วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 26, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกทำไมอเมริกาไม่กล้าแตะ ‘เป่ยโต่ว’?

ทำไมอเมริกาไม่กล้าแตะ ‘เป่ยโต่ว’?

เผยแพร่

spot_img

เผยความลับทำไมดาวเทียมจีนถึงรอดเงื้อมมือการคว่ำบาตร… ทั้งที่อยากทำลายใจจะขาด!

ในขณะที่ Huawei โดนอเมริกาสั่งแบนชิปจนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก แต่ระบบนำทาง เป่ยโต่ว (BeiDou) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับท็อปของจีนกลับดูเหมือนจะ “ลอยตัว” เหนือการคว่ำบาตร ทั้งที่สเปกหลายอย่างแซงหน้า GPS ของสหรัฐฯ ไปแล้ว

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้อเมริกา “ไม่กล้า” หรือ “ทำอะไรไม่ได้”? นี่คือเบื้องหลังที่ต้องขุดลึกถึงรากเหง้าครับ

1. บาดแผลจาก ‘คดีเรือหยินเหอ’ (Yinhe Incident): จุดเริ่มต้นของการพึ่งพาตัวเอง

ย้อนกลับไปปี 1993 เรือสินค้าหยินเหอของจีนถูกสหรัฐฯ สั่งหยุดกลางมหาสมุทรอินเดีย โดยอ้างข้อหาลอยๆ ว่าขนอาวุธเคมี

• ไม้ตายของสหรัฐฯ: อเมริกาตัดสัญญาณ GPS ของเรือลำนั้นทันที ทำให้เรือเคว้งคว้างกลางทะเลเหมือนคนตาบอดเกือบ 2 เดือน

• บทเรียนราคาแพง: จีนตระหนักทันทีว่า “ถ้ายังยืมจมูกคนอื่นหายใจ (GPS) เราจะไม่มีวันมีอิสระ” โครงการเป่ยโต่วจึงถือกำเนิดขึ้นในปี 1994 เพื่อทำลายการผูกขาดนี้

2. หมัดเด็ดที่เหนือกว่า GPS: ความแม่นยำและระบบสื่อสาร

ผ่านไป 30 ปี เป่ยโต่วพัฒนาจนครอบคลุมทั่วโลก:

• แม่นยำระดับเซนติเมตร: ความละเอียดในการระบุตำแหน่งอยู่ที่ 1 เมตร ซึ่งสูงกว่า GPS ภาคพลเรือนทั่วไป

• ระบบสื่อสารสองทาง: นี่คือสิ่งที่ GPS ทำไม่ได้ ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เวิ่นชวน (Wenchuan) มณฑลเสฉวน เมื่อการสื่อสารล่มหมด มีเพียงเป่ยโต่วที่สามารถส่งข้อความสั้นและระบุตำแหน่งเพื่อช่วยชีวิตคนได้

3. ทำไมอเมริกาถึงคว่ำบาตรไม่ได้?

เหตุผลที่ทำให้เป่ยโต่ว “แตะต้องไม่ได้” ต่างจาก Huawei มีดังนี้:

• เทคโนโลยีที่ ‘Made in China’ 100%: ในอดีตสวิตเซอร์แลนด์เคยพยายาม “แบน” ไม่ส่งออก #นาฬิกาอะตอมไฮโดรเจน (Hydrogen Atomic Clock) ที่มีความแม่นยำสูงให้จีน แต่ทีมวิจัยเป่ยโต่วใช้เวลาเพียง 1 ปี สร้างนาฬิกาอะตอมที่ประสิทธิภาพดีกว่าขึ้นมาเองได้สำเร็จ ตั้งแต่ชิปนำทางไปจนถึงจรวดขนส่ง จีนคุมเบ็ดเสร็จทุกขั้นตอนจนอเมริกาหาช่อง “เตะตัดขา” ไม่เจอ

• มันคือ ‘กระดูกสันหลัง’ ของความมั่นคงชาติ: เป่ยโต่วไม่ได้ทำเพื่อกำไรเหมือนบริษัทเอกชน แต่มันฝังรากลึกอยู่ในโครงข่ายไฟฟ้า, รถไฟความเร็วสูง และฐานสถานี 5G ทั่วประเทศจีน หากอเมริกาจะแซงก์ชันเป่ยโต่ว ก็เท่ากับต้องประกาศสงครามกับโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดของจีน ซึ่งเป็นดีลที่อเมริกา “ไม่กล้าแลก” เพราะความเสี่ยงสูงเกินไป

• ศักยภาพในการตอบโต้บนอวกาศ: เป่ยโต่วประกอบด้วยดาวเทียมหลายร้อยดวง หากดวงไหนถูกทำลาย จีนมีจรวด ไคว่โจว (Kuaizhou) ที่สามารถส่งดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นไปทดแทนได้ภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้จีนยังมีขีปนาวุธทำลายดาวเทียมและหุ่นยนต์อวกาศที่พร้อมจะสอยดาวเทียมสหรัฐฯ เป็นการตอบโต้ ซึ่งจะทำให้เกิดขยะอวกาศมหาศาลจนดาวเทียมทั่วโลก (รวมถึงของอเมริกาเอง) พังพินาศตามไปด้วย

บทสรุป: จากวันที่ถูก ‘บีบคอ’ สู่ผู้กำหนดชะตาชีวิตตัวเอง

ความสำเร็จของเป่ยโต่วพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า “อาวุธที่ร้ายแรงที่สุดไม่ใช่กระสุนปืน แต่คือการถือครองเทคโนโลยีหลัก (Core Technology) ด้วยตัวเอง” “อเมริกาไม่ได้ ‘มองข้าม’ #เป่ยโต่ว แต่พวกเขา ‘มองด้วยความหวาดระแวง’ และรู้ดีว่านี่คือป้อมปราการที่แข็งแกร่งเกินกว่าจะใช้ไม้ตายการคว่ำบาตรแบบเดิมๆ มาสยบได้ครับ!”

#หมายเหตุ: ความละเอียด (Accuracy) ของ #GPS (ของสหรัฐฯ) กับ #BeiDou (ของจีน) ในปี 2026 คือ

1. ความละเอียดระดับพลเรือน (Civilian Service)

• GPS (L1 C/A code): โดยมาตรฐานจะมีความแม่นยำอยู่ที่ประมาณ 3 – 5 เมตร ในที่โล่งแจ้ง

• BeiDou (B1C): ในปัจจุบัน BeiDou ของจีนให้ความละเอียดในระดับ 2 – 3 เมตร เป็นมาตรฐาน และในบางพื้นที่ของเอเชียแปซิฟิกอาจลงไปถึง 1 เมตร 

2. ความละเอียดระดับสูงและการทหาร (Military & High-Precision)

• GPS (L5 & M-Code): สัญญาณความถี่ใหม่ของ GPS (L5) ช่วยลดความคลาดเคลื่อนลงเหลือประมาณ 30 เซนติเมตร 

• BeiDou (PPP & RTK): จีนได้ติดตั้งสถานีฐานบนพื้นดินจำนวนมหาศาลเพื่อช่วยส่งสัญญาณปรับปรุงค่าความถูกต้อง (Augmentation) ทำให้ระบบ BeiDou สามารถให้บริการระบุตำแหน่งระดับ “เซนติเมตร” (1 – 10 ซม.) สำหรับงานวิศวกรรม รถยนต์ไร้ขับเคลื่อน และการเกษตรอัจฉริยะ

เพิ่มเติบเมื่อวันที่ 22 กพ. 2026 เพื่อตอบข้อข้องใจของแฟน ๆ ที่่ว่าทำไมกัปตันไม่ใช่ระบบ manual เดินทาง แต่กลับลอยเคว้งคว้างในทะเลเกือบสองเดือน ซึ่งฟังดูไม่สมเหตุสมผล

เหตุผลที่เรือ Yinhe (อิ๋นเหอ) ต้อง “ลอยเคว้ง” นานเกือบสองเดือนนั้น ไม่ใช่เพราะกัปตัน “ขับไม่เป็น” แต่เพราะมันคือ “กับดักทางการเมือง” ครับ ผู้เขียนขอชำแหละเหตุผลที่ลึกกว่าเรื่องเทคนิคการเดินเรือดังนี้:

1. ไม่ได้หลงทาง แต่ “ถูกสั่งให้หยุด”

ในกรณีเรือ Yinhe สหรัฐฯ ไม่ได้แค่แอบตัดสัญญาณ GPS แล้วปล่อยให้เรือหลงนะครับ แต่เขาเอา เรือรบและเครื่องบินรบมาล้อมไว้ พร้อมกล่าวหาว่าเรือลำนี้ขนสารเคมีอันตรายไปอิหร่าน

• กัปตันจีนกางแผนที่ขับต่อได้ไหม? ได้ครับ

• แต่จะขับไปไหน? ในเมื่อสหรัฐฯ ประกาศว่า “ห้ามเข้าท่าเรือปลายทาง” และกดดันประเทศพันธมิตรในตะวันออกกลาง (เช่น ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ไม่ให้เรือลำนี้เข้าจอดเพื่อเติมน้ำมันหรือส่งสินค้า

• การลอยลำอยู่กลางทะเลจึงไม่ใช่เพราะหาทิศไม่เจอ แต่เพราะ “ไม่มีที่ให้ลง” และถูกขัดขวางโดยกำลังทหารครับ

2. สภาวะ “ตาบอด” ในจุดยุทธศาสตร์

จุดที่เรือ Yinhe ถูกตัดสัญญาณคือช่วงทางเข้า อ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นน่านน้ำที่มีความขัดแย้งสูงและมีการวางทุ่นระเบิดหรือแนวปะการังซับซ้อน

• การใช้ Manual (แผนที่ + ไจโร) ในน่านน้ำสากลโล่งๆ นั้นทำได้สบายครับ

• แต่การเดินเรือขนาดใหญ่ในช่องแคบที่ถูกเรือรบสหรัฐฯ ประกาศเขตห้ามผ่าน และต้องคอยระวังการยั่วยุทางการทหาร การมี GPS ที่แม่นยำคือ “ความปลอดภัยขั้นต่ำ” ที่กัปตันต้องการ หากขับสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วเกิดอุบัติเหตุหรือล้ำเส้นเพียงนิดเดียว สหรัฐฯ จะมีข้ออ้างในการ “ใช้กำลังเข้ายึดเรือ” ทันที

3. สงครามจิตวิทยา (The Humiliation)

รัฐบาลจีนในตอนนั้นสั่งให้กัปตันหยุดเรือเพื่อรอดูท่าทีทางการทูตครับ เพราะ:

• จีนไม่อยากให้สหรัฐฯ ขึ้นตรวจเรือ (เพราะถือเป็นอธิปไตย)

• สหรัฐฯ ก็ไม่ยอมปล่อย จนกว่าจะได้ตรวจ

• การตัด GPS คือการ “ขังบริเวณ” เชิงเทคนิค เพื่อบีบให้กัปตันและรัฐบาลจีนยอมสยบว่า “ถ้าไม่มีเทคโนโลยีของเรา คุณก็ไปไหนลำบาก”

สรุป:

ถ้าเป็นเรือประมงหรือเรือสินค้าในภาวะปกติ GPS เสีย กัปตันกางแผนที่ขับกลับบ้านได้แน่นอนครับ แต่ Yinhe คือ “ตัวประกันลอยน้ำ”:

1. โดนล้อมด้วยกำลังทหาร: ขยับไปไหนก็โดนเรือรบขวาง

2. โดนแบนจากท่าเรือ: ไม่มีใครให้เข้าจอด

3. โดนตัดสัญญาณ: เพื่อดิสเครดิตและสร้างความกดดัน

ที่ลอยอยู่นาน 2 เดือน จึงไม่ใช่เพราะกัปตันคำนวณไม่เป็น แต่เพราะ “การทูตยังตกลงกันไม่ได้” และจีนพยายามยื้อไม่ให้สหรัฐฯ ขึ้นตรวจเรือจนถึงที่สุด (ซึ่งสุดท้ายก็ต้องยอมให้ตรวจที่ท่าเรือในซาอุฯ และพบว่า “ไม่มีสารเคมีอย่างที่กล่าวหา” เลยแม้แต่นิดเดียว)

เหตุการณ์นี้จึงเป็นความแค้นที่ฝังลึก และเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะต้องสร้างเป่ยโต่ว ระบบนำทางของตัวเอง

#ChinaFocus #เป่ยโต่ว

Ref.: NSSA/ GNSS Monitor/ BeiDou White Paper/ Global Times

ข่าวล่าสุด

“บัตรเขย่ง” “บาร์โค๊ต” เกิดวิกฤตศรัทธา ลามนิติสงคราม เมื่อ กกต. ฟ้องประชาชน

ชำแหละปมร้อนบริหารงานผิดจังหวะ จากความบกพร่องหน้าหน่วยสู่การปิดปากผู้ตรวจสอบ                                เส้นทางการเลือกตั้ง 2569 กำลังเผชิญกับพายุวิกฤตศรัทธาที่โหมกระหน่ำใส่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้นของปัญหาทางเทคนิคอย่าง "บัตรเขย่ง" และความคลางแคลงใจเรื่อง "บาร์โค๊ตระบุตัวตน" ที่ลุกลามเป็นโดมิโนบั่นทอนความเชื่อมั่น แต่ประเด็นที่กลายเป็นจุดเดือดที่สุดคือการที่ กกต. เลือกใช้มาตรการทางอาญาแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่เข้าตรวจสอบการนับคะแนน...

กรุงไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้

ธนาคารกรุงไทย เดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ MOR MLR และ MRR เพื่อลดภาระหนี้และต้นทุนทางการเงินให้ครัวเรือน ภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการ SME

เศรษฐกิจซึม ‘บ้านมือสอง’ ทะลัก 10 ล้านอัพแห่ระบายสต๊อก

ตลาดบ้านมือสองทะลัก 2.4 แสนหน่วย มูลค่าพุ่ง 1.37 ล้านล้านบาท เศรษฐกิจไม่ดี คนผ่อนต่อไม่ไหว ตัดใจปล่อยแบงก์ยึด REIC เผยราคา 10 ล้านอัพแห่ประกาศขายคึก

ผู้เชี่ยวชาญเตือน “อำนาจนิยม” ไม่ใช่คำตอบ ‘แก้คอร์รัปชั่น’ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เหตุใดระบอบอำนาจนิยมจึงไม่อาจแก้ปัญหาคอร์รัปชันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้จริง? ในขณะที่รัฐบาลทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังตอบสนองต่อกระแสความโกรธแค้นของสาธารณชนต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน

ข่าวอื่นๆ

ผู้เชี่ยวชาญเตือน “อำนาจนิยม” ไม่ใช่คำตอบ ‘แก้คอร์รัปชั่น’ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เหตุใดระบอบอำนาจนิยมจึงไม่อาจแก้ปัญหาคอร์รัปชันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้จริง? ในขณะที่รัฐบาลทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังตอบสนองต่อกระแสความโกรธแค้นของสาธารณชนต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน

“กรมการกงสุล” เตือนด่วนคนไทย! เม็กซิโกระอุหลังล่า “El Mencho”

มีรายงานการปฏิบัติการทางทหารของรัฐบาลเม็กซิโกเพื่อเข้าจับกุม El Mencho หัวหน้ากลุ่มค้ายาเสพติด Cártel Jalisco Nueva Generación (CJNG) และการเสียชีวิตของบุคคลดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในหลายรัฐของเม็กซิโก

ฮ่องกงเปิดทางยุทธศาสตร์ จีนมุ่งสู่สถานะ “มหาอำนาจการเงินโลก”

ทำไมเส้นทางสู่การเป็น 'มหาอำนาจทางการเงิน' ของจีนจึงเริ่มต้นที่ฮ่องกง นับจากการเติบโตของเงินหยวนในฐานะสกุลเงินระดับโลก ไปจนถึงการระดมทุนผ่าน IPO และการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปแบบโทเคน (Tokenisation)