หน้าแรกเทคโนโลยี-นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออีกต่อไป

ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออีกต่อไป

เผยแพร่

spot_img

ปี 2026 โลกเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนเร็วราวกับคลื่นที่ไม่หยุดนิ่ง และหัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ “ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็น “ระบบประสาท” สำคัญขององค์กร

.

การพัฒนาองค์กรในอนาคตจึงต้องออกแบบระบบโดยมี AI เป็นศูนย์กลาง ซึ่งล่าสุด Gartner ได้เผยรายงาน “Top 10 Strategic Technology Trends for 2026” ชี้ให้เห็น 10 เทรนด์เทคโนโลยีที่องค์กรทั่วโลกต้องจับตา โดยจัดกลุ่มเป็น 3 หมวดหลัก สะท้อนโจทย์สำคัญขององค์กรยุค AI คือ “สร้าง – ผสาน – ปกป้อง” เทคโนโลยีเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาว โดยแต่ละเทรนด์จะมีอะไรบ้าง NIA สรุปข้อมูลมาให้แล้ว ตามไปดูกัน!

หมวด The Architect การสร้างรากฐานดิจิทัลที่มั่นคง ปลอดภัย และยืดหยุ่น พร้อมรองรับ AI ขั้นสูง

1. AI-Native Development Platforms ยุคใหม่ของการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่นักพัฒนาไม่ต้องเริ่มเขียนโค้ดจากศูนย์ แพลตฟอร์มเหล่านี้มี AI ฝังอยู่ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ one-shot coding, vibe coding ไปจนถึง AI Agents ที่ทำงานร่วมกันแบบอัตโนมัติ Gartner คาดว่า ภายในปี 2030 แอปพลิเคชันกว่า 40% จะถูกสร้างผ่านแพลตฟอร์มลักษณะนี้ เพื่อช่วยเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

.

2. AI supercomputing platforms เมื่อโมเดล AI มีความซับซ้อนมากขึ้น องค์กรจึงต้องพึ่งพาระบบประมวลผลสมรรถนะสูง AI Supercomputing Platforms คือระบบประมวลผลที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการคำนวณมหาศาล โดยผสานระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (High-Performance Computing: HPC) เข้ากับหน่วยประมวลผลกลางเฉพาะทาง และสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture) ที่ขยายตัวได้ เพื่อรองรับการคำนวณและงานที่ใช้ข้อมูลจำนวนมาก

.

3. Confidential Computing เมื่อ AI ต้องประมวลผลข้อมูลละเอียดอ่อนมากขึ้น ความปลอดภัยระหว่างการประมวลผล จึงเป็นหัวใจสำคัญ เทคโนโลยีนี้จึงช่วยปกป้องข้อมูลแม้อยู่ในระหว่างการใช้งาน ทำให้แม้แต่ผู้ให้บริการคลาวด์ ก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้ ช่วยตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัว และเพิ่มความเชื่อมั่นในการแบ่งปันข้อมูลระหว่างองค์กร 

.

หมวด The Synthesist การผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

4. Multiagent systems (MAS) ระบบที่ประกอบด้วย AI หลายรูปแบบมาทำงานร่วมกัน โดยแต่ละชนิดมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน คล้ายการทำงานเป็นทีมของมนุษย์ Gartner ระบุว่า ความสนใจของเทคโนโลยีนี้ เห็นได้จากการค้นหาเกี่ยวกับระบบนี้เพิ่มขึ้นกว่า 1,445% ตั้งแต่ต้นปี 2024 ถึงกลางปี 2025 สะท้อนถึงบทบาทสำคัญในภาคธุรกิจ

.

5. Domain-Specific Language Models (DSLMs) AI ยุคถัดไปคือโมเดลที่ถูกฝึกจากชุดข้อมูลเฉพาะด้าน เพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่มีความเฉพาะเจาะจง เช่น การเงิน การแพทย์ หรือทรัพยากรบุคคล โดยภายในปี 2028 โมเดล GenAI ที่องค์กรใช้งานมากกว่าครึ่งหนึ่งจะเป็นโมเดลเฉพาะด้านเหล่านี้

.

6. Physical AI เทคโนโลยี AI กำลังก้าวออกจากโลกดิจิทัล สู่โลกกายภาพ ผ่านหุ่นยนต์ โดรน ยานยนต์ และอุปกรณ์อัจฉริยะ ที่รับรู้สถานการณ์ ตัดสินใจ และลงมือทำได้ด้วยตัวเอง ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในสายงานการผลิต การจัดการซัพพลายเชน และการปฏิบัติการภาคสนาม

.

🛡 หมวด The Vanguard การยกระดับความเชื่อมั่น ปลอดภัย และธรรมาภิบาลของเทคโนโลยี AI 

7. Preemptive Cybersecurity เมื่อภัยคุกคามไซเบอร์ทวีความรุนแรง องค์กรต้องหันสู่การป้องกันเชิงรุก โดยใช้ AI คาดการณ์รูปแบบการโจมตีก่อนเกิดเหตุ โดย Gartner คาดว่าในปี 2030 งบประมาณซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยกว่า 50% จะถูกใช้กับระบบป้องกันเชิงรุกรูปแบบนี้

.

8. Digital provenance ในยุคที่ข้อมูลและคอนเทนต์ถูกปลอมแปลงได้ง่าย เทคโนโลยีตรวจสอบที่มา เช่น Digital Watermarking, Attestation, หรือ Software Bill of Materials (SBOM) จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับข้อมูลและระบบ

.

9. AI security platforms (AISPs) เมื่อ AI กลายเป็นโครงสร้างหลักขององค์กร ก็ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยเฉพาะทาง เพื่อรับมือความเสี่ยงใหม่ เช่น Prompt Injection ที่อาจมีผู้เข้ามาควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงการทำงานของ AI และการตรวจจับโมเดลหลอก เพื่อรับมือความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ตรวจสอบ ควบคุมสิทธิ์ และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง 

.

10. Geopatriation จากความตึงเครียดทางภูมิมิรัฐศาสตร์ องค์กรจำนวนมากเริ่มย้ายข้อมูลจากคลาวด์ระดับโลกไปสู่  sovereign cloud ผู้ให้บริการท้องถิ่น หรือระบบ on-premises ภายในประเทศ เพื่อลดความเสี่ยง และเพิ่มความมั่นคงในการดำเนินงาน 

.

ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่องค์กรต้องเร่งออกแบบระบบใหม่ให้พร้อมสำหรับโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบผู้ประกอบการและองค์กรที่ต้องการอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีที่น่าสนใจ ติดตามได้ที่เพจ NIA เพื่อไม่พลาดองค์ความรู้ที่นำไปต่อยอดสู่การทำธุรกิจและการบริหารองค์กรด้วยนวัตกรรมในอนาคต

อ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้ที่ : https://bit.ly/49vmJ0N

ติดตามคอนเทนต์ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และสตาร์ตอัปที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่

https://www.nia.or.th/article/blog.html

#NIA #NIAFocalConductor #มุ่งเป้าสู่ชาตินวัตกรรม #Innovation #TechnologyTrends #AI

อ้างอิงข้อมูลจาก :

https://www.gartner.com/…/top-technology-trends-2026

ข่าวล่าสุด

“A Spectacular Convergence of Faith and Culture: Wat Sarod Celebrates New Preceptor”

"Bangkok’s historic Wat Sarod, located in the Rat Burana District, is set to host an extraordinary cultural and religious milestone on May 30, 2026.

โปรดเกล้าฯ ให้ผู้นำเวียตนาม เข้าเฝ้าฯ  มุ่งเจรจาการค้าพลิกฟื้น…เสถียรภาพอินโดจีน

ในวโรกาสอันเป็นนิมิตหมายอันดีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายโต เลิม และคณะผู้แทนเวียดนาม เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

หรือ…ตราชั่งชำรุดที่จุดเริ่มต้น ?  เมื่อศาลตัดสินจำคุกอดีต ประธาน ปปช.กับพวก

วานนี้ คำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่สั่งจำคุกอดีตประธาน ปปช. และกรรมการ กรณีปกปิดข้อความเอกสารคดีนาฬิกาหรู แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวแรกของกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลต้นที่ยังไม่ถึงที่สุด

ครบรอบ 120 ปี ชาตกาล พุทธทาสภิกขุ

วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นวาระอันประเสริฐและทรงความหมายยิ่งสำหรับพระพุทธศาสนาและสังคมโลก เนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันชาตกาล ของ พระธรรมโกศาจารย์ หรือ พุทธทาสภิกขุ

ข่าวอื่นๆ

จีน Mass Produce Solid-State Battery ก่อนใครในโลก! EV วิ่ง 1,000+ กม. ปลอดภัยสุด ไม่มีไฟไหม้

Solid-State Battery คือแบตเตอรี่ที่ใช้ “ของแข็ง” แทนของเหลวเป็นตัวนำไฟฟ้า ทำให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงกว่ามาก

จีนนำหน้าด้านเทคโนโลยีอีกแล้ว

จีนนำหน้าด้านเทคโนโลยีอีกแล้ว เพียงกวักมือเรียกรถก็แล่นออกมา รวมทั้งการนำรถเข้าจอดด้วย

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท