระหว่างรัสเซียและอาเซียน เพื่อการก่อรูปสถาปัตยกรรมที่มั่นคงของความมั่นคงและความร่วมมือระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific) บนพื้นฐานของการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ ความเท่าเทียม และความเปิดกว้าง โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวโน้มของการเชื่อมโยงกับกระบวนการบูรณาการยูเรเซีย (Eurasian integration) การเพิ่มความร่วมมือของอาเซียนกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union) และองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organization) รวมถึงการสร้างการติดต่อสื่อสารระหว่าง ASEAN-BRICS

 อาเซียน ประกอบด้วย บรูไน, กัมพูชา , อินโดนีเซีย , ลาว , มาเลเซีย , เมียนมา, ฟิลิปปินส์ , สิงคโปร์ , ไทย และเวียดนาม โดยมีประชากรรวม 686 ล้านคน มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP (PPP) มูลค่า 13.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และการเติบโตของ GDP อยู่ที่ประมาณร้อยละ 4.6 ในปี 2025 โดยการค้ารวมของอาเซียนกับรัสเซียมีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในบรรดาสมาชิกอาเซียน ประเทศอินโดนีเซียเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบของ BRICS ขณะที่มาเลเซีย และไทย อยู่ในสถานะพันธมิตร(BRICS partners) นอกจากนี้ อินโดนีเซีย, สิงคโปร์ และเวียดนาม ยังมีข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union) ในขณะที่กัมพูชา, มาเลเซีย และไทย ต่างอยู่ในกระบวนการเจรจา 

สำหรับ กัมพูชา, ลาว และเมียนมา เป็นพันธมิตรกับองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ขณะที่รัสเซียอยู่ในสถานะประเทศผู้สังเกตการณ์ของอาเซียน และมีการจัดประชุมประจำปีระหว่างรัสเซียและอาเซียน ซึ่งมักจะจัดขึ้นนอกรอบการประชุมประจำปีหลักของอาเซียนในแต่ละปี 

ทั้งนี้ การค้าระหว่างรัสเซียและอาเซียนกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มมูลค่าขึ้นเป็น 3 เท่า ให้แตะระดับ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

IMCT NEWS 23-03-2026

ที่มา https://russiaspivottoasia.com/russian-foreign-minister-meets-with-asean-ambassadors-in-moscow

ข่าวล่าสุด

มันเริ่มต้นในชื่อ “Hey Jules”

เดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1968 ซินเธีย เลนนอน (Cynthia Lennon) เพิ่งกลับจากการพักผ่อนสองสัปดาห์ในกรีซ เธอแวะผ่านกรุงโรม ก่อนจะเดินทางถึงลอนดอนด้วยสภาพที่สดชื่นและผ่อนคลาย

“เทราฮอป” ผุดโรงงานแห่งที่ 2 หลัง ทุ่ม 3 หมื่นล้าน ปั้นไทยฐานผลิตอุปกรณ์ AI – Data Center

“เทราฮอป (Terahop)” ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารผ่านใยแก้วนำแสงความเร็วสูงอันดับ 1 ของโลกจากจีน ปักหมุดฐานผลิตหลักในไทย ลงทุนต่อเนื่องกว่า 3 หมื่นล้านบาท เป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในสระบุรี

เก่งแต่โกง ทิ้งหนี้ 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับผิดชอบ

"เก่งแต่โกง? ย้อนรอยมหากาพย์ 'ดลฤดี' ทันตแพทย์สาวฮาร์วาร์ด ทิ้งหนี้ทุน 30 ล้านให้คนค้ำประกันรับกรรม ส่วนตัวเองเสวยสุขอยู่ต่างแดน"

อวสาน ‘ราชาจอแก้ว’! เมื่อ Sony ยอมศิโรราบให้ TCL

Sony อดีต "ราชาแห่งคุณภาพของภาพ" ประกาศตั้งบริษัทร่วมทุนกับ #TCL ของจีน โดยยกธุรกิจทีวีและโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ทั้งหมดให้จีนเป็นคนคุมบังเหียน

ข่าวอื่นๆ

อวสาน ‘ราชาจอแก้ว’! เมื่อ Sony ยอมศิโรราบให้ TCL

Sony อดีต "ราชาแห่งคุณภาพของภาพ" ประกาศตั้งบริษัทร่วมทุนกับ #TCL ของจีน โดยยกธุรกิจทีวีและโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ทั้งหมดให้จีนเป็นคนคุมบังเหียน

สหรัฐฯ พิจารณาข้อตกลงมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ แลกยูเรเนียมกับอิหร่าน 

สหรัฐฯ อาจปล่อยเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้จำนวน 20,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการที่อิหร่านยอมสละคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ