วันเสาร์, มีนาคม 14, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ : วันพิสูจน์ผลโพล    

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ : วันพิสูจน์ผลโพล    

เผยแพร่

spot_img

โดย: สามารถ มังสัง

จากนี้ไปถึง 8 กุมภาพันธ์ เป็นห้วงเวลาแห่งการทุ่มเทเพื่อการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะพรรคที่มีโอกาสเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และพรรคที่มีโอกาสในการเข้าร่วมรัฐบาล

ในห้วงแห่งเวลาเดียวกันนี้ เป็นห้วงเวลาแห่งการทำโพลของสำนักต่างๆ รวมไปถึงการออกมาวิเคราะห์และคาดการณ์ผลของการเลือกตั้ง แม้กระทั่งหมอดูก็ออกมาทำนายผลการเลือกตั้ง รวมทั้งทำนายว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ด้วย

ผลของโพลส่วนใหญ่เป็นไปในทางเดียวกันว่า พรรคประชาชนหรือพรรคภูมิใจไทยพรรคใดพรรคหนึ่งจะได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่ง แต่ในทั้งสองพรรคนี้พรรคที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

ส่วนพรรคประชาชนมีโอกาสเป็นฝ่ายค้าน เว้นไว้แต่ว่าจะได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับหนึ่งด้วยจำนวนเกิน 250 เสียง เป็นรัฐบาลพรรคเดียวหรือกับพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลสองพรรค แต่โอกาสเช่นนี้เกิดขึ้นได้ยาก

ส่วนพรรคที่จะได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับ 3 และ 4 ซึ่งมีโอกาสเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ น่าจะได้แก่พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม หรือพรรคประชาธิปัตย์ในกรณีที่พรรคกล้าธรรมได้รับเลือกน้อยกว่าพรรคประชาธิปัตย์ และเมื่อรวมกับพรรคเพื่อไทยและ พรรคภูมิใจไทยเสียงไม่พอ ทั้งไม่มีพรรคขนาดเล็กที่จะนำมาร่วมแล้วเสียงพอที่จะทำให้รัฐบาลมีเอกภาพด้วย

แต่ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน จากการติดตามการหาเสียง และการดีเบตของพรรคต่างๆ แล้วอนุมานผลได้ดังต่อไปนี้

1. พรรคภูมิใจไทยจะได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับหนึ่ง สวนทางกับผลของโพลส่วนใหญ่ ทั้งนี้ด้วยเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1.1 พรรคประชาชนคะแนนนิยมลดลงจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เนื่องจากวาทกรรมของตนเองเช่น ทหารมีไว้ทำไม รบกับใครก็ไม่ชนะ เป็นต้น ได้กลายเป็นอาวุธทางการเมืองทิ่มแทงตนเอง เข้าทำนองหอกเล็กแทงเจ๊ก รวมไปถึงความพยายามที่จะแก้รัฐธรรมนูญ

ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะได้เพิ่มขึ้นจากครั้งที่แล้ว เนื่องจากมีโอกาสได้แสดงจุดยืนในการปกป้องเขตแดน และนำผลงานในด้านการส่งออกผลผลิตทางด้านการเกษตร ประกอบกับมีบ้านใหญ่บ้านเล็กเข้ามาอยู่ในสังกัด ทำให้ได้เปรียบในการเลือก สส.เขต

1.2 การที่พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลรักษาการมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ ทำให้ข้าราชการประจำเกรงใจ และเอื้อต่อการเลือกตั้ง

2. ส่วนพรรคที่จะได้รับเลือกเข้ามาเป็นอันดับ 3 และ 4 ซึ่งเป็นพรรคที่มีโอกาสเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย น่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรม หรือพรรคประชาธิปัตย์ แต่ พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือกเข้ามามากกว่าพรรคกล้าธรรม พรรค ปชป.จะเป็นตัวแปรใหญ่ในการจัดตั้งรัฐบาล

แต่ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคประชาชนเป็นแกนนำในการเป็นรัฐบาล จะต้องประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงแน่นอน และจะอยู่ไม่ครบเทอมต้องยุบสภาฯ

สุดท้ายขอจบด้วยกลอน 2 บทนี้

เทาอ่อนแก่ ก็คือเทา เราต้องเว้น

ข้างนอก เป็นสีขาว สกาวใส

ปอกเปลือกนอก ออกทิ้ง เหลือแก่นใน

ไม่ขาวใส เหมือนข้างนอก หลอกคนดู

เลือกคนเทา เป็นผู้แทน ทำลายชาติ

ความพินาศ อัปยศ แสนอดสู

ความทุกข์เข็ญ ทั่วพารามาพรั่งพรู

พร้อมกับผู้ แทนเลว ที่เลือกมา

ข่าวล่าสุด

ผู้เชี่ยวชาญเตือน อิสราเอลมีหัวรบนิวเคลียร์ 90 ลูก

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้จุดประเด็นกังวลใหม่เกี่ยวกับคลังอาวุธนิวเคลียร์ของอิสราเอล

ผู้นำสูงสุดอิหร่านประกาศ ‘ปิดฮอร์มุซต่อ-แก้แค้นให้ผู้พลีชีพ’

ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ประกาศกร้าวในถ้อยแถลงครั้งแรกหลังรับตำแหน่ง โดยให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ต่อไป พร้อมขู่โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ

ปัจจัยที่ทำให้ “โดนัล ทรัมป์” เตรียมถอยจากสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล VS อิหร่าน

เชื่อ“ทรัมป์”ส่งสัญญาณถอย เหตุสงครามระหว่าง“สหรัฐฯ-อิสราเอล”กับ”อิหร่าน”ส่งผลกระทบมากกว่าที่คิด

เปิดคัมภีร์ “ล้ง” จากนายอากรโรงสีสู่มาเฟียนอมินี

วิกฤตราคามะพร้าวน้ำหอมและทุเรียนที่ตกต่ำไม่ใช่เพียงกลไกตลาด แต่คือผลพวงของประวัติศาสตร์การผูกขาดที่ฝังรากมานานกว่าศตวรรษ ข้อมูลจากการสืบสวนของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI

ข่าวอื่นๆ

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคำว่า “อาชญากรรมสงคราม”

ยืนยันสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ สหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ทำลายโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่

คดีของ Jeffrey Epstein คืออะไรและเกี่ยวอะไรกับประธานาธิบดี Donald Trump หรือไม่?

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (Department of Justice) ได้เผยแพร่เอกสารเพิ่มเติมมากกว่า 3 ล้านหน้าในวันนั้น เพื่อตอบสนองต่อกฎหมาย Epstein Files Transparency Act

จีนได้ปฏิเสธคำเชิญอย่างเป็นทางการจาก โดนัลด์ ทรัมป์

ในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่  ปักกิ่งได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าต้องการหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมการต่อสู,ต้องการมุ่งเน้นไปที่ความมั่นคงและการทูต การตอบสนองนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาของจีนในการหลีกเลี่ยงการถูกดึงเข้าไปในสงครามที่กว้างขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทั่วโลกสูงอยู่แล้ว  เจ้าหน้าที่จีนได้เน้นย้ำว่าลำดับความสำคัญของพวกเขาคือการป้องกันการเพิ่มขึ้นของความตึงเครียดและการปกป้องเส้นทางการค้าและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  พวกเขายังย้ำว่าการเลือกข้างในความขัดแย้งครั้งใหญ่จะไม่สนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวในภูมิภาค ตำแหน่งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ที่กว้างขึ้นของจีนในการรักษาระยะห่างจากการมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรงในขณะที่ยังคงมีอิทธิพลต่อกิจการระดับโลกผ่านการทูตและอำนาจทางเศรษฐกิจ  การปฏิเสธนี้เน้นให้เห็นว่าชาติใหญ่ในโลกกำลังเลือกบทบาทของตนอย่างระมัดระวังเมื่อความขัดแย้งขยายตัว การตัดสินใจของจีนส่งสัญญาณว่าต้องการหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกที่ลึกซึ้งและแทนที่จะผลักดันให้เกิดการลดความตึงเครียด  ขณะที่สถานการณ์ยังคงพัฒนา ผู้นำระดับโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่าท่าทีของจีนจะมีผลต่อความพยายามทางการทูตในอนาคตอย่างไร