วันจันทร์, มกราคม 26, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกการเมืองบึ้มปั๊มภาคใต้

บึ้มปั๊มภาคใต้

เผยแพร่

spot_img

ใต้ระอุกลางดึก! คนร้ายลอบวางระเบิด-เผาปั๊มน้ำมัน ปตท. 11 แห่ง กระจาย 3 จังหวัด มุ่งทำลายเศรษฐกิจ ฉวยโอกาสวันเลือกตั้งนายกฯ อบต. 

วันที่ 11 มกราคม 2569 สถานการณ์ใต้ระอุกลางดึก คนร้ายกระจายกำลังลอบวางระเบิด-วางเพลิงปั๊มน้ำมัน ปตท. 11 แห่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นราธิวาสหนักสุด 5 อำเภอรวด เจ้าหน้าที่สั่งปิดกั้นพื้นที่รอตรวจพิสูจน์หลักฐานเช้าวันนี้

เมื่อเวลาประมาณ 00.45 น. ถึง 01.30 น. ของวันที่ 11 ม.ค. 69 เกิดเหตุการณ์สร้างสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยคนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวน กระจายกำลังเข้าลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท. ในหลายจุดพร้อมๆ กัน สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบสถานีบริการน้ำมันได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 11 จุด ดังนี้

1. จังหวัดนราธิวาส (5 จุด)

• อ.เจาะไอร้อง: ปั๊ม ปตท. ม.4 บ้านโคก ต.จวบ (ห่างจากจุดตรวจบ้านยานิง) เพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง

• อ.จะแนะ: ปั๊ม ปตท. ต.ดุซงญอ

• อ.ระแงะ: สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่เขตเทศบาล

• อ.แว้ง: สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่อำเภอแว้ง

• อ.สุไหงโกลก: ปั๊ม ปตท. ต.ปาเสมัส

2. จังหวัดยะลา (4 จุด)

• อ.กาบัง: ปั๊ม ปตท. บันนังดามา (เกิดเหตุระเบิด 511)

• อ.บันนังสตา: ปั๊ม ปตท. หน้าที่ว่าการอำเภอบันนังสตา

• อ.เมืองยะลา (2 จุด): ปั๊ม ปตท. บุเกะคละ และ ปั๊ม ปตท. ริมถนนสาย 418 ขาเข้าเมืองยะลา

3. จังหวัดปัตตานี (2 จุด)

• อ.เมืองปัตตานี: ปั๊ม ปตท. ต.บานา

• อ.กะพ้อ: สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ในพื้นที่

จากการตรวจสอบเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ ระบุว่า เหตุการณ์ส่วนใหญ่เป็นการนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้บริเวณหัวจ่ายน้ำมัน หรือใช้การปาระเบิดเพลิง (โมโลตอฟค็อกเทล) เข้าไปในสถานีบริการ เพื่อให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลามไปยังถังเก็บน้ำมันใต้ดิน ส่งผลให้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวและเปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ได้สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสถานีประสานกำลังฝ่ายทหารและปกครอง เข้าควบคุมสถานการณ์และปิดกั้นที่เกิดเหตุทันที ห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้ เนื่องจากเกรงว่าอาจมีการวางระเบิดซ้ำซ้อน (Second Bomb) เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่

สำหรับการตรวจสอบความเสียหายอย่างละเอียดและการเก็บหลักฐานวัตถุระเบิด (EOD) จะดำเนินการในช่วงเช้าของวันนี้( 11 ม.ค.69) เนื่องจากสภาพพื้นที่ในเวลากลางคืนมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่

เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ต้องการสร้างสถานการณ์เชิงสัญลักษณ์และมุ่งเป้าทำลายทางเศรษฐกิจ โดยเลือกเป้าหมายเป็นสถานีบริการน้ำมันแบรนด์ใหญ่ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการเดินทางและขนส่งในพื้นที่ อีกทั้งวันนี้ ยังเป็นวันเลือกตั้งนายกฯและสมาชิก อบต. คนร้ายจึงฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์

ข่าวล่าสุด

“ข่าวปลอม” … Fake News ภัยคุกคามระดับโลก !  วิกฤตความจริงในสังคมโลกยุคดิจิทัล

”ข่าวปลอม“ หรือ Fake News ได้พัฒนาเป็นภัยคุกคามเชิงโครงสร้างของระบบข้อมูลข่าวสารโลก ไม่จำกัดอยู่เพียงความผิดพลาดทางสื่อ แต่กลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต เศรษฐกิจ และการเมืองโดยตรง

จีนพัฒนา ‘ชิปเส้นใย’ บางกว่าเส้นผม ฝังพลังประมวลผลในผ้า-อุปกรณ์ฝังสมอง

นักวิทยาศาสตร์จีนพัฒนา "ชิปเส้นใย" (fiber chip) ยืดหยุ่นและมีลักษณะคล้ายเส้นด้าย ซึ่งสามารถทอรวมเข้าไปในเนื้อผ้าได้ ความก้าวหน้านี้อาจนำไปสู่สิ่งทอที่ทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลแบบโต้ตอบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในสมองขั้นสูงที่สามารถประมวลผลสัญญาณภายใน และระบบสัมผัสในโลกเสมือนจริงที่สมจริงยิ่งขึ้น

นิทรรศการศิลปะ “วาดจากใจ”

นิทรรศการซึ่งถ่ายทอดผลงานศิลปะจากหัวใจ ของศิลปินแห่งความหลากหลาย เพื่อยกย่องคุณค่า ความสามารถ และศักยภาพของกลุ่มคนผู้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

“เบื้องหลัง” กะเหรี่ยง ..กอทูเล  ...

สแกนแผนลึกเนปิดอว์ แบ่งแยกแล้วปกครอง ฉกฉวยรอยแยกชาติพันธุ์ ขยี้ปีกทายาทนักสู้ จับตาหมากรุกมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน ในสงครามตัวแทนที่ปิดไม่มิด และบทพิสูจน์ชั้นเชิงอธิปไตยไทย

ข่าวอื่นๆ

สมชัยโพลฟันธงภูมิใจไทยกวาด 153 ที่นั่ง ชนะพรรคประชาชน-เพื่อไทย

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า "สมชัยโพล กับ เทียนเล่มที่ 1" มีเนื้อหาระบุว่าทำไมจึงคิดว่า ตอนจบ น้ำเงิน ชนะ ส้ม

“ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา”

อ. พุทธทาสได้เคยวิพากษ์สภาและการเมืองไว้ในหนังสือ "ธรรมะกับการเมือง" โดยยกพุทธภาษิตที่ว่า "ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา" (น สา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต) หมายความว่าต่อให้มีชื่อ มีโครงสร้าง และมีกฎหมายรองรับ หากที่ประชุมไม่มีสัตบุรุษ...

‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

คำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง