หน้าแรกการเมือง"ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา"

“ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา”

เผยแพร่

spot_img

อ. พุทธทาสได้เคยวิพากษ์สภาและการเมืองไว้ในหนังสือ “ธรรมะกับการเมือง” โดยยกพุทธภาษิตที่ว่า

“ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา”

(น สา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต)

หมายความว่าต่อให้มีชื่อ มีโครงสร้าง และมีกฎหมายรองรับ หากที่ประชุมไม่มีสัตบุรุษ เต็มไปด้วยการปกป้องผลประโยชน์ และการทำลายฝ่ายตรงข้าม การเมืองเช่นนั้นย่อมเป็นเพียงการแย่งชิงอำนาจที่สวมชื่อการเมืองไว้เท่านั้น

ตามกรอบคิดของ อ.พุทธทาส

สภาอันทรงเกียรติเกิดขึ้นจาก 

“คุณภาพของมนุษย์”  ที่อยู่ข้างใน 

หากที่ประชุมใดเต็มไปด้วยการโอ้อวด ถือดี และมุ่งทำลายล้าง ที่นั่นย่อมเป็นเพียงสังเวียนชิงอำนาจที่แอบอ้างชื่อของการเมือง

สำหรับท่านพุทธทาส การเมืองไม่มีนิยามตรงกลาง มีเพียงเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่าง 

“การเมืองของสัตบุรุษ” ที่มุ่งสันติสุขกับความถูกต้อง และ 

“การเมืองของอสัตบุรุษ” ที่ขับเคลื่อนด้วยอัตตาและผลประโยชน์ 

ซึ่งเป็นการเมืองที่ “โกง” มิใช่โกงทรัพย์สิน

แต่คือการโกงเจตนารมณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของการเมือง

คือ เพื่อสร้างสันติภาพในสังคม 

ไปเป็นเครื่องมือสนองตัณหาของบางคนหรือบางกลุ่ม

การเมืองแบบ “อสัตบุรุษ” คือ การเมืองของคนโกง 

แต่เป็นการโกงในความหมายที่ลึกกว่า

การทุจริตเชิงกฎหมาย 

อ.พุทธทาสใช้คำว่า “โกง” เพื่อชี้ให้เห็นถึง

การโกงความหมายของการเมือง

จากเครื่องมือเพื่อจัดสรรความถูกต้องและสันติของสังคม

ให้กลายเป็นเวทีแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ 

การเมืองลักษณะนี้พบได้ทั่วไป ไม่ว่าประเทศเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าระบบจะเรียกตัวเองว่าประชาธิปไตยหรือไม่ก็ตาม เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่รูปแบบของระบบแต่อยู่ที่ ‘จิตใจของคนในระบบ’

เมื่อพุทธทาสภิกขุพูดถึง การเมืองของสัตบุรุษ ท่านไม่ได้หมายถึงอุดมคติลอย ๆ แต่หมายถึงการเมืองที่มี #ธรรมเป็นแกนกลาง ไม่ใช่ชัยชนะหรือผลประโยชน์ ท่านย้ำว่า #การเมืองที่บริสุทธิ์คือธรรมเพราะมุ่งสร้างสันติ

เมื่อใดที่การเมืองถูกตัดขาดจากธรรม เมื่อนั้นมันจะเหลือเพียงเครื่องมือของกิเลส ในโลกปัจจุบัน เราเห็นการเมืองที่ หวังประโยชน์ ชัดเจน แต่แทบไม่เห็นการเมืองที่ หวังธรรม ความหวังต่อความถูกต้อง ความจริง และสันติสุข

#คนดีสำคัญกว่าทุกสิ่ง

เป็นคำพูดของ อ.พุทธทาสที่มักถูกนำไปอ้างเรื่อง “เลือกคนดีปกครองบ้านเมือง” แต่ก็เป็นที่ถกเถียงว่าแบบไหนเรียกว่า “คนดี”

ในความหมายของท่านพุทธทาส คนดี คือ ผู้เห็นแก่ตัวน้อยที่สุด

ไม่ใช่แค่คนที่ภาพลักษณ์ดูดี พูดจาไพเราะ แต่ต้องเป็นผู้ที่ลดละตัวตน (Self) เสียสละเพื่อผู้อื่นได้อย่างแท้จริง หรือที่เรียกว่า #นักการเมืองโพธิสัตว์ ที่มีเจตจำนงเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อเกียรติยศหรือผลประโยชน์ส่วนตน 

โดย ผลลัพธ์สูงสุดของการเมืองแบบโพธิสัตว์ คือ สังคมที่มีความสงบสุขอย่างยั่งยืน ปราศจากการเบียดเบียนและทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างผาสุก

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ “การเมืองของสัตบุรุษ กับ การเมืองของอสัตบุรุษ”

ข่าวล่าสุด

“มืออาชีพ” บริหารวิกฤติ วัดกันที่ “ทางออก” ไม่ใช่ “ข้ออ้าง”    จาก Ford, Johnson & Johnson และ Delta สู่บทเรียนสากล

เมื่อ“วิกฤติ” เกิดขึ้น ! ความแตกต่างระหว่าง “ผู้ดำรงตำแหน่ง” กับ “ผู้บริหารมืออาชีพ” อาจไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งหรือขนาดองค์กร แต่อยู่ที่วิธีรับมือกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

“5,600 กระเป๋า” ตกค้าง …สะเทือน HUB !

ปัญหา “กระเป๋าล่าช้า” เมื่อสัมภาระจาก 52 เที่ยวบินตกค้างราว 5,600 ใบ ขณะที่เที่ยวบินของการบินไทยที่ออกจากกรุงเทพฯ ในช่วง 2 วันได้รับผลกระทบเกือบทั้งหมด

กระเป๋าตังค์“แบนกว่า” ความรู้สึก !4 สัญญาณเศรษฐกิจฐานราก

จากรายงานระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index CCI) เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 53.2 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และสูงสุดในรอบ 6 เดือน แต่ยังต่ำกว่าระดับ 100

แห่ตุนสินค้า เพราะเห็นแก่ตัว…หรือไม่เชื่อรัฐบาล..?  

ชั้นวางสินค้าทุกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ว่างลงในกรุงเทพฯ ช่วงน้ำท่วมวันที่ 26 กันยายน 2569 ไม่ควรถูกอ่านเพียงว่าเป็นภาพของ “ความเห็นแก่ตัว” เพราะเบื้องหลังคือความกังวลของประชาชนต่อการเดินทางที่ติดขัด น้ำท่วมหลายพื้นที่

ข่าวอื่นๆ

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 

นายชัชชาติย้ำว่าพร้อมทำงานร่วมกับ ส.ก. จากทุกพรรคและทุกกลุ่ม ขอเพียงเป็นคนที่ทำงานด้วยความสะอาด สุจริต และให้เกียรติประชาชน

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 พิพากษาสั่งลงโทษจำคุก ‘วัชรพล’ อดีตปธ.ป.ปช.-

 'สุภา' กรรมการฯ คนละ 3 ปี คดีปกปิดเอกสารสำนวนสอบนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม ไม่เปิดเผยข้อมูลให้ 'วีระ สมความคิด'  ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินคดีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.)...

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569