วันพุธ, เมษายน 8, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกข่าวรอบโลกวิกฤติศรัทธาต่อสหรัฐ -แบงก์ชาติทั่วโลกแห่ขน 'ทองคำ'กลับประเทศ- 

วิกฤติศรัทธาต่อสหรัฐ -แบงก์ชาติทั่วโลกแห่ขน ‘ทองคำ’กลับประเทศ- 

เผยแพร่

spot_img

“ฝรั่งเศส” ย้าย 129 ตัน กลับปารีส

นักวิเคราะห์จากเว็บไซต์ Substack รายงานว่า ฝรั่งเศสได้เคลื่อนย้ายทองคำ 129 ตัน จากธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก กลับสู่ปารีสในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม 2025 ถึงมกราคม 2026 ทำให้ในปัจจุบัน ทองคำสำรองของรัฐบาลฝรั่งเศสทุกออนซ์ถูกจัดเก็บอยู่บนแผ่นดินของตนเอง 100 เปอร์เซ็นต์

ธนาคารกลางฝรั่งเศสใช้วิธีขายทองคำแท่งมาตรฐานเก่าที่เก็บไว้ในนิวยอร์กในช่วงที่ราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และเข้าซื้อทองคำแท่งมาตรฐานสากลใหม่ในยุโรปทดแทนในปริมาณที่เท่ากัน ทำให้ได้รับกำไรจากส่วนต่างราคาถึง 1.28 หมื่นล้านยูโร โดยที่ปริมาณทองคำสำรองรวม 2,437 ตันไม่ลดลงแม้แต่กรัมเดียว 

แม้ทางการจะระบุว่าเป็นเพียง “ปฏิบัติการทางเทคนิค” แต่ผลลัพธ์ในเชิงการเมืองนั้นชัดเจนยิ่งกว่า เมื่อพันธมิตรผู้ร่วมก่อตั้ง NATO ตัดสินใจถอนทองคำทั้งหมดออกจากการดูแลของสหรัฐฯ

ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เยอรมนีเคยดำเนินการเช่นนี้มาแล้วในช่วงปี 2013-2017 และตอนนี้คือฝรั่งเศส รูปแบบที่เกิดขึ้นมีความสอดคล้องกันอย่างมีนัยสำคัญ คือธนาคารกลางในโลกตะวันตกต่างทยอยนำทองคำกลับบ้านอย่างเงียบเชียบโดยไม่ให้เป็นข่าวใหญ่ และมักกล่าวอ้างว่าเป็นเพียงขั้นตอนปกติ 

ทว่าในความเป็นจริง ไม่มีใครยอมขนส่งโลหะมีค่าทางยุทธศาสตร์กว่า 129 ตันข้ามมหาสมุทรเพียงเพราะเรื่องค่าธรรมเนียมการจัดเก็บ แต่พวกเขาทำเพราะโลกที่เคยทำให้นิวยอร์กเป็นตู้นิรภัยที่ปลอดภัยที่สุดในโลกนั้น ได้เปลี่ยนไปแล้วนับตั้งแต่เหตุการณ์อายัดเงินสำรองของรัสเซียจำนวน 3 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2022 ซึ่งธนาคารกลางทุกแห่งทั่วโลกต่างเฝ้ามองเหตุการณ์นั้นด้วยความระมัดระวัง

ทางด้านจีนได้เดินหน้าซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 จีนซื้อเพิ่มอีก 1 ตันอย่างมีวินัย ทำให้มีทองคำสำรองรวม 2,308 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.87 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 10 เปอร์เซ็นต์ของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศทั้งหมด 

ขณะเดียวกัน จีนได้ลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลงถึง 6.38 แสนล้านดอลลาร์ การเคลื่อนไหวนี้ไม่ใช่การเก็งกำไร แต่เป็นการวางโครงสร้างใหม่ ทุกตันของทองคำที่ซื้อเพิ่มและทุกดอลลาร์ของพันธบัตรที่ขายออก คือการย้ายจุดศูนย์ถ่วงของสินทรัพย์สำรองจากสิ่งที่ “ถูกอายัดได้” ไปสู่สิ่งที่ “ไม่มีใครสั่งอายัดได้”

ขณะที่อินเดียได้นำทองคำ 274 ตันกลับคืนสู่ตู้นิรภัยในประเทศ ทำให้มีทองคำเก็บไว้ในบ้านแล้วถึง 66 เปอร์เซ็นต์ พร้อมลดการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ลง 18 เปอร์เซ็นต์ในปี 2025 

โปแลนด์ก็รุกหนักด้วยการซื้อเพิ่ม 20 ตันในเดือนกุมภาพันธ์เพียงเดือนเดียว โดยตั้งเป้าหมายรวมไว้ที่ 700 ตัน 

อุซเบกิสถานเพิ่มขึ้นอีก 8 ตัน แรงซื้อเชิงโครงสร้างจากธนาคารกลางทั่วโลกที่ตื่นตัวจากเหตุการณ์อายัดทรัพย์สินปี 2022 นั้นพุ่งสูงถึง 863 ตันต่อปีและยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัวลง

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่มีผู้ซื้อก็มีผู้ขาย รัสเซียได้ขายทองคำออก 6 ตันในเดือนกุมภาพันธ์ และรวมประมาณ 15 ตันในช่วงสองเดือนแรกของปี 2026 เป็นการถอนทองคำออกครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2002 ช่างเป็นเรื่องตลกที่น่าเศร้าเมื่อประเทศที่เป็นต้นเหตุให้เกิดกระแสการนำทองคำกลับบ้านจากการถูกอายัดเงินสำรอง กลับต้องเป็นฝ่ายขายทองคำเสียเองเพื่อนำเงินมาจุนเจือการขาดดุลจากสงคราม 

เช่นเดียวกับตุรกีที่ขายออก 8 ตันในเดือนกุมภาพันธ์ และนำออกมาใช้อีกราว 50 ตันในเดือนมีนาคมเพื่อพยุงค่าเงินลีราและรักษาสภาพคล่อง 

เหล่านี้คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่า สงครามที่เป็นตัวพิสูจน์ค่าของทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดจากการคว่ำบาตร กลับเป็นตัวบีบบังคับให้ประเทศที่เสี่ยงต่อการคว่ำบาตรมากที่สุดต้องยอมขายทิ้งเพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ

 ภาพรวมของโลกยังคงเป็นบวก ธนาคารกลางต่าง ๆ ยังคงเพิ่มทองคำเข้าระบบรวม 19 ตันในเดือนกุมภาพันธ์ แม้จะมีแรงขายจากรัสเซียและตุรกีก็ตาม แรงซื้อยังคงชนะแรงขาย แต่รายละเอียดไส้ในคือเรื่องราวที่แท้จริง ผู้ซื้อคือประเทศที่กำลังสร้างอำนาจอธิปไตยทางการเงินอย่าง จีน อินเดีย โปแลนด์ และอุซเบกิสถาน 

ส่วนผู้ขายคือประเทศที่กำลังดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด และกลุ่มผู้นำทองคำกลับบ้านคือกลุ่มประเทศที่กำลัง “ป้องกันความเสี่ยงด้านความเชื่อมั่น” อย่างฝรั่งเศสและเยอรมนีที่นำโลหะมีค่ากลับมาจากตู้นิรภัยของพันธมิตรที่พวกเขาเคยเห็นว่าสามารถใช้อาวุธทางการเงินเข้าจัดการใครก็ได้

 ในคืนที่ 6 เม.ย.2569 ราคาทองคำอยู่ที่ 4,676 ดอลลาร์ ลดลง 8 เปอร์เซ็นต์จากระดับสูงสุดในเดือนมกราคม การปรับฐานของราคาเป็นเรื่องของการซื้อขายตามปกติ แต่การนำทองคำกลับบ้านคือเรื่องของ “โครงสร้าง” และโครงสร้างนี้กำลังบอกเราว่า ธนาคารกลางทั่วโลกได้ตัดสินใจร่วมกันแล้วว่า สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทองคำสำรองของรัฐบาลไม่ใช่ “นิวยอร์ก” อีกต่อไป แต่คือ “บ้าน” ของพวกเขาเอง

IMCT NEWS 07-04-2026

ที่มา https://x.com/shanaka86/status/2041093398422290790?s=20

ข่าวล่าสุด

อย่าให้เป็น “พยาธิ” สูบเลือดชาติ ?  แฉกลไกมาเฟียพลังงานทำ “น้ำมันล่องหน” 57 ล้านลิตร !

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบอายัดคลังน้ำมันยักษ์ใหญ่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังพบพิรุธน้ำมันหายไปจากระบบบัญชีกว่า 57 ล้านลิตร

ยกระดับงานประชุม สัมมนา..คุ้มค่าในที่เดียว!

เปลี่ยนบรรยากาศการประชุมให้มีพลัง พร้อมบริการระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน ในราคาที่ควบคุมงบประมาณได้จริง!

 BRICS วงแตก? อินเดียเบรก “หยวน” ดัน “บาทไทย” เสียบแทน! เกมนี้ใครชนะ?

เมื่อมหาอำนาจอย่าง อินเดีย ออกมาแสดงท่าทีชัดเจนว่า "ไม่เอาเงินหยวน" ของจีนในการซื้อขายระหว่างกลุ่มอย่างเบ็ดเสร็จ เพราะความหวาดระแวงทางการเมืองและดุลการค้า

คำตอบสุดท้าย…ไปดีกว่า   กุลยา  ตันติเตมิท ปิดสวิตซ์ชีวิตข้าราชการ

หนังสือลาออกจากราชการ ที่ส่งถึงมือลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง อุปมาเหมือนลูกศร ที่ถูกปล่อยสู่เป้าหมาย และบรรลุเป้าเรียบร้อย ปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง รับรู้แล้ว!!!

ข่าวอื่นๆ

 BRICS วงแตก? อินเดียเบรก “หยวน” ดัน “บาทไทย” เสียบแทน! เกมนี้ใครชนะ?

เมื่อมหาอำนาจอย่าง อินเดีย ออกมาแสดงท่าทีชัดเจนว่า "ไม่เอาเงินหยวน" ของจีนในการซื้อขายระหว่างกลุ่มอย่างเบ็ดเสร็จ เพราะความหวาดระแวงทางการเมืองและดุลการค้า

UN ชี้ผลกระทบทางเศรษฐกิจมหาศาลจากวิกฤตพลังงานโลก

แม้ว่าสงครามอิหร่านจะยุติลงในตอนนี้ และช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดอีกครั้ง แต่วิกฤตที่เกิดขึ้นก็ยืดเยื้อนานพอที่จะสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจทั่วโลกแล้ว

มีผู้นำดีประเทศและประชาชนก็จะร่ำรวยขึ้น มีผู้นำเลวประชาชนจะติดกับดักในความยากจน 

แหล่งน้ำมันเอกอฟิสก์ (Ekofisk) — หนึ่งในการค้นพบน้ำมันนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ — ถูกค้นพบแล้ว ประเทศเล็ก ๆ ที่เงียบสงบของชาวประมงและเกษตรกรกำลังจะกลายเป็นประเทศที่มั่งคั่งอย่างมหาศาล