วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตตามสไตล์จีน คือทันทีที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย

ตามสไตล์จีน คือทันทีที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย

เผยแพร่

spot_img

สื่อจีนจำนวนมากได้รายงานข่าวอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่ถูกหยิบมาเป็น “ลีดข่าว” ไม่ได้มีเพียงชัยชนะทางการเมือง หากคือประโยคเด็ดของเจ้าตัว…

“ผมคือคนเชื้อสายจีน 100%”

อนุทินเคยเล่าว่าพ่อแม่และปู่ย่าตายายของเขาเป็นชาวกวางตุ้ง แม้ตัวเองเกิดและเติบโตในประเทศไทย แต่ก็มีชื่อภาษาจีน

นั่นคือ “ฉั่น เซ็กหยิ่ว” สำเนียงจีนกลางคือ ”เฉิน ซีเหยา“ 陈锡尧 (แซ่ตั้งของคนแต้จิ๋ว)

นอกจากนี้ยังใช้ภาษากวางตุ้งในครอบครัวมาตลอด

ความทรงจำเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกผูกพันกับชาวจีนเสมอ เมื่อได้พบเจอคนจีนก็มักมีความสุขและอบอุ่นใจ

สำหรับสื่อจีน เรื่องราวเช่นนี้คือ “วัตถุดิบชั้นดี” ที่จะช่วยเชื่อมโยงความรู้สึกของคนจีนกับการเมืองไทยได้

การที่ผู้นำไทยคนใหม่ย้ำชัดว่าเป็นลูกหลานจีน แสดงให้เห็นว่า สายเลือดและวัฒนธรรมจีนไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายในพรมแดน

แต่ยังแตกแขนงไปสร้างผู้นำในประเทศเพื่อนบ้าน

นี่จึงไม่ใช่ครั้งแรกที่สื่อจีนใช้กลยุทธ์ดังกล่าว โดยย้อนหลังไปก่อนหน้านี้ อดีตนายกฯ หลายคนของไทยก็เคยถูกนำเสนอในมิติ “เชื้อสายจีน”

ไม่ว่าจะเป็น ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ แพทองธาร ชินวัตร

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือบรรหาร ศิลปอาชา ทั้งหมดต่างถูกหยิบมาเล่าในฐานะ “ลูกหลานชาวจีน” ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของการเมืองไทย

การเล่าเรื่องเช่นนี้มีเป้าหมายชัดเจน คือสร้างความภาคภูมิใจร่วม ให้คนจีนรู้สึกว่า “ไทยไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นญาติพี่น้อง”

เสริมความชอบธรรม แก่นโยบายความสัมพันธ์จีน–ไทยในกรอบ “ประชาคมร่วมชะตากรรม”

พูดง่าย ๆ คือดองญาติหาพวก

ปลุกภาพความต่อเนื่องของอารยธรรมจีน ที่ส่งอิทธิพลไปทั่วโลก ลูกหลานชาวจีนแม้ย้ายถิ่นฐานก็ยังคงสืบทอดและประสบความสำเร็จ

การที่อนุทินเน้นย้ำความเป็นจีน 100% ของตนเอง และเล่าถึงรากเหง้าที่มณฑลกวางตุ้ง ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาในสื่อจีนไม่ได้ถูกมองเพียงในฐานะ นายกรัฐมนตรีไทยคนใหม่

แต่ยังถูกตีความว่าเป็น “ลูกหลานจีน“ ที่กลับมามีบทบาทในสังคมโลก

เมื่อประกอบกับท่าทีทางการเมืองที่จีนรีบแสดงความยินดีและย้ำพร้อมจะเสริมสร้างความร่วมมือกับรัฐบาลไทยชุดใหม่ ยิ่งทำให้เรื่องสายเลือดกลายเป็นสะพานเชื่อมใจระหว่างสองประเทศอย่างทรงพลัง

คำประกาศว่า “ผมคือคนเชื้อสายจีน 100%” ของอนุทิน ไม่ได้เป็นเพียงถ้อยคำส่วนตัว

แต่เมื่อถูกขยายโดยสื่อจีน มันกลายเป็นเครื่องมือทางการทูตเชิงสัญลักษณ์ ที่ย้ำให้คนจีนเห็นว่า ไทยคือมิตรแท้ที่มีสายสัมพันธ์ทั้งทางเลือดและวัฒนธรรมกับจีนมายาวนาน

และนั่นคือเสน่ห์ของการเล่าเรื่องในแบบสื่อจีน การเปลี่ยนชีวประวัติส่วนบุคคลให้มีผลเชิงบวกต่อจีน

ไทยเราใช้จังหวะตรงนี้สานสัมพันธ์กับจีนได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าทุกคนที่ถือบัตรประชาชนคือคนไทย เราเกิดที่บ้านนี้เมืองนี้

คนไทย รักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยมาก่อน ตั้งแต่ผู้นำ ยันประชาชนธรรมดาครับ…

cr. ไทยคำจีนคำ

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

พระครูภาวนาสาธุกิจ (หลวงปู่ชนะ อุตฺตมลาโภ) พระเถระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

พระครูภาวนาสาธุกิจ (หลวงปู่ชนะ อุตฺตมลาโภ) อายุ 84 ปี ท่านเป็นพระเถระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย มักน้อย สันโดษ มีจิตเมตตาและมีบทบาทสำคัญในด้านสังคมสงเคราะห์

“Black Hole”

เป็นภาพยนตร์สัญชาติอังกฤษ ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความโลภของมนุษย์ ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความยาวไม่ถึง 3 นาทีและผู้ชมต่างตกตะลึงกับตอนจบ

การห่มสใบใส่คู่ยืนส์ กลายเป็นหนึ่งในภาพที่ถูกพูดถึงมากที่สุดช่วงนี้…

วัฒนธรรม... ในสายตาคนรุ่นใหม่ สำหรับคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย สไบไม่ใช่ของศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องเก็บไว้ใช้เฉพาะพิธีแต่มันคืออัตลักษณ์ที่ควรถูกใช้ มีชีวิต และเดินไปพร้อมกับปัจจุบัน...