วันศุกร์, พฤษภาคม 1, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนวงการการเมืองไทยเป็นเหมือนตลาดหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนในแต่ละบริษัท (พรรค)คาดหมายผลกำไรและ'เงินปันผล' ที่เรียกกันว่า'โควตา'

วงการการเมืองไทยเป็นเหมือนตลาดหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนในแต่ละบริษัท (พรรค)คาดหมายผลกำไรและ’เงินปันผล’ ที่เรียกกันว่า’โควตา’

เผยแพร่

spot_img

โอกาสที่คนนอกบริษัทจะเข้ามาทำงาน (หรือพูดหยาบๆ ว่า ‘ชุบมือเปิบ’) นั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก

สองวันนี้มีข่าวนายกฯคนใหม่ทาบทามมือเศรษฐกิจ ‘คนนอก’ หลายคนมาทำงานด้วย

คำว่า ‘คนนอก’ มีนัยว่ามือสะอาด ทางการเมืองถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ส่วนจะเกิดขึ้นเพราะเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมืองหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นของบทความนี้

ประเด็นของบทความนี้คือคำถามว่า คนนอก ‘น้ำดี’ ควรทำงานให้คนการเมืองที่อาจจะ ‘ไม่ค่อยดี’ หรือไม่

ตัวอย่างชัดที่สุดคือกรณี ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ กับจอมเผด็จการ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ 

ทั้งสองคนเป็นคนละทางกันโดยสิ้นเชิง คนหนึ่งเป็นนักวิชาการมือสะอาด ซื่อสัตย์ อีกคนหนึ่งมาจากการยึดอำนาจ ยิงเป้าคนเป็นว่าเล่น

แต่น้ำดีอย่าง ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ กลับยอมทำงานให้จอมเผด็จการ สฤษดิ์ ธนะรัชต์ 

ทำไม? คำตอบคือเพื่อประโยชน์ของชาติ 

เป็นที่รับรู้ชัดเจนมาตลอดว่า ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มือสะอาด ฉลาดเฉลียว ขวางทางคอร์รัปชั่นมาโดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม

ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เคยเล่าว่า ในช่วงปลายที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ครองอำนาจ มีคนสามคนถือเขาเป็นศัตรู ทั้งสามล้วนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ได้แก่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และพล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ภายใต้ความขัดแย้งและแรงกดดัน ผู้ใหญ่จึงส่งเขาไปทำงานที่ประเทศอังกฤษ

ป๋วยเป็นลูกคนจีน ฐานะไม่ดี ชีวิตต้องดิ้นรนแต่เด็ก อาศัยที่รักดี ก็เรียนจบธรรมศาสตร์บัณฑิตรุ่นแรกจากมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง

เขาสอบชิงทุนรัฐบาลได้ ไปเรียนปริญญาตรี สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์และการคลัง ที่ London School of Economics & Political Science มหาวิทยาลัยลอนดอน เรียนสามปีก็จบด้วยคะแนนสูง เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

เมื่อกองทัพญี่ปุ่นบุกเมืองไทยในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2484 รัฐบาลไทยโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ร่วมวงไพบูลย์กับญี่ปุ่น ประกาศสงครามกับสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา รัฐบาลไทยออกคำสั่งให้คนไทยในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาเดินทางกลับ ป๋วยเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ไม่ทำตามคำสั่ง ตรงกันข้ามกลับเข้าร่วมขบวนการเสรีไทย ต่อต้านญี่ปุ่น ป๋วยมีบทบาทเจรจากับรัฐบาลอังกฤษให้ยอมรับขบวนการเสรีไทย

ป๋วยและเสรีไทยรวม 36 คนสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพบกอังกฤษ เรียกว่า กลุ่มช้างเผือก ใช้ชื่อว่า เข้ม เย็นยิ่ง เดินทางไปกับกองทัพเรืออังกฤษ จากลิเวอร์พูลไปที่ เมืองปูนา อินเดีย ฝึกหลักสูตรการทหารนานหกเดือน และเป็นเสรีไทยชุดแรกที่มาปฏิบัติการในไทย เป้าหมายเพื่อติดต่อ รูธ หรือ ปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าเสรีไทย

กว่าจะติดต่อกับรูธได้ ป๋วยก็ต้องผ่านวิบากกรรมระหว่างการเข้ามาปฏิบัติการ ถูกชาวบ้านจับไปส่งตำรวจ ถูกจับข้อหาสายลับส่งตัวไปกรุงเทพฯ แต่เสรีไทยที่กรุงเทพฯช่วยจัดการจนได้พบ ปรีดี พนมยงค์

ปรีดี พนมยงค์ ส่งป๋วยกลับไปอังกฤษอีกครั้ง เพื่อเจรจาให้รัฐบาลอังกฤษยอมรับขบวนการเสรีไทยเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรม และยอมให้ถอนเงินสำรองที่รัฐบาลไทยฝากไว้ที่ธนาคารกลางอังกฤษ

หลังสงครามโลก ดร. ป๋วยเดินทางกลับประเทศไทย และปฏิเสธการทำงานกับบริษัทเอกชนทุกแห่ง ทิ้งโอกาสและผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่เอกชนเสนอให้ เขาเลือกเข้ารับราชการ เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินที่ส่งเขาไปเรียนที่ต่างประเทศ

ดร. ป๋วยรับราชการในตำแหน่งเศรษฐกร กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ไต่เต้าขึ้นเป็นผู้ช่วยฝ่ายวิชาการของปลัดกระทรวงการคลัง กรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย และในปี พ.ศ. 2496 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ทำให้เงินบาทมีเสถียรภาพและเงินสำรองระหว่างประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้น

ในปี พ.ศ. 2496 จอมพลสฤษดิ์ต้องการซื้อสหธนาคารกรุงเทพจำกัด แต่ถูก ดร. ป๋วยขัดขวางโดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม เนื่องจากธนาคารแห่งนี้กระทำผิดระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องถูกปรับเป็นเงินหลายล้านบาท จอมพลสฤษดิ์ไปพบ ดร. ป๋วย ขอร้องเชิงบังคับให้ยกเลิกการปรับ แต่ ดร. ป๋วยไม่ยอม ในที่สุดธนาคารก็เสียค่าปรับ

จอมพลสฤษดิ์โกรธ ดร. ป๋วยมาก ผลก็คือปลายปีนั้น ดร. ป๋วยถูกสั่งย้ายพ้นจากตำแหน่งรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ไปรับราชการเป็นผู้เชี่ยวชาญการคลัง กระทรวงการคลัง 

มิเพียงขวางทางจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เขายังขัดขา พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์

ในเวลานั้นอธิบดีกรมตำรวจผู้นี้มีอำนาจล้นฟ้า ไม่กี่ปีก่อนหน้านั้น อัศวินตำรวจในสังกัดได้สังหารโหดสี่รัฐมนตรีกลางกรุง เพียงคิดจะขวางทางอธิบดีกรมตำรวจ ก็เป็นเรื่องอันตรายยิ่ง

นอกจากตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พล.ต.อ. เผ่าได้เสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนบริษัทพิมพ์ธนบัตร จาก บริษัท ธอมัส เดอ ลา รู เป็นบริษัทแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา 

ดร. ป๋วยขัดขวางเรื่องนี้ ให้เหตุผลว่าผลงานของบริษัท ธอมัส เดอ ลา รู ได้มาตรฐานกว่า การปลอมธนบัตรทำได้ยากกว่า อีกทั้งกล่าวว่าบริษัทที่พล.ต.อ. เผ่าเสนอไม่น่าเชื่อถือ และมีชื่อเรื่องการวิ่งเต้น

รัฐบาลทำตามคำแนะนำของ ดร. ป๋วย เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจแก่ พล.ต.อ. เผ่าเป็นอย่างมาก

เพื่อความปลอดภัยและลดแรงกดดันรอบทิศ พระบริภัณฑ์ยุทธกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงขอให้ ดร.ป๋วย ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจการคลัง ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทยในอังกฤษ 

คนดีคนซื่อสัตย์อยู่ในเมืองไทยลำบาก

ผ่านไปร่วมสองปี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก่อรัฐประหาร จอมพล ป. หนีไปเขมรและญี่ปุ่นตามลำดับ และไม่ได้กลับเมืองไทยอีกเลย 

ส่วน พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ก็ไปลี้ภัยที่สวิตเซอร์แลนด์ และไม่ได้กลับเมืองไทยอีกเช่นกัน

แล้วก็ถึงคราวคิดบัญชี ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จอมพลสฤษดิ์สั่งตามตัว ดร. ป๋วยมาทันที เมื่อพบตัวแล้วกล่าวว่า “ผมต้องการให้คุณมาทำงานกับผม”

ศัตรูที่ซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้นหายาก ศัตรูที่หาญกล้าต่อกรอำนาจที่เหนือกว่าเพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชนยิ่งหายาก

ปี พ.ศ. 2502 จอมพลสฤษดิ์แต่งตั้งให้ ดร. ป๋วยเป็นผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ 

ต่อมาระหว่างที่ประชุมคณะรัฐมนตรีดีบุกโลกที่ลอนดอน ดร. ป๋วยได้รับโทรเลขจากจอมพลสฤษดิ์ให้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดร. ป๋วยปฏิเสธไม่ขอรับตำแหน่งนี้ ให้เหตุผลว่าตนได้สาบานตอนเข้าเป็นเสรีไทยว่า จะไม่รับตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ยกเว้นแต่เกษียณอายุราชการไปแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่า การร่วมคณะเสรีไทยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง จอมพลสฤษดิ์จึงแต่งตั้ง ดร. ป๋วยเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ต่อมาจอมพลสฤษดิ์ก็แต่งตั้ง ดร. ป๋วยเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังอีกตำแหน่งหนึ่ง ดร. ป๋วยในวัย 43 ปีจึงคุมทั้งนโยบายด้านการเงิน การคลัง และงบประมาณของประเทศ หากมิใช่เพราะจอมพลสฤษดิ์เห็นว่า ดร. ป๋วยเป็นคนซื่อสัตย์ ทำงานเพื่อแผ่นดินจริง ๆ ย่อมไม่ยกตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งให้

ตลอดหลายปีนั้นจอมพลสฤษดิ์ไม่ก้าวก่ายงานของ ดร. ป๋วยเลย เพราะเชื่อว่าเขาจะทำงานสุดความสามารถและสุจริต และอีกประการ ก็คงรู้ว่าก้าวก่ายไม่สำเร็จแน่ ความประพฤติของ ดร. ป๋วยตรงดุจทวนเหล็ก ซื้อไม่ได้

ครั้งหนึ่งจอมพลสฤษดิ์พูดกับ ดร. ป๋วยว่า “บ้านของคุณเป็นเรือนไม้เล็ก ๆ อยู่ไม่สบาย ผมจะสร้างตึกให้ใหม่เอาไหม?”

ดร. ป๋วยตอบขอบคุณ แต่ปฏิเสธ

เมื่อถูกถามหลายหน ก็ตอบว่า “ภรรยาผมไม่ชอบอยู่ตึก”

ตลอดสิบสองปีที่ ดร. ป๋วยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นห้วงสมัยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยถูกการเมืองแทรกแซงน้อยที่สุด เขาสามารถรักษาเสถียรภาพเงินตราได้อย่างแข็งแกร่ง เริ่มนวัตกรรมต่าง ๆ ทางการเงิน อดีตเสรีไทย นายเข้ม เย็นยิ่ง เป็นบุคคลที่ต่างประเทศยกย่องนับถืออย่างยิ่ง

และเมื่อการเมืองไทยพลิกผันสู่ความโสมมอีกครั้งในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 นายเข้ม เย็นยิ่ง ก็ต้องลี้ภัยในต่างประเทศ

สิบเอ็ดปีต่อมา เมื่อนายเข้ม เย็นยิ่ง กลับมาเยี่ยมบ้านเกิด พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยสองพันคนยืนต้อนรับเขาด้วยน้ำตา ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษายืนต้อนรับ ถือป้ายข้อความว่า ‘ปลื้มใจนักเตี่ยกลับบ้าน’

คนดีจริงตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้

คนเก่งที่ซื่อสัตย์ แม้แต่คนเกลียดก็คารวะ

คนจริงที่หาญต้านอำนาจเถื่อน แม้แต่ศัตรูก็ยำเกรง

ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นบทเรียนสำหรับคนมือสะอาดที่มีความรู้ว่า จงอย่ากลัวที่จะทำดีเพื่อแผ่นดินเลย ถ้าอยู่ในตำแหน่งและโอกาสที่จะช่วยลดจำนวนโควตาทางการเมือง ก็จงทำเถิด

วินทร์ เลียววาริณ

7 กันยายน 2568

……………………..

บางท่อนจาก สามก๊กบนเส้นขนาน

หนังสือแนวประวัติศาสตร์เปรียบเทียบไทยกับจีน เล่าเรื่องที่คนไทยทุกคนน่าจะรู้ การเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในสามก๊ก อาจจะช่วยให้เข้าใจกลไกและโครงสร้างทางการเมืองของเราชัดเจนขึ้น

หนังสือหมดเมื่อไร จะไม่ตีพิมพ์ใหม่แล้ว

https://www.winbookclub.com/store/detail/155/ สามก๊กบนเส้นขนาน %20%28ปกอ่อน%29

โปรโมชั่นแพ็คคู่สุดคุ้ม https://www.winbookclub.com/store/detail/246/โปรโมชั่นแพ็คคู่%

ข่าวล่าสุด

ศิริราชผงาด Medical Hub เชื่อมรถไฟฟ้าส้ม-แดง ปั้นฝั่งธนเป็นฮับใหม่!

ศิริราชผงาด Medical Hub เชื่อมรถไฟฟ้าส้ม-แดง ปั้นฝั่งธนเป็นฮับใหม่! ย่านที่เคย “รถติดที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพ” กำลังจะกลายเป็น “ศูนย์กลางการแพทย์ + การเดินทาง” ที่สำคัญที่สุดของฝั่งธนบุรี

ถ้าร้านอาหารไทยเปิดกิจการในจีน 5,000 แห่งในปีเดียว จะเกิดอะไรขึ้น

หากเกิดปรากฏการณ์ที่ "ร้านอาหารไทยในประเทศจีนเปิดใหม่ถึง 5,000 แห่งภายในปีเดียว" และผู้นำระดับทรงอิทธิพลของโลกอย่างประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ออกปากยกย่องในระดับเวทีนานาชาติว่า "อาหารไทยสามารถสร้างมิตรภาพระดับประชาชนได้ดีกว่าการทูตแบบดั้งเดิม"

ไทยจูงมือ “สิงคโปร์ ลงเรือ  “แลนด์บริดจ์”   พลิกกระดานภูมิรัฐศาสตร์

มีการเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ นายชาง ชุน ชิง รัฐมนตรีจากสิงคโปร์ เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ในหลวง พระราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดน ระหว่างวันที่ 29 เม.ย. – 2 พ.ค. 2569

ในหลวง พระราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดน ระหว่างวันที่ 29 เม.ย. – 2 พ.ค. 2569 ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน

ข่าวอื่นๆ

“ธรรมนูญงานศพ” : หยุดค่านิยมจอมปลอม คืนความถูกต้องให้สังคม   

โดย พจน์ เมืองนนท์       งานศพในปัจจุบันกำลังกลายเป็น "กับดัก" ที่กักขังชาวบ้านไว้ด้วยหนี้สินและหน้าตา ถึงเวลาที่ต้องพูดความจริงกันอย่างตรงไปตรงมาว่า ความยิ่งใหญ่ของงานพิธี ไม่ได้สะท้อนถึงความกตัญญูหรือความดีงาม แต่คือการเบียดเบียนตนเองและครอบครัวอย่างขาดสติ ผมขอเสนอ "ธรรมนูญงานศพ" เพื่อเป็นมาตรฐานแห่งการตื่นรู้ของชุมชน ดังนี้:  1. ถึงผู้นำและผู้ทรงเกียรติ: อย่าให้ตำแหน่งบดบังหัวใจ การก้าวขึ้นเป็นประธานในพิธีของท่าน...

ใคร???  แอบลักหลับไทยพีบีเอส….

      เกิดอาการตกใจพอประมาณ กับข่าวการตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการนโยบาย ไทยพีบีเอส เพื่อทดแทนกรรมการที่ลาออกก่อนครบวาระ...ทำไปทำไม ในเมื่อมีบัญชีสำรองอยู่แล้ว?       “สมโภชน์  โตรักษา” คือกรรมการนโยบายด้านส่งเสริมประชาธิปไตย ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งวันที่ ๑ ก.พ.๒๕๗๐ แต่ตัดสินใจยื่นใบลาออกต่อประธานคณะกรรมการนโยบาย และสำเนาแจ้งกรรมการนโยบายทุกคน โดยให้มีผลวันที่ ๙...

The Fate of Empires : ชะตากรรมของจักรวรรดิ

“The Fate of Empires (ชะตากรรมของจักรวรรดิ) อธิบาย จักรวรรดิสหรัฐอเมริกา กำลังอยู่ในระยะที่ 4 หรือ “ยุคเสื่อมทราม” (Age of Decadence) ตามทฤษฎีวัฏจักร ชะตากรรมของจักรวรรดิ