หน้าแรกข่าวรอบโลกจีนยกเลิกภาษีนำเข้า 53 ชาติแอฟริกา เมื่อสหรัฐฯปิด แต่จีนเปิด 

จีนยกเลิกภาษีนำเข้า 53 ชาติแอฟริกา เมื่อสหรัฐฯปิด แต่จีนเปิด 

เผยแพร่

spot_img

สงครามการค้าโลกย้ายสมรภูมิไปที่แอฟริกาได้อย่างไร?

สำนักข่าว RT รายงานว่า ในขณะที่วอชิงตันกำลังเปลี่ยนทิศทางไปสู่ลัทธิคุ้มครองทางการค้า (Protectionism) ปักกิ่งกลับสร้างระบอบสิทธิพิเศษทางการค้าใหม่สำหรับกลุ่มประเทศในแอฟริกา จีนกำลังปรับโฉมนโยบายการค้ากับแอฟริกาอย่างจริงจัง ในขณะที่สหรัฐฯ กระชับตลาดและเพิ่มข้อจำกัด จีนกลับเปิดตลาดของตนมากขึ้น 

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ยืนยันว่าจีนจะยกเลิกภาษีนำเข้าจากประเทศในแอฟริกา 53 ประเทศ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวทางการค้าครั้งใหญ่ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2026

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อจำกัดด้านภาษีศุลกากรที่กำหนดโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และการถกเถียงที่ดำเนินอยู่เกี่ยวกับอนาคตของกฎหมายว่าด้วยการเติบโตและโอกาสในแอฟริกา (AGOA) ซึ่งเป็นโครงการสิทธิพิเศษทางการค้าของสหรัฐฯ ที่ให้ประเทศในแอฟริกาสามารถเข้าถึงตลาดโลกได้โดยไม่ต้องเสียภาษี

โดยพื้นฐานแล้ว จีนกำลังสร้างระบอบสิทธิพิเศษทางการค้าใหม่ที่ผสมผสานองค์ประกอบของการเปิดเสรีภาษีฝ่ายเดียว ข้อตกลงกรอบความร่วมมือ และการขยายการเจรจาไปสู่ด้านอื่นๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป

มากกว่าแค่เรื่องภาษี

โครงการริเริ่มของจีนสามารถมองได้ว่าเป็นความพยายามที่จะผลักดันแอฟริกาออกจากการพึ่งพานโยบายการค้าของมหาอำนาจโลกเพียงอย่างเดียว และเปลี่ยนให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการทดสอบโมเดลความเป็นผู้นำระดับโลก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ท่าทีของอเมริกาเริ่มกลายเป็นสัญลักษณ์ของลัทธิคุ้มครองภาษี การประเมินระบอบการเข้าถึงตลาดเดิมใหม่ และการทำให้การค้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของวาระการเมืองภายในประเทศ 

ในทางตรงกันข้าม จีนพยายามที่จะยึดกุมตำแหน่งที่ได้เปรียบทางศีลธรรม โดยนำเสนอตัวเองว่าเป็นฝ่ายที่เปิดตลาด โดยเฉพาะสำหรับประเทศกำลังพัฒนาในกลุ่มซีกโลกใต้ (Global South)

แน่นอนว่าภายใต้วาทศิลป์นี้ย่อมมีผลประโยชน์ในทางปฏิบัติแฝงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างกระแสการค้า การเพิ่มอิทธิพล การสร้างมาตรฐานกฎเกณฑ์การเข้าถึงตลาด และท้ายที่สุดคือการสร้างความผูกพันทางเศรษฐกิจที่หยั่งรากลึกระหว่างพันธมิตรแอฟริกากับตลาดจีน

ในเดือนมิถุนายน 2025 จีนประกาศยกเลิกภาษีนำเข้าสำหรับรัฐในแอฟริกาเป็นครั้งแรก ในระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าที่ฉางซา มณฑลหูหนาน ได้มีการรับรอง “ปฏิญญาฉางซาว่าด้วยการรักษาความสามัคคีและความร่วมมือของซีกโลกใต้” 

จีนระบุว่าพร้อมที่จะขยายการปฏิบัติภาษีเป็นศูนย์ครอบคลุมรายการภาษี 100% ให้กับทั้ง 53 ประเทศในแอฟริกาที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน ซึ่งรายชื่อนี้ไม่รวม “เอสวาตินี” เพียงประเทศเดียว เนื่องจากยังคงมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน

สำหรับกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDC) ในแอฟริกา ได้ประกาศมาตรการเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงตลาดจีน ทั้งในด้านการตรวจสอบ การกักกันโรค และการบริหารศุลกากร  หมายความว่าจีนไม่ได้เสนอเพียงแค่การยกเว้นอากรศุลกากรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลดอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี (Non-tariff barriers) ซึ่งมักจะเป็นอุปสรรคทางการค้าที่สำคัญพอๆ กับตัวภาษีเอง

ความยืดหยุ่นของจีน

แนวทางของจีนมีความโดดเด่นเป็นพิเศษในด้านความสามารถในการหยิบยืมและปรับใช้รูปแบบที่ประสบความสำเร็จจากภายนอก โดยเฉพาะจากยุโรป ทั้งในแง่ชื่อและโครงสร้าง ข้อตกลงกรอบความร่วมมือของจีนมีความคล้ายคลึงกับข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (EPAs) ของยุโรป ที่เน้นการผสมผสานระหว่างการค้าและการพัฒนา พันธสัญญาที่ไม่สมมาตร และการพัฒนาการเจรจาอย่างค่อยเป็นค่อยไป

อย่างไรก็ตาม แนวทางของจีนไม่ได้เหมือนกับยุโรปเสียทีเดียว ในปัจจุบันมีความเป็นทางการน้อยกว่า และมุ่งเน้นไปที่ความยืดหยุ่นและการดำเนินกลยุทธ์ทางการเมือง ข้อมูลระบุว่า ณ เดือนกรกฎาคม 2025 มีการลงนามข้อตกลงกรอบความร่วมมือกับ 31 ประเทศในแอฟริกา และในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ก็ได้มีการลงนามข้อตกลงที่คล้ายคลึงกันกับแอฟริกาใต้

โครงสร้างนี้สามารถอธิบายได้ว่าเป็น “โมเดลแบบมอดูล” (Module Approach) โดยเริ่มจากการลงนามในข้อตกลงกรอบทั่วไป ตามด้วยเอกสารเฉพาะในด้านต่างๆ โดยเฉพาะในด้านที่ผลลัพธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจสามารถบรรลุได้ง่ายกว่า 

ข้อตกลงภาษีอาจทำหน้าที่เป็น “โครงการเก็บเกี่ยวระยะแรก” (Early Harvest Scheme) ที่ให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในทันที ทำให้จีนสามารถหลีกเลี่ยงการกระโดดเข้าสู่การเจรจาที่ซับซ้อนเกี่ยวกับการเปิดเสรีทางการค้าอย่างเต็มรูปแบบและสมมาตรตั้งแต่เริ่มต้น

ความพิเศษของโมเดลนี้คืออะไร?

แม้ว่าจีนจะเสนอสิทธิพิเศษเหล่านี้ฝ่ายเดียวอย่างเป็นทางการ แต่ในทางปฏิบัติ ข้อตกลงดังกล่าวนัยถึงการยอมอ่อนข้อบางประการเป็นการตอบแทนจากประเทศในแอฟริกา หรือที่เรียกว่า “ความต่างตอบแทนที่ไม่สมมาตร” (Asymmetric Reciprocity) ซึ่งทำให้โมเดลของจีนแตกต่างจากทั้งโมเดลสิทธิพิเศษฝ่ายเดียวแบบคลาสสิกและเขตการค้าเสรีระดับทวิภาคีมาตรฐาน ปักกิ่งได้ครองตำแหน่งอยู่ตรงกลาง คือสนับสนุน Global South และการพัฒนา ในขณะเดียวกันก็นำข้อเสนอทางภาษีเข้าไปอยู่ในตรรกะของการเจรจาที่ยึดเอาการยอมอ่อนข้อซึ่งกันและกันเป็นศูนย์กลาง

เป้าหมายทางเศรษฐกิจที่จีนมุ่งหวังผ่านนโยบายนี้ประกอบด้วย: การปรับเปลี่ยนกระแสการส่งออก: จูงใจให้ผู้ผลิตในแอฟริกาบูรณาการเข้ากับห่วงโซ่อุปสงค์และโลจิสติกส์ของจีนในระยะยาว

การปรับภาพลักษณ์ทางการเมือง: วางตัวเป็นพันธมิตรที่ไม่ได้สนใจแค่ทรัพยากรธรรมชาติหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังรวมถึงการยกระดับขีดความสามารถในการส่งออกของแอฟริกา

เสถียรภาพมหภาค: การขยายการส่งออกไปยังจีนช่วยให้ประเทศในแอฟริกามีรายได้เงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้น และลดความไม่สมดุลทางการค้าภายนอก

อิทธิพลทางภูมิเศรษฐศาสตร์: เสริมสร้างการใช้เงินหยวนและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐกิจแอฟริกากับมาตรฐานและระบบการเงินของจีน

นโยบายการยกเลิกภาษีนำเข้าจากแอฟริกาของจีนเป็นมากกว่ามาตรการทางการค้าที่แยกส่วน แต่มันคือส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่กว้างขึ้นในการสถาปนาจีนให้เป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจหลักของแอฟริกา ท้ายที่สุดแล้ว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของนโยบายการค้า แต่คือการต่อสู้เพื่อสิทธิในการกำหนดสถาปัตยกรรมใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างแอฟริกากับศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก

IMCT NEWS  24-03-2026

ที่มา https://www.rt.com/africa/635527-china-removes-tariffs-on-african-countries/

ข่าวล่าสุด

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ครม.ไฟเขึยว  คุ้มครองผู้บริโภค ซื้อออนไลน์คืนสินค้าได้

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ยกระดับสิทธิผู้ซื้อ กำหนดมาตรฐานการรับผิดชอบผู้ขายชัดเจนขึ้น (16 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .......

เตือนภัย พลิกโลก  เอลนีโญมาแล้ว !

ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ชัดว่า มีแนวโน้มทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และอาจกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย

ข่าวอื่นๆ

โลกในรอบสัปดาห์ (6–13 มิถุนายน 2569) 

สัปดาห์ที่ผ่านมา (6–13 มิถุนายน 2569) มีเหตุการณ์สำคัญระดับโลกเกิดขึ้นหลากหลายมิติ ทั้งเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ นวัตกรรม และมหกรรมกีฬาระดับโลก  ​* การเมืองและการทูต:  สัญญาณบวก "สหรัฐฯ-อิหร่าน" ท่ามกลางความผันผวน ​กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงจากคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์...

กรุงเทพมหานครคว้าอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2026 (Best Cities in Asia) 

ผลการประกาศรางวัล Readers' Choice Awards 2026 โดยนิตยสาร DestinAsianซึ่งสามารถเอาชนะเมืองท่องเที่ยวชั้นนำอย่างโตเกียว (อันดับ 2) และสิงคโปร์ (อันดับ 3) ได้สำเร็จ

คุก 24 ปี  อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินรับสินบน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ว่าศาลประชาชนในมณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน มีคำพิพากษาให้นายสือ หย่งซิน อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน รับโทษจำคุกเป็นเวลา 24 ปี ฐานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบขณะดำรงสมณเพศ...