วันพุธ, มีนาคม 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนคำสาปพระเจ้าชัยวรมันสำแดงฤทธิ์อีกครั้ง เขมรสอบผ่านทุกข้อไปสู่ความพินาศสูญสิ้น..... โดย โรม บุนนาค

คำสาปพระเจ้าชัยวรมันสำแดงฤทธิ์อีกครั้ง เขมรสอบผ่านทุกข้อไปสู่ความพินาศสูญสิ้น….. โดย โรม บุนนาค

เผยแพร่

spot_img

เมื่อเขมรถล่มปืนใหญ่ใส่ไทยเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘ อย่างที่ไม่มีปี่มีขลุ่ย และเป้าหมายก็ไม่ใช่ที่ตั้งกองทหาร แต่เป็นที่อยู่ของประชาชนซึ่งมีทั้งลูกเล็กเด็กแดง แบบไร้มนุษยธรรมและป่าเถื่อนอย่างไม่มีที่ไหนในโลกเถื่อนได้ถึงขนาดนี้ ทั้งๆที่ความเข้มแข็งของกองทัพก็ห่างกันอย่างมวยเวทีกับมวยวัด จึงทำให้ไทยต้องตอบโต้เพื่อป้องกันตัวเอง ผลก็คือทหารเขมรตายเป็นเบือจนเก็บศพไม่หมด ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปหมด อาวุธและคลังอาวุธถูกทำลายย่อยยับ ทำให้หลายคนนึกถึงคำสาปของพระเจ้าชัยวรมันผู้สร้างปราสาทหินทั้งหลาย และผู้สถาปนาความยิ่งใหญ่ให้อาณาจักรขอม

ในปี พ.ศ.๑๕๖๓ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๑ ได้จารึกเรื่องราวในยุคสมัยของพระองค์ไว้ในแผ่นหินหลายแผ่น แผ่นหนึ่งเป็นคำสาปแช่งผู้ที่คิดร้ายต่อลูกหลานของพระองค์ จารึกนี้ถูกพบที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม ในอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ต่อมาถูกนำมาจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสุรินทร์

ข้อความในจารึกนี้มีอยู่ ๗ ข้อ มีความหมายว่า

๑. ผู้ถูกสาปจะถูกทำลายสูญสิ้นด้วยลูกหลานของวรมัน

๒. ผู้ถูกสาปจะอยู่ใต้การปกครองของผู้อื่นเสมอ

๓. ผู้ถูกสาปจะเข่นฆ่าล้างผลาญกันเองตราบชั่วลูกชั่วหลาน

๔. ผู้ถูกสาปจะต้องเป็นทาสของผู้อื่นตลอดไป

๕. ผู้ถูกสาปจะต้องเผชิญกับหายนะและภัยพิบัติทางธรรมชาติ

๖. ลูกหลานของผู้ถูกสาปจะไม่มีวันรบชนะลูกหลานของชัยวรมัน

๗. ผู้ถูกสาปจะล้าหลัง ไร้ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญา

คำสาปนี้ได้เริ่มออกฤทธิ์เมื่อ ตาแตงหวาน ชาวบ้านหรือทาสคนหนึ่งได้ปลงพระชนม์พระเจ้าชัยวรมันที่ ๙ แล้วขึ้นครองราชย์เป็น พระบาทศรีสุริโยพันธ์ ต้นราชวงศ์ตาแตงหวาน เขมรก็ไม่มีความสงบสุขมาตลอด เข่นฆ่ากันเองจนมาถึงถึงปัจจุบัน และทำได้เกือบครบทุกข้อแล้ว โดยเฉพาะในสมัยตระกูลฮุน ถือได้ว่าสอบผ่านที่จะต้องสูญสิ้นไปในไม่ช้า

ส่วน AI ได้ข้อมูลที่แตกต่างไปจากนี้ว่า

คำสาปเขมร หรือ “คำสาปแห่งพระเจ้าอยู่หัว” เป็นตำนานที่มีชื่อเสียงในกัมพูชา โดยกล่าวถึงคำสาปที่มีผลกระทบต่อชะตากรรมของประเทศและประชาชนเขมรมาอย่างยาวนาน

ตำนานนี้เกี่ยวข้องกับกษัตริย์เขมรในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ และพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ผู้สร้างปราสาทนครวัด โดยเชื่อกันว่าคำสาปนี้เกิดขึ้นจากการกระทำที่ไม่เหมาะสม หรือการละเมิดคำสั่งของพระหรือเทพเจ้า

ตำนานนี้เล่าว่าพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ได้สร้างปราสาทนครวัดเพื่ออุทิศให้กับพระวิษณุ แต่ด้วยความทะนงตนและความไม่เคารพต่อพระหรือเทพเจ้า ทำให้เกิดคำสาปที่มีผลกระทบต่อชะตากรรมของประเทศเขมรมาอย่างยาวนาน ทำให้ประเทศประสบกับสงคราม ความอดอยาก และความวุ่นวายต่างๆ นานา เช่น

๑. การเสื่อมถอยของจักรวรรดิเขมร: หลังจากยุคของพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ จักรวรรดิเขมรเริ่มเสื่อมถอยและสูญเสียอำนาจ

๒. สงครามและความขัดแย้ง: ประเทศเขมรประสบกับสงครามและความขัดแย้งภายในและภายนอกมาอย่างยาวนาน

๓. ความอดอยากและความยากจน: ประชาชนเขมรประสบกับความอดอยากและความยากจน ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก

ตำนานนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ถูกเล่าขานและเชื่อถือในหมู่ประชาชนเขมรมาอย่างยาวนาน และยังเชื่อว่าประเทศเขมรยังคงอยู่ภายใต้คำสาปนี้จนถึงปัจจุบัน

แต่คนเขมรปัจจุบันมีความเชื่อในการแก้ไขให้หลุดพ้นจากคำสาปวรมันนี้ได้ โดยการทำพิธีกรรมทางศาสนา การบูชาเทพเจ้า หรือการสร้างความดีงาม จะสามารถช่วยล้างคำสาปได้ 

แต่คนเขมรถนัดแต่การบูชาเทพเจ้า จึงมีการทำพิธีถอนคำสาปวรมันเมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๘ มีคน ๘ คนแต่งชุดดำ ถือเป็นตัวแทนมาจาก ๘ ทิศ ทำพิธีขึงขังขึ้นที่กลางปราสาทนครวัด แต่แทนที่คำสาปวรมันจะถูกถอน กลับเกิดปรากฏการณ์ที่เหมือนคำสาปแช่งสำทับมาอีก โดยหลังจากนั้นเพียง ๓ วัน คือในวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ได้เกิดฟ้าผ่าลงมาที่ปราสาทนครวัด ทำให้นักท่องเที่ยว ๓ คนถึงตาย ซึ่งทั้งหมดเป็นคนเขมร และอีกกว่า ๓๐ คนบาดเจ็บ 

นี่ถ้าคนเขมรที่ตาย ๓ คนนั้นชื่อว่า ฮุน เซน ฮุนมาเนต และมาลี โสเจียตา ก็คงสะใจคนไทยไปตามๆกัน

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อครั้งเขมรเผาสถานทูตไทยที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๖ บ้านตัวเองกลับวอดมาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้ยังไม่เข็ด ถล่มไทยด้วยปืนใหญ่ โดยเล็งเป้าไปที่บ้านเรือนประชาชน แต่ก็ทำให้จำนวนชาวบ้านตายต่างกับที่ทหารเขมรตายเมื่อไทยโต้ตอบอย่างเทียบกันไม่ได้ อีกทั้งยังทำให้ทั่วโลกเห็นว่าเขมรไร้วัฒนธรรมที่จะเข้าร่วมสังคมโลกกับเขาได้ เกือบทุกประเทศจึงรังเกียจที่จะคบหาสมาคมกับเขมร มีเพียงประเทศที่ต้องการผลประโยชน์กับเขมรเท่านั้นที่จะเข้าไปตั้งฐานทัพล้อมจีน ฮุน เซ็น ก็รู้ตัวดีว่าอยู่ไม่ได้แล้ว จึงต้องการหาคนมาอุ้มคุ้มครอง แบบนี้เขมรก็คงต้องเป็นเหมือนยูเครน แต่จะรู้ผลเร็วกว่ายูเครนมาก ส่วนประเทศไทยที่ถูกถล่มกลับได้รับการสรรเสริญไปทั่ว ว่าทหารของเรารบกับคนเถื่อนอย่างมีระเบียบวินัย เคารพกติกาของสังคมโลก และทำไปตามความจำเป็นเท่านั้น เขมรจึงต้องวอดไปอีกครั้ง

แม้จะทำข้อตกลงกันกี่ครั้งก็ตาม ก็อย่าหวังว่าไทยเราจะอยู่อย่างสงบสุขได้ เขมรยังหาวิธีก่อกวนทุกวิธีทาง แต่ก็โปรดอุ่นใจได้ที่ทหารของเราเข้มแข็ง พร้อมจะเป็นรั้วเหล็กของประเทศให้ประชาชนนอนตาหลับ

แต่อย่างไรก็ตาม เราก็คงต้องอยู่ในบรรยากาศนี้ไปจนกระทั่ง เขมรต้องตกเป็นทาส หรือตกอยู่ในปกครองของชาติอื่น ตามคำสาป.

ข่าวล่าสุด

ทุเรียนไทย…ผลไม้พันล้านที่คนไทยอาจไม่ได้เลือกกินเอง

ต้นฤดูกาลทุเรียนปี 2569 เริ่มส่งสัญญาณชัดเจน เมื่อราคาทุเรียนหน้าสวนภาคตะวันออกเปิดตัวที่ประมาณ 150-180 บาทต่อกิโลกรัมสำหรับพันธุ์กระดุม และมีแนวโน้มขยับขึ้นสู่ 180-220 บาทต่อกิโลกรัม

ทองคำแกว่งใกล้ 8 หมื่นบาท  สัญญาณความไม่มั่นคงเศรษฐกิจโลก

สงคราม,เงินเฟ้อ,ธนาคารกลางกว้านซื้อทอง ทำตลาดทองกลายเป็น “เครื่องวัดความกลัวของเศรษฐกิจโลก”

คดีนี้เป็นเรื่องของ แคดดี้สนามกอล์ฟ

ทำงานในสนามกอล์ฟทุกวัน แต่ศาลฎีกาบอกว่า “ไม่ใช่ลูกจ้าง”

อาวุธในอนาคต จะเล็กลง จนแทบมองไม่เห็น

อาวุธในอนาคต จะเล็กลง จนแทบมองไม่เห็น ฆ่ามนุษย์ทีละ 1 คนที่เป็นตัวการก่อสงคราม ก็พอแล้ว ยุติสงครามได้แล้ว

ข่าวอื่นๆ

เรื่องเล่าเคล้าปัญญา   ...

วอร์เรน บัฟเฟตต์ อาจจะเป็นนักลงทุนที่โลกพูดถึงมากที่สุด แต่ในจดหมายฉบับสุดท้ายที่เขาเขียนถึงผู้ถือหุ้น Berkshire Hathaway

ประเทศไทย  ไม่ใช่ “ดินแดนแห่งพันธสัญญา”

ไทยต้องระวังถูกกลืนดินแดนทางเหนือ ด้วยการปั่นกระแสโดยคนยิวบางคนว่าเป็น “ดินแดนพันธสัญญา” เพื่อดึงคนอิสราเอลหนีสงครามมาตั้งรกรากจนสุ่มเสี่ยงเสียอธิปไตย

เศรษฐกิจโลก ผูกอยู่กับช่องแคบเล็ก ๆ เพียงไม่กี่สิบกิโลเมตร

"ช่องแคบฮอร์มุซ" (Strait of Hormuz) ไม่ใช่เพียงแค่เส้นทางเดินเรือธรรมดา แต่คือ "เส้นเลือดใหญ่" ของอุตสาหกรรมพลังงาน