วันพฤหัสบดี, เมษายน 30, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเทคโนโลยี-นวัตกรรมเมื่อ "มือถือ" กลายเป็นเครื่องมือ Scammer ?

เมื่อ “มือถือ” กลายเป็นเครื่องมือ Scammer ?

เผยแพร่

spot_img

รู้หรือไม่ ? แค่คลิกลิงก์ที่ไม่มีที่มาที่ชัดเจน ก็อาจทำให้อุปกรณ์ของเราอาจถูกฝังซอฟต์แวร์ดักจับข้อมูล ที่ติดตามการใช้งาน หรือกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย Botnet โดยที่คุณไม่รู้ตัว

แล้ว Botnet คืออะไร ทำงานยังไง ?

Botnet มาจากคำว่า Robot + Network หรือเครือข่ายของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกแฮกและควบคุมจากระยะไกลผ่านมัลแวร์ ที่แค่เผลอคลิกลิงก์หรือเปิดไฟล์อันตรายแค่ครั้งเดียว อุปกรณ์ของเราก็จะถูกติดตั้งโปรแกรม “บอท” ที่พร้อมทำงานให้คนร้ายทันที ทั้งขโมยข้อมูลส่วนตัว ส่งต่อบัญชี รวมถึงการแพร่ไปยังอุปกรณ์อื่น ก็ทำได้อัตโนมัติ

ซึ่งมี Bot Master คอยควบคุมจากระยะไกล และนำอุปกรณ์ที่ใช้โจมตีจำนวนมากมาเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ โดยนำไปใช้โจมตีเป้าหมายต่างๆ ทั้งขโมยบัญชีผู้ใช้ ทำธุรกรรมฉ้อโกง หรือแม้แต่ทำให้เว็บไซต์และบริการล่ม

ทำให้อาชญากรรมออนไลน์วันนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การโทรหลอกโดยใช้กลอุบายอีกต่อไป แต่กลายเป็น อุตสาหกรรมอาชญากรรมเต็มรูปแบบ ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงควบคุมการโจมตีและขโมยข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง

ซึ่งข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ‑นามสกุล เลขบัตรประชาชน หมายเลขบัญชีธนาคาร สลิปโอน หรือ session ของโซเชียล ถูกขโมยและขายต่อในตลาดมืดบน Telegram ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรไซเบอร์สามารถหลอกลวงและโกงเงินได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังใช้คริปโตฯ ทำให้การตามเงินหรือสืบเส้นทางการเงินทำได้ยาก

นอกจากนี้ ข้อมูลเหล่านี้ยังถูกนำมาใช้เป็นอาวุธในโลกดิจิทัลได้โดยถูกนำมาใช้เป็น “กองทัพไซเบอร์” ที่ปั่นกระแส ปล่อยข่าวเท็จ และชี้นำความคิดเห็นของผู้คนได้ในวงกว้าง ซึ่งส่วนมากมักถูกนำมาใช้ในเรื่องการเมือง 

เห็นได้จากช่วงปลายเดือน ก.ค.68 ที่ผ่านมา พบว่าสื่อและเว็บไซต์ของทางการไทย ถูกโจมตีด้วย DDos Attack ถึงกว่า 500 ล้านครั้ง

แล้วจะระวังตัวจาก Botnet ได้ยังไง?

อย่างแรกแนะนำให้เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ พร้อมติดตั้ง Firewall หรือซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส ทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ นอกจากนี้ต้องคอยระวังไฟล์ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน คลิกลิงก์ หรือเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจเป็นช่องทางให้ Botnet หรือมัลแวร์แฝงเข้ามา ที่จะขโมยข้อมูลส่วนตัวและบัญชีของคุณได้โดยไม่รู้ตัว

#Botnet #Scammer #Phishing #Localtech #TechMovement

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยี ที่จะพัฒนาและยกระดับประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า ได้ที่ Tech Movement

ข่าวล่าสุด

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น

 รู้หรือไม่..? ปรากฏการณ์แฟชั่นที่กำลังมาแรงและถูกพูดถึงอย่างมากในหมู่วัยรุ่นจีน 

ภาพของคนรุ่นใหม่ที่เดินสวมกางเกงช้างพริ้วไหว สวมทับด้วยเสื้อยืดที่มีข้อความปลงตก ปล่อยวาง หรือคำสอนทางพุทธศาสนา กลายเป็นภาพชินตาตามย่านฮิตในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และอีกหลายเมืองใหญ่ในจีน

   飲 水 思 源  (sweat)  สุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า  “ดื่มน้ำให้นึกถึงต้นน้ำ”

“ดื่มน้ำให้นึกถึงต้นน้ำ” ประโยคสั้น ๆ แต่สะเทือนใจยาวไกลกว่าที่คิด เพราะมันไม่ได้สอนแค่เรื่อง “ความกตัญญู” แต่สอนให้เรามองชีวิตอย่างมีสติ “อย่าลืมตัว”

สีหศักดิ์เผยสหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆไทย จากผลกระทบสงคราม ไทยหันไปหารัสเซีย-จีน

รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ยังไม่ได้ให้ความช่วยเหลือโดยตรงใดๆ แก่ประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาระยะยาวของสหรัฐฯ ขณะที่ไทยกำลังเผชิญผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน

ข่าวอื่นๆ

จีนนำหน้าด้านเทคโนโลยีอีกแล้ว

จีนนำหน้าด้านเทคโนโลยีอีกแล้ว เพียงกวักมือเรียกรถก็แล่นออกมา รวมทั้งการนำรถเข้าจอดด้วย

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท

จีนสร้าง “ประภาคารในอวกาศ” เครือข่ายดาวเทียมระบบนำทางด้วยแสง ป้องกันการรบกวนสัญญาณ GPS 100%

คณะนักวิจัยชาวจีนประกาศความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายดาวเทียม 11 ดวง เพื่อพัฒนาระบบนำทางด้วยแสง (Optical Navigation) ที่มีความแม่นยำสูงและป้องกันการรบกวนสัญญาณ (Jam-resistant) โดยออกแบบมาเพื่อให้บริการในพื้นที่ที่สัญญาณ GPS เข้าไม่ถึง หรือถูกรบกวนด้วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่โดรน รถยนต์ไร้คนขับ ไปจนถึงภารกิจสำรวจอวกาศ