วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกผู้เชี่ยวชาญเตือน อิสราเอลมีหัวรบนิวเคลียร์ 90 ลูก

ผู้เชี่ยวชาญเตือน อิสราเอลมีหัวรบนิวเคลียร์ 90 ลูก

เผยแพร่

spot_img

ผู้เชี่ยวชาญเตือน อิสราเอลมีหัวรบนิวเคลียร์ 90 ลูก คือความเสี่ยงสูงสุดในสงครามถล่มอิหร่าน

 SCMP รายงานว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้จุดประเด็นกังวลใหม่เกี่ยวกับคลังอาวุธนิวเคลียร์ของอิสราเอลเป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางในแวดวงผู้เชี่ยวชาญ แต่ไม่เคยถูกยืนยันอย่างเป็นทางการ โดยนักวิชาการเตือนว่าหากมีการนำอาวุธเหล่านี้มาใช้ในสงคราม ผลลัพธ์จะเป็น “หายนะ”

อาลิเซีย แซนเดอร์ส-ซาเกร (Alicia Sanders-Zakre) หัวหน้าฝ่ายนโยบายของ International Campaign to Abolish Nuclear Weapons (ICAN) ซึ่งตั้งอยู่ที่นครเจนีวา กล่าวว่า เป็นที่ “ยอมรับกันในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ” ว่าอิสราเอลเป็นประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ แต่ไม่เคยถูกยืนยันอย่างเป็นทางการทั้งจากอิสราเอลและสหรัฐฯ  

“นี่คือความอันตรายอย่างแท้จริง เพราะตราบใดที่ประเทศหนึ่งยังครอบครองคลังอาวุธนิวเคลียร์ ก็มีความเสี่ยงเสมอที่อาวุธเหล่านั้นอาจถูกใช้ทั้งโดยตั้งใจและโดยอุบัติเหตุ” แซนเดอร์ส-ซาเกรกล่าวเมื่อวันอังคารที่10 มี.ค.

กังวลนิวเคลียร์ปะทุขึ้นอีกครั้ง

ความกังวลเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในปี 2023 เมื่อสมาชิกรัฐสภาอิสราเอล เรวิทัล กอทลิฟ (Revital Gotliv) เรียกร้องให้ใช้ “อาวุธแห่งวันสิ้นโลก” ที่บรรทุกโดยขีปนาวุธพิสัยไกล Jericho ของอิสราเอลในสงครามกาซา และกลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน 

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ประกาศเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ว่าปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านจะดำเนินต่อไปด้วย “กำลังเต็มที่” พร้อมทั้งระบุว่าจะมี “ความประหลาดใจอีกมาก” เพื่อ “ทำให้ระบอบปกครองอิหร่านไม่มั่นคง”

คลังนิวเคลียร์ที่ไม่เคยยอมรับ

ICAN ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2017 ระบุว่า โลกมี 9 ประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ได้แก่ สหรัฐฯ รัสเซีย อังกฤษ  ฝรั่งเศส  จีน  อินเดีย  อิสราเอล ปากีสถาน และเกาหลีเหนือโดยอิสราเอลประเมินว่ามีหัวรบนิวเคลียร์ราว 90 ลูก

ศูนย์ Centre for Arms Control and Non-Proliferation ของสหรัฐฯ ระบุเพิ่มเติมว่า อิสราเอลน่าจะครอบครองหัวรบนิวเคลียร์ที่ใช้พลูโทเนียม (plutonium) เป็นฐาน 90 ลูก และผลิตพลูโทเนียมเพียงพอสำหรับอาวุธ 100–200 ชิ้น หัวรบเหล่านี้สามารถยิงได้จากเครื่องบินที่ผลิตโดยสหรัฐฯ เรือดำน้ำที่ผลิตโดยเยอรมนี และขีปนาวุธ Jericho ที่อิสราเอลพัฒนาเอง

อิสราเอลยึดถือนโยบาย “ความคลุมเครือทางนิวเคลียร์” (nuclear ambiguity) มาโดยตลอด โดยแซนเดอร์ส-ซาเกรระบุว่าอิสราเอลยังไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามทางนิวเคลียร์ทั้งโดยชัดแจ้งหรือโดยนัยในความขัดแย้งกับอิหร่านครั้งนี้ แต่เนื่องจากความ “ลึกลับ” ของคลังอาวุธ จึงไม่ใช่สิ่งที่อิสราเอลจะพูดถึงอย่างเปิดเผย

ผลพวงจากการใช้อาวุธนิวเคลียร์

แซนเดอร์ส-ซาเกรเตือนว่าหากมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ จะก่อให้เกิด “หายนะ” ที่อาจคร่าชีวิตผู้คนหลายแสนถึงหลายล้านคน หากระเบิดในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น นอกจากนี้ยังจะนำไปสู่ผลกระทบระยะยาว ทั้งการปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมและผลกระทบด้านสุขภาพข้ามรุ่น เช่น โรคมะเร็ง 

เธอกล่าวว่ายากจะประเมินความน่าจะเป็นของการใช้อาวุธดังกล่าว เนื่องจากมีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลาจากอุบัติเหตุ การคำนวณผิดพลาด หรือการใช้งานโดยไม่ตั้งใจ

กรอบกฎหมายและสนธิสัญญาระหว่างประเทศ

ภายใต้ Treaty on the Non-Proliferation of Nuclear Weapons ประเทศที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายว่าเป็น “รัฐที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” มีเพียง 5 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส และจีน เนื่องจากทั้ง 5 ประเทศผลิตและทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ก่อนปี 1967 ขณะที่อินเดีย อิสราเอล และปากีสถาน ไม่เคยลงนามในสนธิสัญญาดังกล่าว และเกาหลีเหนือถอนตัวออกในปี 2003

แซนเดอร์ส-ซาเกรกล่าวว่า การตรวจสอบทางนิวเคลียร์โดยองค์กรระหว่างประเทศในประเทศที่ไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อป้องกันการนำวัสดุนิวเคลียร์ไปใช้ในโครงการอาวุธ เป็นเรื่อง “แทบเป็นไปไม่ได้” ในบริบทของสงครามที่ครอบคลุมอิหร่านในขณะนี้

สหรัฐฯ และอิสราเอลอ้างซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า อิหร่านกำลังเข้าใกล้การสร้างอาวุธนิวเคลียร์ และโต้แย้งว่าการโจมตีทางอากาศที่เกิดขึ้น รวมถึงการปฏิบัติการในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว มีความชอบธรรมเพราะมุ่งหมายป้องกันไม่ให้เตหะรานได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตาม แซนเดอร์ส-ซาเกรย้ำว่า “ยังไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือว่าอิหร่านได้ดำเนินขั้นตอนใดๆ เพื่อพัฒนาโครงการอาวุธขึ้นจริง”

สำหรับอิสราเอล สนธิสัญญาที่ควรให้ความสำคัญคือ Treaty on the Prohibition of Nuclear Weapons (TPNW) ซึ่งประเทศใดก็ตาม รวมถึงประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ สามารถเข้าร่วมเพื่อมุ่งสู่การทำลายคลังอาวุธได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีประเทศครอบครองอาวุธนิวเคลียร์แม้แต่รายเดียวที่เป็นภาคีของ TPNW

“ประเทศส่วนใหญ่ในโลกไม่ได้อาศัยอาวุธนิวเคลียร์ในการปกป้องพลเมืองของตน พวกเขาเข้าใจว่าอาวุธเหล่านี้ก่อให้เกิดหายนะร้ายแรงเกินไป และมีความเสี่ยงสูงเกินกว่าที่จะพิจารณาครอบครอง” แซนเดอร์ส-ซาเกรกล่าวทิ้งท้าย

IMCT NEWS 13-03-2026

ที่มา https://www.scmp.com/news/china/science/article/3346350/israels-90-nuclear-warheads-make-any-strike-iran-really-dangerous-expert?module=top_story&pgtype=homepage

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ พิจารณาข้อตกลงมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ แลกยูเรเนียมกับอิหร่าน 

สหรัฐฯ อาจปล่อยเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้จำนวน 20,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการที่อิหร่านยอมสละคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ

สรุปข่าวทั่วไปวันที่ 17 เมษายน 2569

รายงานค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) สูงสุดรายวันในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า วันนี้ (17 เม.ย. 69) ค่าดัชนีความร้อนสูงสุด อยู่ในระดับ “อันตราย”

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison...

ข่าวอื่นๆ

สหรัฐฯ พิจารณาข้อตกลงมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ แลกยูเรเนียมกับอิหร่าน 

สหรัฐฯ อาจปล่อยเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้จำนวน 20,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการที่อิหร่านยอมสละคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี