วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 26, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกผู้เชี่ยวชาญเตือน “อำนาจนิยม” ไม่ใช่คำตอบ 'แก้คอร์รัปชั่น' ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผู้เชี่ยวชาญเตือน “อำนาจนิยม” ไม่ใช่คำตอบ ‘แก้คอร์รัปชั่น’ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เผยแพร่

spot_img

DW รายงานว่า เหตุใดระบอบอำนาจนิยมจึงไม่อาจแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้จริง? ในขณะที่รัฐบาลทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังตอบสนองต่อกระแสความโกรธแค้นของสาธารณชนต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน บรรดาผู้เชี่ยวชาญกลับออกมาเตือนว่า มาตรการกวาดล้างที่รุนแรงอาจถูกใช้เป็นเพียงข้ออ้างสำหรับผู้กุมอำนาจในการลงโทษศัตรูทางการเมือง และปกป้องผลประโยชน์ของพวกพ้องตนเอง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่งานฟอรัมเศรษฐกิจในจาการ์ตา ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) แห่งอินโดนีเซีย ได้หยิบยกวาทกรรมที่คุ้นเคยในภูมิภาคนี้ขึ้นมาอีกครั้ง โดยระบุว่ามีเพียง “รัฐที่เข้มแข็ง” เท่านั้นที่จะสามารถถอนรากถอนโคนการทุจริตได้ พร้อมทั้งวางกรอบให้อำนาจบริหารที่เด็ดขาดเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงในการต่อต้านการรับสินบน

“มีบางกลุ่มคอยบ่นและพูดทำนองว่า ‘ปราโบโวเป็นเผด็จการ’” เขากล่าวต่อผู้เข้าร่วมงาน Indonesia Economic Outlook forum ปี 2026 “แต่ถ้าคุณถามประชาชน บางทีเราอาจต้องการความเป็นอำนาจนิยมสักเล็กน้อยเพื่อต่อสู้กับคนโกงเหล่านั้น… การคอร์รัปชันยังคงแพร่กระจายอยู่ทั่วไป เราต้องถอนรากถอนโคนการทุจริตให้หมดไปจากผืนแผ่นดินอินโดนีเซีย”

 คำกล่าวของเขามีขึ้นภายหลังการเผยแพร่ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ล่าสุดโดยโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ซึ่งอินโดนีเซียร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 109 จาก 182 ประเทศ ตกต่ำลงจากปีก่อนหน้าถึง 10 อันดับ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปราโบโวใช้ภาพลักษณ์ความเป็น “บุรุษเหล็ก” ในการต่อต้านการทุจริต และไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาสร้างความไม่พอใจแก่ผู้วิพากษ์วิจารณ์ด้วยการโหยหาอดีตยุคอำนาจนิยมของประเทศ ปราโบโว อดีตนายพลที่เคยถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2024 และตั้งแต่นั้นมา เขามักจะนำเสนอภาพลักษณ์ของอดีตเผด็จการซูฮาร์โต (ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นพ่อตาของเขา) ในฐานะวีรบุรุษของชาติ

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลุกฮือต้านโกง

เมื่อฤดูร้อนปีที่ผ่านมา การประท้วงที่นำโดยเยาวชนปะทุขึ้นทั่วอินโดนีเซียเพื่อต่อต้านการทุจริตของรัฐและความเหลื่อมล้ำทางความมั่งคั่ง กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่าตำรวจตอบโต้อย่างรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตหลายราย และผู้ประท้วงยังเผชิญกับการข่มขู่ทางออนไลน์ นอกจากนี้ การประท้วงต่อต้านการคอร์รัปชันครั้งใหญ่ยังเกิดขึ้นในฟิลิปปินส์และติมอร์-เลสเตในช่วงเวลาเดียวกัน

อิฮาม โมฮาเหม็ด (Ilham Mohamed) ที่ปรึกษาประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของโปร่งใสนานาชาติ ระบุในแถลงการณ์ว่า “ในหลายประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก ธรรมาภิบาลกำลังถูกกัดกร่อนโดยการบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอ ผู้นำที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ และความไม่โปร่งใสในการระดมทุนทางการเมือง เมื่อคนรุ่นใหม่เรียกร้องสิ่งที่ดีกว่า ผู้นำต้องลงมือทำเดี๋ยวนี้เพื่อควบคุมการทุจริตและเสริมสร้างประชาธิปไตย”

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวล่าสุดของปราโบโวได้ปลุกกระแสการถกเถียงเรื่องการรวบอำนาจ โดย ยัสซาร์ เอาเลีย (Yassar Aulia) จากองค์กรตรวจสอบคอร์รัปชันอินโดนีเซีย (ICW) ให้ความเห็นกับจาการ์ตาโพสต์ว่า “การผลักดันต่อต้านการทุจริตที่ประสบความสำเร็จไม่จำเป็นต้องใช้สำนวนโวหารบนโพเดียมหรือความเป็นผู้นำแบบอำนาจนิยม” แต่สำหรับชาวอินโดนีเซียจำนวนมาก ท่าทีของปราโบโวกลับดูสมเหตุสมผล โดยผลสำรวจล่าสุดพบว่าคะแนนนิยมของเขาพุ่งสูงเกือบ 80% ซึ่งหนึ่งในเหตุผลหลักคือภาพลักษณ์การปราบโกงที่เด็ดขาด

สิงคโปร์: ต้นแบบที่ถูกตั้งคำถาม

แม้ประเทศส่วนใหญ่ที่อยู่อันดับต้นๆ ของดัชนี CPI จะเป็นประชาธิปไตยแบบเสรีนิยมตะวันตก แต่หนึ่งในสามประเทศที่คอร์รัปชันน้อยที่สุดคือสิงคโปร์ นครรัฐที่ร่ำรวยและถูกบริหารจัดการอย่างเข้มงวด สิงคโปร์ถูกจัดอยู่อันดับ “เสรีภาพบางส่วน” (Partly Free) ในดัชนีประชาธิปไตยของ Freedom House แต่สิงคโปร์ได้สร้างชื่อเสียงผ่านการบังคับใช้กฎหมายที่รุนแรง โดยมีสำนักสืบสวนการกระทำทุจริต (CPIB) เป็นหัวหอกและมีบทลงโทษที่หนักหน่วง

นอกจากนี้ รัฐอำนาจนิยมขนาดเล็กอย่างฮ่องกงและบรูไน ก็ได้คะแนนค่อนข้างดีในดัชนีต่อต้านการทุจริต โดยบรูไนซึ่งเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์อันดับ 31 ของโลก และสูงเป็นอันดับสองในอาเซียน แม้แต่ลาวที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ยังอยู่ในอันดับสูงกว่าไทยและฟิลิปปินส์ที่เป็นประชาธิปไตย ส่วนเวียดนามซึ่งเป็นรัฐพรรคเดียวก็ถูกประเมินว่าคอร์รัปชันน้อยกว่าอินโดนีเซีย

เวียดนามกับการ “กวาดล้าง” ระดับสูง

ตั้งแต่ปี 2016 พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามได้เร่งแคมเปญต่อต้านการทุจริต “เตาหลอมที่ลุกโชน” (Blazing Furnace) ซึ่งส่งผลให้บุคคลระดับสูงร่วงจากตำแหน่งหลายราย รวมถึงอดีตนายกรัฐมนตรี เหงียน ซวน ฟุก และอดีตประธานาธิบดี หวอ วัน เถือง

ในติมอร์-เลสเต การประท้วงของนักศึกษาบีบให้สภายกเลิกแผนเงินบำนาญตลอดชีพของนักการเมือง ส่วนในฟิลิปปินส์ การประท้วงที่รุนแรงปะทุขึ้นจากการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ยักยอกงบประมาณแก้ปัญหาน้ำท่วม แม้ความพยายามถอดถอนประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ จะล้มเหลว แต่รองประธานาธิบดี ซาร่า ดูเตอร์เต กลับถูกสภาล่างยื่นถอดถอนจากการใช้เงินงบประมาณลับและความมั่งคั่งที่อธิบายไม่ได้ ก่อนที่เรื่องจะถูกปัดตกไปในเชิงเทคนิค และขณะนี้เธอกำลังเผชิญกับการยื่นถอดถอนรอบใหม่

รัตนา จูวิตา (Ratna Juwita) อาจารย์จาก Universitas Atma Jaya Yogyakarta ให้ความเห็นว่า “ประชาธิปไตยเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันกลไกต่อต้านการทุจริตที่เข้มแข็ง เพราะสถาบันประชาธิปไตยในรูปแบบทางการบางครั้งสามารถอยู่ร่วมกับเครือข่ายอุปถัมภ์และการยึดครองโดยกลุ่มชนชั้นนำได้”

ทำไมสิงคโปร์ถึงเป็นข้อยกเว้น

สิงคโปร์ถูกมองว่าเป็นกรณีพิเศษ (Outlier) ในฐานะรัฐที่ปกครองโดยพรรคเดียวในทางปฏิบัติ แต่ติดอันดับโลกเรื่องนิติธรรมและความโปร่งใสมาโดยตลอด คำอธิบายส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ขนาดของประเทศที่มีประชากรเพียง 6 ล้านคน ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบและควบคุมวินัยโดยรวม รวมถึงความเป็นผู้นำของ ลี กวน ยู ที่ทำให้รัฐบาลที่สะอาดเป็นรากฐานของความชอบธรรม

อย่างไรก็ตาม โจเซฟ พอซไก (Joseph Pozsgai) ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านคอร์รัปชันจากมหาวิทยาลัยโอซาก้า ระบุว่า ดัชนี CPI ไม่ได้รวมข้อมูลเรื่องการไหลเวียนทางการเงินที่ผิดกฎหมาย การฟอกเงิน หรือการทุจริตในภาคเอกชน และที่สำคัญคือดัชนีนี้สะท้อนมุมมองที่ให้ความสำคัญกับการ “ติดสินบน” มากกว่าการ “ใช้อำนาจรัฐในทางมิชอบ”

เขาทิ้งท้ายว่า สิงคโปร์อาจดู “สะอาด” จากมุมมองเรื่องการคอร์รัปชันทั่วไป แต่ก็เป็นกรณีที่ชนชั้นนำทางการเมืองสามารถรักษาและเสพสุขจากอำนาจในรูปแบบที่เป็นการ “ละเมิด” ได้อย่างชัดเจนในมุมมองของสิทธิพลเมือง 

นักวิเคราะห์เตือนว่าแม้ระบอบอำนาจนิยมจะสร้างภาพการทำความสะอาดบ้านได้อย่างรวดเร็ว แต่การปราบโกงที่แท้จริงต้องมีศาลที่เป็นอิสระ องค์กรตรวจสอบ และสื่อมหาชนที่มีเสรีภาพ มิเช่นนั้น ผู้ปกครองจะใช้การปราบโกงเป็นเพียงเครื่องมือทำลายคู่แข่งและปกป้องพันธมิตรของตนเองเท่านั้น

IMCT NEWS 26-02-2026

ที่มา https://www.dw.com/en/why-authoritarianism-wont-fix-corruption-in-southeast-asia/a-76090899

ข่าวล่าสุด

“บัตรเขย่ง” “บาร์โค๊ต” เกิดวิกฤตศรัทธา ลามนิติสงคราม เมื่อ กกต. ฟ้องประชาชน

ชำแหละปมร้อนบริหารงานผิดจังหวะ จากความบกพร่องหน้าหน่วยสู่การปิดปากผู้ตรวจสอบ                                เส้นทางการเลือกตั้ง 2569 กำลังเผชิญกับพายุวิกฤตศรัทธาที่โหมกระหน่ำใส่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้นของปัญหาทางเทคนิคอย่าง "บัตรเขย่ง" และความคลางแคลงใจเรื่อง "บาร์โค๊ตระบุตัวตน" ที่ลุกลามเป็นโดมิโนบั่นทอนความเชื่อมั่น แต่ประเด็นที่กลายเป็นจุดเดือดที่สุดคือการที่ กกต. เลือกใช้มาตรการทางอาญาแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่เข้าตรวจสอบการนับคะแนน...

กรุงไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้

ธนาคารกรุงไทย เดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่ม ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ MOR MLR และ MRR เพื่อลดภาระหนี้และต้นทุนทางการเงินให้ครัวเรือน ภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการ SME

เศรษฐกิจซึม ‘บ้านมือสอง’ ทะลัก 10 ล้านอัพแห่ระบายสต๊อก

ตลาดบ้านมือสองทะลัก 2.4 แสนหน่วย มูลค่าพุ่ง 1.37 ล้านล้านบาท เศรษฐกิจไม่ดี คนผ่อนต่อไม่ไหว ตัดใจปล่อยแบงก์ยึด REIC เผยราคา 10 ล้านอัพแห่ประกาศขายคึก

ทำไมอเมริกาไม่กล้าแตะ ‘เป่ยโต่ว’?

ในขณะที่ Huawei โดนอเมริกาสั่งแบนชิปจนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก แต่ระบบนำทาง เป่ยโต่ว (BeiDou) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับท็อปของจีนกลับดูเหมือนจะ "ลอยตัว" เหนือการคว่ำบาตร ทั้งที่สเปกหลายอย่างแซงหน้า GPS ของสหรัฐฯ ไปแล้ว

ข่าวอื่นๆ

ทำไมอเมริกาไม่กล้าแตะ ‘เป่ยโต่ว’?

ในขณะที่ Huawei โดนอเมริกาสั่งแบนชิปจนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก แต่ระบบนำทาง เป่ยโต่ว (BeiDou) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระดับท็อปของจีนกลับดูเหมือนจะ "ลอยตัว" เหนือการคว่ำบาตร ทั้งที่สเปกหลายอย่างแซงหน้า GPS ของสหรัฐฯ ไปแล้ว

“กรมการกงสุล” เตือนด่วนคนไทย! เม็กซิโกระอุหลังล่า “El Mencho”

มีรายงานการปฏิบัติการทางทหารของรัฐบาลเม็กซิโกเพื่อเข้าจับกุม El Mencho หัวหน้ากลุ่มค้ายาเสพติด Cártel Jalisco Nueva Generación (CJNG) และการเสียชีวิตของบุคคลดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในหลายรัฐของเม็กซิโก

ฮ่องกงเปิดทางยุทธศาสตร์ จีนมุ่งสู่สถานะ “มหาอำนาจการเงินโลก”

ทำไมเส้นทางสู่การเป็น 'มหาอำนาจทางการเงิน' ของจีนจึงเริ่มต้นที่ฮ่องกง นับจากการเติบโตของเงินหยวนในฐานะสกุลเงินระดับโลก ไปจนถึงการระดมทุนผ่าน IPO และการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปแบบโทเคน (Tokenisation)