SCMP รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีน-สหรัฐฯ โดยนายโรเบิร์ต รูบิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในสมัยประธานาธิบดีบิล คลินตัน ออกมาเตือนถึงผลกระทบร้ายแรงจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่าแม้ตัวเลขเศรษฐกิจในระยะสั้นอาจดูแข็งแกร่ง แต่ความเสียหายในระยะยาวต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟู
นายรูบิน วัย 87 ปี กล่าวผ่านวิดีโอลิงก์ในการประชุม Bund Summit ที่นครเซี่ยงไฮ้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 ตค.ว่า “นโยบายนี้ไม่ฉลาดอย่างยิ่ง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าสหรัฐฯ จะเดินหน้าต่อไปตามแนวทางเดิม” พร้อมเน้นย้ำว่า “หลายมาตรการของทรัมป์มีศักยภาพสร้างความเสียหายต่อเนื่องในระยะยาว เราต้องแก้ไขความเสียหายนี้ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาไม่น้อย” คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นในบริบทที่นโยบายภาษีของสหรัฐฯ กำลังสร้างความตึงเครียดทางการค้ากับจีนที่รุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลกและบรรยากาศการลงทุนระหว่างประเทศ
ต่อมาประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยเมื่อวันพุธที่ 23 ตค.ว่ามีกำหนดพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เกาหลีใต้ในช่วงการประชุม APEC ในสัปดาห์หน้า โดยกล่าวว่า “ผมคิดว่าจะมีดีลที่ดี ผมอยากให้เขาได้ดีลที่ดีสำหรับจีน แต่ต้องยุติธรรมสำหรับเราด้วย”
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ก็ทิ้งความไม่แน่นอนไว้ด้วยการกล่าวว่า “บางทีการพบกันนี้ก็อาจไม่เกิดขึ้น”
ก่อนหน้าการพบกันของผู้นำทั้งสองประเทศ กระทรวงพาณิชย์จีนได้ยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน จะพบหารือกับสกอตต์ เบสเซนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่มาเลเซีย ระหว่างวันศุกร์ที่ 24 ตค.ถึงวันจันทร์ 27 ตค. นับเป็นการเจรจาการค้ารอบที่ 5 ของปีนี้ และมีความสำคัญในฐานะการปูทางสู่การพบหารือระดับผู้นำ
สิ่งที่น่าสนใจในคำให้สัมภาษณ์ของนายรูบินคือการตั้งข้อสังเกตว่า กองทุนลงทุนทั่วโลกกำลังเริ่มประเมินใหม่ว่าควรกำหนดสัดส่วนเงินลงทุนในสหรัฐฯ มากน้อยเพียงใด ในสภาวะที่วอชิงตันยังดำเนินนโยบายท้าทายคู่แข่งทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลบั่นทอนทั้งขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวและสถานะของเงินดอลลาร์ในฐานะเงินสำรองโลก
“ในระยะยาว สหรัฐฯ ยังมีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูง แต่จำเป็นต้องเปลี่ยนแนวทางทางนโยบาย ซึ่งเป็นประเด็นการเมือง และในยุคทรัมป์ คงไม่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว” นายรูบินกล่าว พร้อมชื่นชมศักยภาพรากฐานของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งความพลวัตทางสังคม ฐานการผลิตขนาดใหญ่ และระบบการศึกษาและวิจัยชั้นนำ แต่ก็เตือนว่าการเมืองในปัจจุบันกลับกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญ
นอกจากประเด็นทางเศรษฐกิจและการค้า อดีตรัฐมนตรีคลังยังได้เตือนถึงความเสี่ยงใหม่จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ทั้งปัญหาการว่างงานและผลกระทบต่อการใช้พลังงานขนาดมหาศาล พร้อมเสนอมุมมองว่าหากโลกมีระบบความร่วมมือที่ดีกว่านี้ สหรัฐฯ และจีนควรร่วมกันหาแนวทางกำกับดูแลความเสี่ยงดังกล่าว “แต่การร่วมมือกันยังเป็นไปไม่ได้หากขาดความไว้วางใจ ปัจจุบัน สองประเทศนี้ต่างลังเล เกรงอีกฝ่ายจะได้เปรียบ” รูบินกล่าวสรุป
(#imctnews รายงาน)



