วันพฤหัสบดี, มีนาคม 5, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนสรุปมหากาพย์ "ITD: ยักษ์ล้มที่กำลังหายใจรวยริน" ฉบับ Droid ตัวจบมาให้!

สรุปมหากาพย์ “ITD: ยักษ์ล้มที่กำลังหายใจรวยริน” ฉบับ Droid ตัวจบมาให้!

เผยแพร่

spot_img

งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเครนถล่ม แต่มันคือวิกฤต “ไส้เน่า” ที่หมักหมมมานาน จนมูลค่าบริษัทที่เคยเป็นหมื่นล้าน ตอนนี้เหลือแค่พันล้าน!

1. ตลกร้าย: รับงานหมื่นล้าน แต่มูลค่าบริษัทเหลือพันล้าน

สถานะหุ้น: 5 ปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นดิ่งลงกว่า 82% และแค่เจอเหตุการณ์เครนถล่ม 2 วันติด (มกราคม 2026) หุ้นก็รูดหายไปอีก 27%

Market Cap: ตอนนี้มูลค่าบริษัท (Market Cap) เหลือแค่ประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งตลกมากเพราะ ITD เพิ่งเซ็นสัญญารับงานสร้างโรงพยาบาลรามาฯ มูลค่า 9,999 ล้านบาท (งานเดียวมูลค่ามากกว่าตัวบริษัทเกือบ 10 เท่า!)

2. ส่องงบ “ไส้เน่า”: รายได้มหาศาล แต่กำไรไม่มีจริง

ขาดทุนซ้ำซาก: ยอดขายปีละ 6-7 หมื่นล้าน แต่จบด้วยการ “ขาดทุน” หลักพันถึงห้าพันล้านแทบทุกปี

กำไรทิพย์: ปี 2568 ดูเหมือนจะมีกำไร 7 พันล้าน แต่จริง ๆ เป็น “รายการพิเศษ” (ขายของ/ปรับโครงสร้าง) ถ้าตัดออกคือขาดทุนจากการดำเนินงานจริงๆ เกือบ 3,000 ล้าน

ผู้สอบบัญชีส่ายหน้า: ไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินติดต่อกันหลายปี เพราะไม่แน่ใจว่าบริษัทจะไปรอดไหม (สภาพคล่องวิกฤต)

3. วิกฤตหนี้สิน: “Current Ratio” ที่น่ากลัว

หนี้จ่อคอหอย: มีหนี้และหุ้นกู้ที่ต้องจ่ายภายใน 1 ปี สูงถึง 13,845 ล้านบาท

เงินไม่พอจ่าย: ค่า Current Ratio อยู่ที่ 0.70 (ต่ำกว่า 1 แปลว่ามีเงินสด/สินทรัพย์หมุนเวียน ไม่พอจ่ายหนี้สั้น)

ขอเลื่อนตาย: ล่าสุดต้องขอประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อ “ขอขยายเวลาชำระหนี้ 14,455 ล้านบาท ออกไปอีก 3 ปี” (พูดง่ายๆ คือขอเบี้ยวหนี้ชั่วคราวเพื่อหาเงินมาหมุนก่อน)

4. วิกฤตความเชื่อมั่น: “ความปลอดภัยที่แลกด้วยชีวิต”

เหตุการณ์เครนถล่มที่ สีคิ้ว และ พระราม 2 (มกราคม 2026) คือฟางเส้นสุดท้าย:

นายกฯ สั่งยกเลิกสัญญา: แม้นายกฯ จะสั่ง แต่ ITD ยังแถลงสู้ว่า “สัญญายังมีผลบังคับใช้” (พยายามรักษาลมหายใจสุดท้าย)

สาเหตุที่คนตั้งคำถาม: สภาพคล่องที่ตึงตัวมาก ทำให้บริษัท “ลดต้นทุน” จนกระทบมาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่? การเร่งงานเพื่อหนีค่าปรับ (เพราะงานล่าช้าไป 2 ปี) คือต้นเหตุของความประมาทหรือไม่?

 วิเคราะห์ฉบับ Droid: บทสรุปยักษ์ใหญ่

ITD กำลังตกอยู่ในสภาวะ “Zombie Company” คือบริษัทที่รอดตายไปวันๆ ด้วยการกู้หนี้ใหม่มาโปะหนี้เก่า และรับงานใหม่มาเพื่อเอาเงินล่วงหน้ามาหมุน

ความเสี่ยงนักลงทุน: หุ้นราคาถูกไม่ได้แปลว่าน่าซื้อ เพราะหนี้สินล้นพ้นตัวและมีโอกาสโดนฟ้องร้อง/ยกเลิกสัญญาสูงมาก

ความเสี่ยงสังคม: ตราบใดที่ระบบประมูลงานยังเน้น “ราคาต่ำสุด” ยักษ์ที่สภาพคล่องแย่ก็จะดัมพ์ราคาเพื่อเอาตัวรอด และไปลดเกรดความปลอดภัยหน้างาน จนเกิดเหตุสลดซ้ำซาก

สรุปสั้นๆ: ITD คือบริษัทที่ “งานล้นมือแต่เงินไม่มี… แถมบารมี (ความน่าเชื่อถือ) ก็หมดแล้ว”

(ที่มา FB ดอย – droid  17 มกราคม 2569)

ข่าวล่าสุด

5 มีนาคม “วันนักข่าว”: จิตวิญญาณฐานันดรที่ 4 และการประกาศเจตนารมณ์แห่งความจริง

"นักข่าว" หรือ "คนหนังสือพิมพ์" ไม่ได้เป็นเพียงผู้รายงานเหตุการณ์รายวัน แต่คือ "กระจก" ที่สะท้อนความจริง และ "ตาข่าย" ที่คอยดักกรองความไม่โปร่งใส

แผนปล้นโลก! ทรัมป์จ้องยึด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’

แผนปล้นโลก! ทรัมป์จ้องยึด 'ช่องแคบฮอร์มุซ' ทุบเวเนฯ-ขยี้อิหร่าน ตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดอิหร่าน สกัด BRICS พลิกขั้วอำนาจ! บีบโลกต้องกราบดอลลาร์!

หมายจับ “เบน สมิธ” ขยายวงจากฉ้อโกงพันล้าน 

ออกหมายจับทางอาญาต่อ Ben Smith หรือ เบนจามิน เมาเรอร์เบอร์เกอร์ และภรรยา ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท

เศรษฐกิจเอเชียเสี่ยงหนักจากราคาน้ำมันพุ่ง

ประเทศในเอเชียพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซอย่างหนัก และอาจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

ข่าวอื่นๆ

แผนปล้นโลก! ทรัมป์จ้องยึด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’

แผนปล้นโลก! ทรัมป์จ้องยึด 'ช่องแคบฮอร์มุซ' ทุบเวเนฯ-ขยี้อิหร่าน ตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดอิหร่าน สกัด BRICS พลิกขั้วอำนาจ! บีบโลกต้องกราบดอลลาร์!

“กำแพงภาษีล้มจีนไม่ได้… อเมริกาไม่ได้ชนะเลยสักนิด!”

สตีเวน รัตเนอร์ (Steven Rattner) มือขวาจากยุครัฐบาลบารัค โอบามา เดินทางไปเห็นจีนด้วยตาตัวเองในปี 2026 แล้วกลับมาเขียนบทความที่อ่านแล้วอเมริกาต้องสะดุ้ง: "กำแพงภาษีล้มจีนไม่ได้หรอก เพราะในขณะที่เรามัวแต่ทะเลาะกัน จีนวิ่งไปไกลจนเรามองไม่เห็นฝุ่นแล้ว"

เหล่าชนชั้นนำจีนที่อพยพไปอเมริกา… ทำไมถึง “สาบสูญไปจากโลก”?

หลายปีมานี้มีคำถามที่ชวนสงสัยว่า: "บรรดาหัวกะทิระดับตัวท็อปที่อพยพไปอเมริกา... สุดท้ายพวกเขาหายไปไหนหมด?" คำตอบไม่ใช่ว่าพวกเขา "รวยจนขี้เกียจพูด" แต่เป็นคำสั้นๆ ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ "ถูกทำให้หายไป" (Systemic Marginalization)