วันอังคาร, มีนาคม 10, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกสหรัฐฯ รีดภาษีทั่วโลกแค่ 10% ไม่ทำตามคำขู่ทรัมป์ 15% เริ่ม 24 ก.พ.

สหรัฐฯ รีดภาษีทั่วโลกแค่ 10% ไม่ทำตามคำขู่ทรัมป์ 15% เริ่ม 24 ก.พ.

เผยแพร่

spot_img

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนแห่งอเมริกา( CBP) เปิดเผยว่าสหรัฐฯ กำหนดเพดานภาษีใหม่ เรียกเก็บในอัตรา 10% สำหรับสินค้านำเข้าทุกประเภท ไม่รวมถึงบรรดารายงานได้รับการยกเว้น เท่ากับอัตราแรกที่แถลงโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันศุกร์ที่ 20 ก.พ.แต่น้อยกว่าระดับ 15% ที่ทรัมป์ส่งเสียงขู่อย่างแข็งกร้าวในอีกหนึ่งวันต่อมา

ปฏิกิริยาตอบสนองต่อคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐฯ ที่ชี้ว่ามาตรการรีดภาษีของเขาไม่ชอบด้วยกฎหมาย บนพื้นฐานของสถานการณ์ฉุกเฉินหนึ่งๆ เบื้องต้น ทรัมป์ ประกาศรีดภาษีทั่วโลกใหม่เป็นการชั่วคราว 10% แต่ต่อมาในวันเสาร์ที่ 21 ก.พ. ทรัมป์ขู่ว่าจะปรับเพิ่มเพดานภาษีเป็น 15%

ในหนังสือแจ้งให้ทราบฉบับหนึ่งของ CBP ที่ให้คำจำกัดความว่าเป็นการมอบคำแนะนำตามคำประกาศประธานาธิบดีลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่านอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ได้รับสิทธิ์ยกเว้น สินค้านำเข้าทั้งหมดจะอยู่ภายใต้อัตราภาษีตามมูลค่าเพิ่มเติมอีก 10%

ความเคลื่อนไหวนี้ก่อความสับสนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ เนื่องจากไม่มีคำชี้แจงเพิ่มเติมในหนังสือแจ้งให้ทราบ ว่าทำไมถึงใช้อัตราภาษีที่ต่ำลง โดยหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ส อ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่ง ระบุว่าการปรับสู่ระดับ 15% อาจมีขึ้นในภายหลัง อย่างไรก็ตามรอยเตอร์ไม่ยืนยันรายงานข่าวดังกล่าว

เพดานภาษีใหม่มีผลบังคับใช้ในช่วงเที่ยงคืน 24 ก.พ.(เวลาสหรัฐ)  ขณะที่การเรียกเก็บภาษีตามมาตรการรีดภาษีเดิม ที่ถูกศาลสูงตัดสินให้เป็นโมฆะได้หยุดชะงักลงไป หลังจากก่อนหน้านี้เคยถูกรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้รีดภาษีทั่วโลก ไล่ตั้งแต่ 10% ไปจนถึงสูงสุด 50%

ยังไม่มีความชัดเจนว่าบริษัทต่างๆจะสามารถขอคืนเงินที่จ่ายภาษีไปแล้วได้หรือไม่ หรือจะขอคืนอย่างไร ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ถูกยกเลิกตามคำสั่งของศาลสูง

มาตรการ 122 ของกฎหมาย อนุญาตให้ประธานาธิบดีกำหนดเพดานภาษีใหม่ (10 %) เป็นเวลาสูงสุด 150 วัน เพื่อจัดการกับดุลการชำระเงินที่ขาดดุลมหาศาลและเลวร้ายอย่างมาก และจัดการกับปัญหาพื้นฐานเกี่ยวกับการชำระเงินระหว่างประเทศ

คำสั่งรีดภาษีของทรัมป์ อ้างถึงดุลการชำระเงินที่เลวร้ายอย่างมากในปัจจุบัน ที่สหรัฐฯขาดดุลการค้าสินค้า อยู่ที่ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดคิดเป็น 4% ของ GDP และทำให้ดุลรายได้ขั้นต้นเกินดุลของสหรัฐฯ กลับมาติดลบ

เมื่อวันจันทร์ที่ 23ก.พ.ทรัมป์ เตือนประเทศต่างๆอย่าได้ปลีกตัวออกจากข้อตกลงการค้าที่เจรจากับสหรัฐฯก่อนหน้านี้ ขู่จะเล่นงานชาติเหล่านั้น ด้วยเพดานภาษีที่สูงกว่าเดิมมาก ภายใต้กฎหมายฉบับอื่น

ญี่ปุ่น ขอให้สหรัฐฯ รับประกันว่าจะปฏิบัติกับโตเกียว ภายใต้กฎเกณฑ์เพดานภาษีใหม่ อย่างเอื้ออำนวยแบบเดียวกับข้อตกลงที่มีอยู่ในปัจจุบัน ส่วนสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักรและไต้หวัน ล้วนแต่บ่งชี้ อยากให้ยึดมั่นข้อตกลงของพวกเขาด้วนเช่นกัน

ขณะเดียวกัน จีน เรียกร้องให้วอชิงตัน ละทิ้งการรีดภาษีแต่เพียงฝ่ายเดียว บ่งชี้ว่าพวกเขามีความตั้งใจจัดการเจรจาการค้ารอบใหม่กับสหรัฐฯ

(ที่มา:รอยเตอร์)

ข่าวล่าสุด

วิกฤตฮอมุสพ่นพิษ!สหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน !

โลกเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากถล่มอิหร่าน จนนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอมุส เส้นเลือดใหญ่ที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลก

ซาอุฯ รวบ “สายลับอิสราเอล” จัดฉากป่วน

ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เพิ่งรวบตัว "สายลับมอสสาด" ของอิสราเอลได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังพยายามเข้าไปจัดฉากวางบึ้มป่วนเมือง

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก

สีฟ้าๆ คือประเทศที่ปลอดภัยสุดเมื่อเกิดสงครามโลก...ไทยแลนด์คือ 1 ในนั้น โชคดีแล้วที่เกิดมาที่เมืองไทย

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ข่าวอื่นๆ

ซาอุฯ รวบ “สายลับอิสราเอล” จัดฉากป่วน

ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์เพิ่งรวบตัว "สายลับมอสสาด" ของอิสราเอลได้คาหนังคาเขา ขณะกำลังพยายามเข้าไปจัดฉากวางบึ้มป่วนเมือง

 ‘โมจตาบา คอเมเนอี’ ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ที่กำลังถูก ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล’ หมายหัว

โมจตาบา ในวัย 56 ปี ได้รับการคัดเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิก 88 คน มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองและศาสนาของประเทศ

ตอนนี้กรุงเตหะรานเหมือนตกอยู่ในนรก

การเผาไหม้น้ำมันในปริมาณมหาศาลทำให้เกิด "ฝนกรดสีดำ" จากการที่ไอเสียลอยขึ้นไปทำปฏิกิริยากับความชื้นในอากาศจนกลายเป็นกรดซัลฟิวริกและกรดไนตริกที่สะสมอยู่ในก้อนเมฆ และตกลงมาเป็นฝนสีดำสนิท