บอกเลยว่านี่คือการ “ดับเครื่องชน” ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด
มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ
ใส่ฝั่งการเมืองแบบ “หมัดฮุค” เข้าเต็มเปา
1. “อย่าล้ำเส้นหน้าที่” (ตบหน้าประเด็นกระบวนการยุติธรรม)
ใจความสำคัญ: สส. หรือนักการเมืองจะพูดยังไงก็ได้ แต่นั่นไม่ใช่ “คำตัดสิน”
มทภ.4 กำลังบอกว่า “หยุดมโน” หรือหยุดชี้นำสังคมด้วยการเมืองได้แล้ว
ใครจะผิดหรือถูกให้ตำรวจว่าไปตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่ให้ สส. มาทำหน้าที่
เป็นศาลเตี้ยตัดสินเองว่าใครเป็นคนยิง หรือใครอยู่เบื้องหลัง

2. “ประวัติยาวเหยียด แต่ผลงานอยู่ไหน?” (ดอกนี้เจ็บสุด)
ใจความสำคัญ: การพาดพิงถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง (รมว.ยุติธรรม) แบบระบุ
ชื่อและตำแหน่งในอดีต
นี่คือการ “เซ็กบิล” ประสบการณ์ครับ มทภ.4 กำลังสื่อว่า “ท่านอยู่มาทุก
ตำแหน่งที่สำคัญในการแก้ปัญหาใต้ (ศอ.บต., DSI, รมว.ยุติธรรม) มาตั้งกี่ปี
แล้ว? ถ้าวิธีของท่านมันเจ๋งจริง ปัญหามันจบไปนานแล้ว แต่นี่ที่มันยังไม่จบ
เพราะท่านแก้แต่ปลายเหตุไง”
สรุปสั้นๆ: “อย่ามาสอนมวย เพราะที่ผ่านมาท่านก็ยังสอบไม่ผ่าน”
มทภ.4 ตั้งข้อสงสัย
การหลักสูตร : สอนตามที่รัฐกำหนดจริงไหม? หรือแอบสอนอย่างอื่น?
งบประมาณ : เอาเงินภาษีไปสนับสนุน แต่ได้ “คุณภาพ” หรือ “ทัศนคติ” แบบ
ไหนกลับมา?
ภาษา : ทำไมไม่เน้นภาษาไทย? การไม่พูดไทยควบคู่มลายู คือการสร้าง
กำแพงแยกตัวออกจากรัฐหรือไม่?
การบ่มเพาะ : มี “คนบางกลุ่ม” เข้าไปล้างสมองหรือปลูกฝังความเชื่อที่ผิดให้
กับเด็กๆ หรือเปล่า?
“การแก้ปัญหาให้ถูกจุดคือแก้ตั้งแต่การบ่มเพาะ” ของ มทภ.4 คือการโยน
โจทย์กลับไปที่ฝ่ายบริหารและสังคมว่า:
“ตราบใดที่เรายังปล่อยให้มีการสร้าง ‘ชุดความคิด’ ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐใน
โรงเรียนบางแห่ง ต่อให้จับโจรได้หมดวันนี้ พรุ่งนี้โจรคนใหม่ก็ถูกปั้นขึ้นมา
อยู่ดี”
ดังนั้น ฝ่ายการเมืองต้องจัดการให้เด็ดขาด อย่าดีแต่ปาก แต่ต้องลงไปดู
“ไส้ใน” ของการบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ด้วย!



