วันพุธ, มีนาคม 11, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกการเมืองไทย-กัมพูชา: GBC ไทย-กัมพูชาตกลงร่วมถอนอาวุธหนัก-เก็บกู้ทุ่นระเบิด-ปราบไซเบอร์สแกม

ไทย-กัมพูชา: GBC ไทย-กัมพูชาตกลงร่วมถอนอาวุธหนัก-เก็บกู้ทุ่นระเบิด-ปราบไซเบอร์สแกม

เผยแพร่

spot_img

พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.งกลาโหม แถลงผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย–กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 ที่จัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ว่าการหารือในครั้งนี้มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยฝ่ายไทยสามารถโน้มน้าวให้กัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงเดิม และเพิ่มเติมรายละเอียดเพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถนำไปดำเนินการได้จริง ทั้งการถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ขัดแย้ง พร้อมจัดทำข้อกำหนดเงื่อนไขของงาน หรือทีโออาร์ สำหรับคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน และมีการลงนามรับรองโดยผู้แทนทั้งสองฝ่ายเรียบร้อยแล้ว 

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบในแผนปฏิบัติการร่วม โดยมอบหมายให้แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทย และผู้บัญชาการภูมิภาคที่ 4 ของกัมพูชาขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติขั้นต้นจะหารือเพิ่มเติมในวันที่ 25 ตุลาคมนี้

ด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ทั้งสองประเทศได้จัดทำระเบียบปฏิบัติตามมาตรฐาน ครอบคลุมพื้นที่ที่มีเขตแดนชัดเจนและพื้นที่ที่ยังมีข้อขัดแย้ง โดยจะเริ่มปฏิบัติการเก็บกู้ได้ทันที เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน ฝ่ายไทยยืนยันว่า จะไม่ให้นำปัญหาเขตแดนมาเป็นข้อจำกัดในการดำเนินงาน

ขณะที่ การปราบปรามขบวนการไซเบอร์สแกม ตำรวจทั้งสองประเทศ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกันเสร็จสิ้น และเตรียมจัดตั้งกองกำลังเฉพาะกิจภายในสองสัปดาห์ เพื่อกวาดล้างแกนนำและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งวางระบบแลกเปลี่ยนข้อมูล พยานหลักฐาน และผู้เสียหาย เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สำหรับการจัดการพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบส่งเจ้าหน้าที่ร่วมสำรวจแนวเส้นเขตแดน ระหว่างหลักเขตที่ 42 ถึง 47 บริเวณบ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง โดยฝ่ายไทยจะดำเนินการสร้างรั้วชายแดนในพื้นที่ที่มีเส้นเขตแดนชัดเจน เพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่

 พลเอก ณัฐพลย้ำว่า ไทยต้องการเห็นความคืบหน้าในทุกด้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยุติความเป็นปรปักษ์ พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างจริงจัง เพื่อร่วมกันนำสันติสุขกลับคืนสู่ประชาชนทั้งสองประเทศ และเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียน

รัฐบาลไทยและกระทรวงกลาโหม ยืนยัน จะพิทักษ์รักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ โดยคำนึงถึงเกียรติภูมิของประเทศไทยเป็นสำคัญ

ข่าวล่าสุด

”ทองคำ“ เหนือจรวด… พุ่งไม่หยุด

ราคาทะยานขึ้น-สะท้อนความกังวลเศรษฐกิจโลก ! ท่ามกลางความเสี่ยงสงคราม เงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดการเงิน                             การปรับขึ้นของทองคำกลายเป็นสัญญาณเตือนใหม่ของระบบเศรษฐกิจโลก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าราคาที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนความไม่แน่นอนมากกว่าความมั่งคั่ง                            ราคาทองคำในประเทศไทยปรับตัวขึ้นแตะระดับใกล้ 80,000 บาทต่อบาททองคำ ก่อนจะย่อลงเล็กน้อยจากแรงขายทำกำไรระยะสั้น ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์                            นักวิเคราะห์มองว่าการพุ่งขึ้นของทองคำในช่วงนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนไหวของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ แต่เป็นสัญญาณสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป                           ในตลาดการเงินระหว่างประเทศ   “ทองคำ” ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์“ปลอดภัย” หรือหลบภัยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความเสี่ยง...

ปอศ.ลุยจับ 8 ล้งนอมินีนายทุนจีน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เปิดเผยว่า พฤติการณ์กลุ่มทุนต่างชาติสวมสิทธิ์คนไทยเข้าครอบงำธุรกิจเกษตรสงวนบิดเบือนราคารับซื้อจนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคามะพร้าวน้ำหอมทั่วประเทศ

สวีเดนยกระดับเตรียมพร้อมรับมือสงคราม

รัฐบาลสวีเดนประกาศมาตรการเร่งด่วนในการสร้างคลังสำรองทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเชื้อเพลิง อาหาร และเครื่องปั่นไฟ

ดูไบนับถอยหลัง 10 วัน อาหารสดจ่อเกลี้ยงชั้นวาง

อสังหาฯ หรู อาบูดาบีราคาดิ่งเหว คนแห่อพยพหนีสงคราม เซ่นพิษปิดช่องแคบฮอร์มุซ 9 มีนาคม 2569 สงครามในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องของพลเรือน เมื่อรายงานจากสำนักข่าว bne IntelliNews ระบุว่า "ดูไบ" ศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาค...

ข่าวอื่นๆ

เลือกเพื่อไทย ทิ้งกล้าธรรม : เวรกรรมของอนุทิน

มีข่าวแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางว่า การจัดตั้งรัฐบาลลงตัวแล้ว 300 เสียง โดยมีพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง และพรรคเล็กหลายพรรครวมกัน 33 เสียง ด้วยจำนวนเสียง 300 ถือได้ว่าเพียงพอแล้ว

ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566

ข้อ 129 เป็นข้อกำหนดที่ให้อำนาจ กกต. เพิ่มรหัส, บาร์โค้ด หรือ QR Code ลงบนบัตรเลือกตั้งเพื่อป้องกันการปลอมแปลง

มติ กกต.ให้นับคะแนนใหม่ 8 แห่ง ...

วันที่ 17 ก.พ.2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้นับคะแนนใหม่ 8 แห่ง และออกเสียงลงคะแนนใหม่ 1 แห่ง