วันอาทิตย์, มีนาคม 8, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกการเมือง"ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา"

“ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา”

เผยแพร่

spot_img

อ. พุทธทาสได้เคยวิพากษ์สภาและการเมืองไว้ในหนังสือ “ธรรมะกับการเมือง” โดยยกพุทธภาษิตที่ว่า

“ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา”

(น สา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต)

หมายความว่าต่อให้มีชื่อ มีโครงสร้าง และมีกฎหมายรองรับ หากที่ประชุมไม่มีสัตบุรุษ เต็มไปด้วยการปกป้องผลประโยชน์ และการทำลายฝ่ายตรงข้าม การเมืองเช่นนั้นย่อมเป็นเพียงการแย่งชิงอำนาจที่สวมชื่อการเมืองไว้เท่านั้น

ตามกรอบคิดของ อ.พุทธทาส

สภาอันทรงเกียรติเกิดขึ้นจาก 

“คุณภาพของมนุษย์”  ที่อยู่ข้างใน 

หากที่ประชุมใดเต็มไปด้วยการโอ้อวด ถือดี และมุ่งทำลายล้าง ที่นั่นย่อมเป็นเพียงสังเวียนชิงอำนาจที่แอบอ้างชื่อของการเมือง

สำหรับท่านพุทธทาส การเมืองไม่มีนิยามตรงกลาง มีเพียงเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่าง 

“การเมืองของสัตบุรุษ” ที่มุ่งสันติสุขกับความถูกต้อง และ 

“การเมืองของอสัตบุรุษ” ที่ขับเคลื่อนด้วยอัตตาและผลประโยชน์ 

ซึ่งเป็นการเมืองที่ “โกง” มิใช่โกงทรัพย์สิน

แต่คือการโกงเจตนารมณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของการเมือง

คือ เพื่อสร้างสันติภาพในสังคม 

ไปเป็นเครื่องมือสนองตัณหาของบางคนหรือบางกลุ่ม

การเมืองแบบ “อสัตบุรุษ” คือ การเมืองของคนโกง 

แต่เป็นการโกงในความหมายที่ลึกกว่า

การทุจริตเชิงกฎหมาย 

อ.พุทธทาสใช้คำว่า “โกง” เพื่อชี้ให้เห็นถึง

การโกงความหมายของการเมือง

จากเครื่องมือเพื่อจัดสรรความถูกต้องและสันติของสังคม

ให้กลายเป็นเวทีแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ 

การเมืองลักษณะนี้พบได้ทั่วไป ไม่ว่าประเทศเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าระบบจะเรียกตัวเองว่าประชาธิปไตยหรือไม่ก็ตาม เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่รูปแบบของระบบแต่อยู่ที่ ‘จิตใจของคนในระบบ’

เมื่อพุทธทาสภิกขุพูดถึง การเมืองของสัตบุรุษ ท่านไม่ได้หมายถึงอุดมคติลอย ๆ แต่หมายถึงการเมืองที่มี #ธรรมเป็นแกนกลาง ไม่ใช่ชัยชนะหรือผลประโยชน์ ท่านย้ำว่า #การเมืองที่บริสุทธิ์คือธรรมเพราะมุ่งสร้างสันติ

เมื่อใดที่การเมืองถูกตัดขาดจากธรรม เมื่อนั้นมันจะเหลือเพียงเครื่องมือของกิเลส ในโลกปัจจุบัน เราเห็นการเมืองที่ หวังประโยชน์ ชัดเจน แต่แทบไม่เห็นการเมืองที่ หวังธรรม ความหวังต่อความถูกต้อง ความจริง และสันติสุข

#คนดีสำคัญกว่าทุกสิ่ง

เป็นคำพูดของ อ.พุทธทาสที่มักถูกนำไปอ้างเรื่อง “เลือกคนดีปกครองบ้านเมือง” แต่ก็เป็นที่ถกเถียงว่าแบบไหนเรียกว่า “คนดี”

ในความหมายของท่านพุทธทาส คนดี คือ ผู้เห็นแก่ตัวน้อยที่สุด

ไม่ใช่แค่คนที่ภาพลักษณ์ดูดี พูดจาไพเราะ แต่ต้องเป็นผู้ที่ลดละตัวตน (Self) เสียสละเพื่อผู้อื่นได้อย่างแท้จริง หรือที่เรียกว่า #นักการเมืองโพธิสัตว์ ที่มีเจตจำนงเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อเกียรติยศหรือผลประโยชน์ส่วนตน 

โดย ผลลัพธ์สูงสุดของการเมืองแบบโพธิสัตว์ คือ สังคมที่มีความสงบสุขอย่างยั่งยืน ปราศจากการเบียดเบียนและทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างผาสุก

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ “การเมืองของสัตบุรุษ กับ การเมืองของอสัตบุรุษ”

ข่าวล่าสุด

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ "โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม" อย่างชัดเจน

เรื่อง ลำดับชั้น (Hierachy)ของนิกายชีอะ (Shia) นี้สำคัญมาก

การจะได้เลื่อนชั้นของระดับก่อนจะเป็นอะยาตอลล่าห์(Ayattollah)นั้น จะต้องได้รับการยอมรับจากนักวิชาการและมีลูกศิษย์( Followers) 200,000 คน

High Tea Concert เพลงสากลยุค 60-70-80s

ร่วมเฉลิมฉลองวาระประวัติศาสตร์ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ในบรรยากาศแห่งมิตรภาพไทย–อเมริกัน ที่ผสานเสียงเพลง ความทรงจำ และพลังแห่งความสุขไว้ด้วยกัน

“อาเทเฟห์” เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน

ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล อเมริกา และอิหร่าน เรื่องของ “อาเทเฟห์” (Atefah Rajabi Sahaaleh) เด็กสาวชาวอิหร่านวัย 16 ปี ที่ถูกประหารชีวิตเมื่อ 21 ปีก่อน ได้ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง

ข่าวอื่นๆ

เลือกเพื่อไทย ทิ้งกล้าธรรม : เวรกรรมของอนุทิน

มีข่าวแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางว่า การจัดตั้งรัฐบาลลงตัวแล้ว 300 เสียง โดยมีพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคเล็กหลายพรรครวมกัน 33 เสียง ด้วยจำนวนเสียง 300 ถือได้ว่าเพียงพอแล้ว

ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566

ข้อ 129 เป็นข้อกำหนดที่ให้อำนาจ กกต. เพิ่มรหัส, บาร์โค้ด หรือ QR Code ลงบนบัตรเลือกตั้งเพื่อป้องกันการปลอมแปลง

มติ กกต.ให้นับคะแนนใหม่ 8 แห่ง ...

วันที่ 17 ก.พ.2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้นับคะแนนใหม่ 8 แห่ง และออกเสียงลงคะแนนใหม่ 1 แห่ง