หน้าแรกเสียงอิสระประชาชนคำตอบสุดท้าย…ไปดีกว่า   กุลยา  ตันติเตมิท ปิดสวิตซ์ชีวิตข้าราชการ

คำตอบสุดท้าย…ไปดีกว่า   กุลยา  ตันติเตมิท ปิดสวิตซ์ชีวิตข้าราชการ

เผยแพร่

spot_img

      ในที่สุด“ผีเสื้อเหล็ก”แห่งกระทรวงการคลัง…กุลยา  ตันติเตมิท ก็ตัดสินใจเด็ดขาด “ลาออกจากราชการ” โดยให้มีผล ๑ พ.ค.๒๕๖๙ เป็นต้นไป

      หนังสือลาออกจากราชการ ที่ส่งถึงมือลวรณ  แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง อุปมาเหมือนลูกศร ที่ถูกปล่อยสู่เป้าหมาย และบรรลุเป้าเรียบร้อย

      ปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง รับรู้แล้ว!!!

      ปฏิกิริยาสะท้อนกลับจากปลัดกระทรวงการคลัง ที่ให้กลับไปทบทวน เป็นแค่ “มารยาท” ตามวิสัยวิญญูชนทั่วไป…ไม่มีผลใดๆในทางปฏิบัติ

      สำคัญที่สุด คุณกุลยา เธอไม่มีวันบ้าจี้ กลับไปทบทวน แล้วเปลี่ยนใจจากลาออก เป็น ไม่ลาออกแน่นอน…

      คนเก่ง ไฮโปรไฟล์อย่างเธอ ที่มีดีกรีเศรษฐศาสตร์บัณฑิตเกียรตินิยม ระดับเหรียญทอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นนักเรียนทุนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ไปคว้าปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยบอสตัน และมหาวิทยาลัยแบรนไดส์ ก่อนที่จะได้ครอบครองปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์ ด้านเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยแบรนไดส์ ย่อมไม่ใช่ไก่กาที่จะก้มหน้ายอมรับกับ “ความเฮงซวย”ที่กรรโชกใส่เธอ ราวกับเธอเป็นเศษอิฐหินดินทราย….

      คนที่ร่ำเรียนมาขนาดนี้ จากสถาบันการศึกษาที่ไม่มีหน้าไหนกล้าตั้งปุจฉาด้อยค่า ผสมผสานกับผ่านประสบการณ์ทำงานมาโชกโชน…เวียนไปดำรงตำแหน่งอธิบดีในกระทรวงการคลังมาแล้วแทบจะครบทุกกรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมสรรพากร-กรมสรรพสามิต-กรมศุลกากร-กรมบัญชีกลาง-สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง….เธอเป็นมาหมดแล้ว และเป็นได้ดีไม่มีตำหนิซะด้วย

      เหลือเพียงตำแหน่งสูงสุดในกระทรวงการคลังเพียงตำแหน่งเดียวที่เธอยังไม่เคยได้เป็นคือ “ปลัดกระทรวงการคลัง” และเธอคิดวิเคราะห์ด้วยปัญญาญาณของเธอแล้วว่าภายใต้ปัจจัยแวดล้อม และสถานการณ์ที่จริยธรรม-คุณธรรมชำรุดยากแก่การซ่อมบำรุงเช่นนี้…โอกาสที่เธอจะได้รับการแต่งตั้งยากเย็นเข็ญใจยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา ทั้งที่เธอมีอายุราชการ”อาวุโสสูงสุด”-มีคุณสมบัติพร้อมที่สุด-เหมาะสมที่สุด

      นี่จึงเป็นที่มาของตัดสินใจ “ลาออกจากราชการ” ด้วยวัยเพียง ๕๓ ปี เพื่อไปใช้ชีวิตให้มีความสุข ไม่ต้องตกอยู่ในวังวนแก่งแย่งชิงดีกันอย่างน่าสมเพชเวทนา กับ “คู่แข่ง” ที่ต่ำศักย์-ห่างชั้นกับเธอลิบลับ

      กุลยา อาจจะเชี่ยวชาญการวิ่งมาราธอน-ฮาร์ฟมาราธอน..อาจจะชอบการดำน้ำลึกไปจ๊ะเอ๋กับวาฬ-ฉลาม แต่เธอเบื่อหน่ายกับการวิ่งเต้นตำแหน่ง

      หนทางข้างหน้าของเธอ นับจากวันที่ ๑ พ.ค.หลายคนอาจสงสัย…คนเก่งอย่างเธอจะไปไหน ?

      จับยามสามตานั่งทางในเดาว่าเธอจะถูก “นายเก่าที่เคารพนับถือ”คือสมชัย  สัจจพงษ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ที่เป็นต้นแบบการลาออกของเธอ ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย เทียบเชิญให้ไปทำหน้าที่กรรมการ ในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แทนที่ “ต้นสน” สันติธาร  เสถียรไทย ที่ลาออกไปรับตำแหน่ง ผู้ช่วยรมว.คลัง ตามคำเชิญของรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เอกนิติ  นิติทัณฑประภาส….

      ถือเป็นการสลับตัวกันได้สมน้ำสมเนื้อดีจัง

      ถามว่า…แล้วใครล่ะจะ”ส้มหล่น” ได้รับการเสนอชื่อเป็นปลัดกระทรวงการคลัง หลังจาก ลวรณ  แสงสนิท เกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้

      คำตอบน่าจะโฟกัสไปที่ข้าราชการชาย อายุใกล้ ๕๐ ปี มีความคุ้นชินกับการเล่นบท”ข้าราชการ-การเมือง” แม้อาวุโสในตำแหน่งราชการจะยังจัดชั้นอยู่ในขั้น”เบบี๋”อย่างยิ่ง

      เรื่องนี้ต้องเกาะติดห้ามกระพริบตา !!!

ศักดิ์ชัย  พฤฒิภัค

๓ เม.ย. ๒๕๖๙

ข่าวล่าสุด

ร้าน “ขายยา” จะถึงฉากอวสาน…หรือไม่ ?   20,000 กว่าร้านยังอยู่ -แต่กำไรถูกบีบ ทุนใหญ่กำลังเปลี่ยนเกม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินยอดขายธุรกิจร้านขายยาในปี 2567 ประมาณ 43,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน

เรื่องสั้น  “ตามล่า..มาเฟีย” |  “ชัยทัศน์”

เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์ร้ายที่กำลังซุ่มเงียบในป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยกิเลส ภารกิจขุดรากถอนโคนแก๊งยาเสพติดข้ามชาติที่ชื่อว่า "โทนี่" ลากยาวมาหลายเดือน ข้อมูลเดียวที่เขามีคือมันร่อนเร่ไปตามแหล่งบันเทิง และมี "นกต่อ" เป็นสาวสวยคอยกรองลูกค้าชั้นดี มันคือ “มาเฟีย..” ที่เขาต้องขจัดให้ได้

อนุทินเดินสาย ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์   สร้างความเชื่อมั่นนอกบ้าน  แต่อย่าทิ้ง..ต้องปัดกวาดบ้าน !

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 องคาพยพการทูต “อนุทิน” ข้ามสมุทรแปซิฟิก   รื้อฟื้นสะพานเชื่อมมหาอำนาจกลาง สู่เกมสมดุลพลิกเกมคานอำนาจโลก                            ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจโลกที่ทวีความตึงเครียด รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินเกมรุกทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกำหนดการเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ...

“ปิด-ล้าง-เลี่ยง-หยุด” 4 เกราะ..สู้ไข้หวัดใหญ่ 2.47 แสนราย

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 27 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสม 247,215 ราย เสียชีวิต 25 ราย ขณะที่โควิด-19 พบผู้ป่วย 36,246 ราย เสียชีวิต 5 ราย

ข่าวอื่นๆ

ซามูไรส่องคันฉ่องไทย  ทำไม 2+5 = 7

หลายวันก่อน มีการส่งต่อข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าอดีตประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ประจำประเทศไทย เคยวิจารณ์ “จุดอ่อนของคนไทย 10 ประการ”

บทเรียน จาก คดีลุงวิศวะ ถึง คดี ตชด. ยิง วิน

ยังเป็นเรื่องถกเถียงในสังคม เกี่ยวกับคดี ทะเลาะวิวาท ระหว่าง ตชด. กับ วินมอเตอร์ไซค์ จนนำไปสู่ความสลด เมื่อ ตชด. ยิงกระหน่ำ วินมอเตอร์ไซค์ เป็นเหตุเสียชีวิต เรื่องราว แบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ที่เรียกกันติดปากว่า "คดีลุงวิศวะ"

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...