หน้าแรกINSIDE - INSIGHTป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เผยแพร่

spot_img

ปริศนาความคุ้มค่าใต้เงาการเมือง !

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น

                            กลายเป็นประเด็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” ที่ทำเอาอุณหภูมิทางสังคมพุ่งสูงยิ่งกว่าเครื่องเชิดหัวพ้นรันเวย์ท่ามกลางแดดจัด เมื่อภาพป้ายชื่อ “ท่าอากาศยานนานาชาติบุรีรัมย์” ในโทนสีน้ำเงินเข้มถูกแชร์ว่อนเน็ต พร้อมตัวเลขงบประมาณที่ถูกตั้งคำถามว่าสูงเกินจริงหรือไม่ ?

                         เสียงวิพากษ์วิจารณ์แตกออกเป็นสองเสี่ยง  ฝ่ายหนึ่งตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของราคาจัดซื้อจัดจ้าง อีกฝ่ายมองลึกไปถึงการเลือกใช้โทนสีที่บังเอิญไป “สอดคล้อง” กับภาพลักษณ์ของกลุ่มอำนาจในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ 

                          จากการตรวจสอบเอกสารเผยแพร่ในสัญญาก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ (Terminal 2) ของท่าอากาศยานบุรีรัมย์   พบข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่า งบประมาณจำนวน 20 ล้านบาทนั้น  มิได้ถูกใช้เพียงเพื่อการเปลี่ยนป้ายชื่อด้านหน้าอาคารตามที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์  แต่เป็นงบประมาณที่ครอบคลุมการวางระบบสื่อสารทางสายตาทั้งหมดของท่าอากาศยาน (Integrated Signage System) โดยเป็นงานติดตั้งป้ายนำทางหรือ Wayfinding ทั้งระบบ ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อการเดินทางภายนอกอาคาร พื้นที่บริการผู้โดยสารขาเข้า-ขาออก ไปจนถึงบริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Boarding Gates) เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO

                        นอกจากนี้ ในด้านวิศวกรรม (Engineering Standards) วัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้งานในเขตการบิน (Airside) ยังมีข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่างานป้ายทั่วไป โดยเฉพาะความทนทานต่อกระแสลมแรงในพื้นที่โล่ง การควบคุมแสงสะท้อนที่ไม่ให้รบกวนทัศนวิสัยทางการบิน รวมถึงการใช้ระบบส่องสว่าง LED มาตรฐานสูงเพื่อการประหยัดพลังงานในระยะยาว ซึ่งเมื่อพิจารณาในภาพรวมเทียบกับมูลค่าโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารทั้งหมดที่สูงกว่า 600 ล้านบาท จะพบว่างบประมาณในส่วนงานป้ายและสัญลักษณ์นี้ ยังคงอยู่ในกรอบเพดานมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่ใช้กับท่าอากาศยานในระดับสากล

                             สำหรับ “สีน้ำเงิน”… จะเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น หรือ นัยทางการเมือง หรือไม่นั้น  กลายเป็นประเด็น”เผือกร้อน” ที่ฝ่ายรัฐพยายามอธิบายอย่างเต็มที่ ท่ามกลางสายตาประชาชนที่มองว่าสีที่เลือกใช้นั้นมีนัยแฝงหรือไม่

                      มีคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่รัฐ อ้างอิงตาม “สีประจำจังหวัด” และแนวทางการปรับปรุงภาพลักษณ์  (Rebranding) เพื่อสร้างเอกลักษณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ได้เกี่ยวพันกับเรื่องอื่นใด

                     ในมุมมองเชิงสัญลักษณ์  ในทางสากล สีน้ำเงินสื่อถึงความมั่นคงและความเป็นสากล แต่ในบริบทไทย เมื่อสีสันบนสมบัติสาธารณะไป “ตรงกับโทนสี” ของขั้วอำนาจใดขั้วอำนาจหนึ่ง ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมหรือไม่

                               บทเรียนจากกรณี “ป้ายสีน้ำเงิน” ครั้งนี้ สะท้อนภาพสะท้อนใจให้เห็นว่า ในยุคที่สังคมตื่นรู้และขยันตรวจสอบกลิ่นอายของงบประมาณ บรรดาผู้มีอำนาจและนักบริหารนโยบายทั้งหลายจะหยิบจับสิ่งใดเพียงแค่ความ “จริงใจ” หรือ “รักชาติ” ที่แถลงไว้นั้นอาจยังไม่พอ

                             เป็นเรื่องน่าเสียดายที่งบประมาณจากภาษีประชาชน เมื่อถูกนำไปแปรสภาพเป็นสิ่งก่อสร้างสาธารณะ มักจะถูกทำให้มี “กลิ่นอาย” หรือ “เฉดสี” ที่ชวนให้ผู้คนเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มก้อนทางการเมืองได้โดยง่าย หากท่านผู้บริหารและนักการเมืองในทุกภาคส่วนมีความปรารถนาดีต่อส่วนรวมจริงดังที่ลั่นวาจาไว้ สิ่งสำคัญที่ต้องพ่วงมาด้วยคือการ “มองให้รอบด้าน” และ “คิดให้รอบคอบ” เพื่อไม่ให้ความตั้งใจดีนั้นถูกกลบด้วยข้อครหาเรื่องประโยชน์แฝง

                            ความสง่างามของท่าอากาศยานอยู่ที่มาตรฐานการบริการและโครงสร้างที่มั่นคง แต่ความสง่างามของเจ้าหน้าที่รัฐ คือการรู้จักวางระยะห่างระหว่าง “งบแผ่นดิน” กับ “ภาพจำส่วนตน” ให้เด็ดขาด… เพราะหากไม่ระวังให้ดี ต่อให้สร้างสรรค์งานออกมาวิจิตรบรรจงเพียงใด   ประชาชนก็อาจมองเห็นเพียงแค่สีสันที่พยายามแต่งแต้ม   มากกว่าคุณค่าที่แท้จริงของเนื้อพลาสติกและเหล็กกล้าเหล่านั้น

2569-04-30  “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

ไอเดียเด็ด…ห้ามรถไฟเข้ากรุง ?  แก้ปัญหาโศกนาฏกรรมอโศก-มักกะสัน

การแก้ปัญหาจุดตัดด้วยการยุติขบวนรถไฟเข้าเมืองหลวง จึงเป็นภาพสะท้อนของการบริหารจัดการที่อาจยังขาดความเข้าใจในวิถีชีวิตระดับฐานรากและหลักการพัฒนาผังเมืองสากลอย่างแท้จริง

“เบื้องหลัง”  โพล กกร.  เมื่อ “ความกลัว” สะท้อนภาพจริงในระบบราชการไทย

ท่ามกลางข้อถกเถียงและปฏิกิริยาปฏิเสธจากหน่วยงานราชการ ภายหลังการเปิดเผยผลสำรวจความเห็น “Zero Corruption” โดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นั้น หากสกัดเอาอารมณ์ทางการเมืองออกไป แล้วมองผ่านเลนส์ความจริง จะพบรหัสลับสำคัญที่ภาคเศรษฐกิจกำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างจริงจัง

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ทรงพระประชวร ฉบับที่ ๗

วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงพระประชวร ฉบับที่ ๗

ถอดรหัส “…รู้จักกูน้อยไป !“  ต่อหน้านักข่าว 

เมื่อวัฒนธรรมอำนาจนิยมปะทะเพดานบิน OECD ส่องแรงสะเทือนจากโพล Zero Corruption สู่เงื่อนไขเหล็ก บนเวทีโลกที่ประเทศไทยกำลังเดิมพัน !                              ปรากฏการณ์ความตึงเครียดบนแท่นแถลงข่าวระหว่างผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกับสื่อมวลชน ภายหลังการเปิดเผยผลสำรวจ “Zero Corruption” โดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ระบุว่าหน่วยงานรัฐอย่างกรมในสังกัดเผชิญข้อห่วงใยด้านการทุจริตเป็นอันดับต้น...

ข่าวอื่นๆ

ไอเดียเด็ด…ห้ามรถไฟเข้ากรุง ?  แก้ปัญหาโศกนาฏกรรมอโศก-มักกะสัน

การแก้ปัญหาจุดตัดด้วยการยุติขบวนรถไฟเข้าเมืองหลวง จึงเป็นภาพสะท้อนของการบริหารจัดการที่อาจยังขาดความเข้าใจในวิถีชีวิตระดับฐานรากและหลักการพัฒนาผังเมืองสากลอย่างแท้จริง

“เบื้องหลัง”  โพล กกร.  เมื่อ “ความกลัว” สะท้อนภาพจริงในระบบราชการไทย

ท่ามกลางข้อถกเถียงและปฏิกิริยาปฏิเสธจากหน่วยงานราชการ ภายหลังการเปิดเผยผลสำรวจความเห็น “Zero Corruption” โดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นั้น หากสกัดเอาอารมณ์ทางการเมืองออกไป แล้วมองผ่านเลนส์ความจริง จะพบรหัสลับสำคัญที่ภาคเศรษฐกิจกำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างจริงจัง

ถอดรหัส “…รู้จักกูน้อยไป !“  ต่อหน้านักข่าว 

เมื่อวัฒนธรรมอำนาจนิยมปะทะเพดานบิน OECD ส่องแรงสะเทือนจากโพล Zero Corruption สู่เงื่อนไขเหล็ก บนเวทีโลกที่ประเทศไทยกำลังเดิมพัน !                              ปรากฏการณ์ความตึงเครียดบนแท่นแถลงข่าวระหว่างผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกับสื่อมวลชน ภายหลังการเปิดเผยผลสำรวจ “Zero Corruption” โดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ระบุว่าหน่วยงานรัฐอย่างกรมในสังกัดเผชิญข้อห่วงใยด้านการทุจริตเป็นอันดับต้น...