วันอาทิตย์, มีนาคม 29, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกการเมือง'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

เผยแพร่

spot_img

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 มกราคม 2569  ที่อาคารศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

คำร้องที่กลุ่มสว.ในฐานะผู้ร้องเห็นว่านายภูมิธรรมและพ.ต.อ.ทวี ผู้ถูกร้องทั้งสองคน สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยนายภูมิธรรม เป็นประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ดดีเอสไอ) และพ.ต.อ.ทวี เป็นรมว.ยุติธรรม เป็นรองประธานบอร์ดดีเอสไอและกำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการการกระทำในลักษณะการแทรกแชงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือก สว. อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำ สว. ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและฝ่าฝืนหลักนิติธรรม

กลุ่มสว.ผู้ร้องเห็นว่า ผู้ถูกร้องทั้งสองไม่มีความชื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ผู้ถูกร้องทั้งสอง ประกอบด้วย นายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่ได้กระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว แต่อย่างไรก็ดี ความเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองสิ้นสุดไปก่อนแล้ว

โดยให้เหตุผลว่า เป็นการตรวจสอบเรื่องที่ประชาชนร้องขอความเป็นธรรม เกี่ยวกับการสรรหา สว.ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งเป็นคดีพิเศษ อีกทั้งการตั้งเป็นคดีพิเศษ เนื่องจาก กกต.แจ้งว่าไม่สามารถสอบสวนคดีอาญาอื่นได้ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงอนุมัติให้สอบสวน

หลังจากนั้นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงทำหนังสือแจ้งเลขาธิการ กกต. ไม่มีเหตุว่า ผู้ถูกร้องทั้งคู่เข้าไปแทรกแซงให้ดีเอสไอรับทำคดี และกำหนดประเด็นแค่คดีอาญาเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง

อีกทั้งในการประชุมและกำหนดวาระประชุม ก็เป็นอำนาจอธิบดีดีเอสไอนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม เข้าสู่คณะกรรมการคดีพิเศษ คณะกรรมการพิจารณาแค่วันและเวลาการประชุม ไม่ปรากฎว่าผู้ถูกร้องทั้งสอง สั่งให้บรรจุวาระสู่คณะกรรมการคดีพิเศษ หรือข่มขู่ ก้าวก่ายกรรมการคดีพิเศษอื่นๆ

ข่าวล่าสุด

เรือไทย ดังข้ามโลก

ความภาคภูมิใจ ของ เรือไทย เมื่อ Red Bull เครื่องดื่มชูกำลัง แบรนด์ระดับโลก เลือก แม่น้ำเจ้าพระยา และ เรือสำราญสุดหรูของไทย Wonderful Pearl cruise เป็น โลเคชั่น ถ่ายทำโฆษณาชุดใหม่ ออกเผยแพร่ทั่วโลก

ชำแหละกำไรโรงกลั่น ? ลาภลอยบนหยาดเหงื่อ  และทางออกที่รัฐ (ต้อง) กล้าเลือก !

เมื่อหนี้ “แสนล้าน” เป็นของประชาชน แต่ส่วนต่าง “ แสนสุข" เป็นของทุนพลังงาน ? ต่อเนื่องจากวิกฤตการณ์ที่ กบน. ประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ทิ้งให้สังคมจมอยู่กับคำถามถึงความยุติธรรมในโครงสร้างราคา

“กองทุนน้ำมัน” ฟางเส้นสุดท้ายที่แบกหนี้แสนล้าน… ? บนความคลุมเครือของอำนาจ กบน. (Ep1/2)

เมื่อไฟสงคราม "สหรัฐฯ-อิหร่าน" เผาพลาญเศรษฐกิจโลก ชำแหละกลไก "กองทุนน้ำมัน" ในม่านหมอก

วิกฤตราคาน้ำมันเขย่าความเชื่อมั่น “จริยธรรม” รัฐบาล ถูกตั้งคำถามในยามวิกฤตพลังงาน

ราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่อง บางพื้นที่ขาดตลาด จุดชนวนข้อสงสัยโครงสร้างพลังงานและความเป็นกลางของผู้กำหนดนโยบาย

ข่าวอื่นๆ

KPI Poll | คลังความคิดจากเสียงประชาชน สู่เข็มทิศการเมืองไทย

หากเกิดกรณีสุดวิสัยเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง เช่น มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ทำให้การมี ครม.ชุดใหม่มาบริหารประเทศช้าไปอีก 4-5 เดือน ท่านรับได้หรือไม่

พ.ร.ฎ.เรียกประชุมรัฐสภา 14 มี.ค.2569 เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2569 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 มีใจความดังนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8...

เลือกเพื่อไทย ทิ้งกล้าธรรม : เวรกรรมของอนุทิน

มีข่าวแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางว่า การจัดตั้งรัฐบาลลงตัวแล้ว 300 เสียง โดยมีพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคเล็กหลายพรรครวมกัน 33 เสียง ด้วยจำนวนเสียง 300 ถือได้ว่าเพียงพอแล้ว