หน้าแรกข่าวหน้าหนึ่งรวยแค่ไหนก็ทรุด! เจาะลึกวิกฤติค่าหมอ!

รวยแค่ไหนก็ทรุด! เจาะลึกวิกฤติค่าหมอ!

เผยแพร่

spot_img

เงินเฟ้อการแพทย์ไทยพุ่ง 10.8% หนักกว่าทั่วโลก เทียบราคา “น้ำเกลือ” ส่วนต่างตลาด 1,943% 

ดูเหมือนว่าในวันที่เราพยายามดูแลสุขภาพให้ดีที่สุด แต่สิ่งที่ “ป่วย” หนักกว่าร่างกายคนไทย อาจเป็น “กระเป๋าสตางค์” เมื่อรายงานล่าสุดจาก สภาพัฒน์ (สศช.) เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า เงินเฟ้อทางการแพทย์ของไทยในปี 2568 พุ่งสูงถึง 10.8% 

ซึ่งไม่ใช่แค่สูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไปของประเทศอย่างมหาศาลเท่านั้น แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่อยู่ที่ 10.3% อีกด้วย

นี่คือสัญญาณเตือนภัยว่า ต่อให้คุณรวยแค่ไหน หรือวางแผนการเงินมาดีเพียงใด หากต้องเข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลในปัจจุบัน “ความมั่งคั่ง” ของคุณอาจทรุดลงได้ในพริบตา

[ เปิดบิลช็อกโลก! เมื่อ “น้ำเกลือ-สำลี” ราคาทะลุเพดาน ]

ข้อมูลจากสภาพัฒน์ฯ สะท้อนภาพความจริงที่น่าตกใจผ่าน “ส่วนต่าง” ของราคาเวชภัณฑ์พื้นฐานในโรงพยาบาลเอกชน เมื่อเทียบกับราคาตลาดทั่วไป ซึ่งพบว่ามีการบวกเพิ่มในระดับที่ผู้บริโภคยากจะตั้งตัว 

– น้ำเกลือ (NSS 0.9%): ราคาตลาด 45 บาท แต่ใน รพ.เอกชน พุ่งไปถึง 919 บาท (ส่วนต่าง 1,943%)

– สำลีก้อน: ราคาตลาด 0.10 บาท แต่ใน รพ.เอกชน คิดก้อนละ 7 บาท (ส่วนต่างสูงถึง 6,900%)

– ถุงมือยาง: ราคาตลาด 2.50 บาท ต่อชิ้น แต่ใน รพ.เอกชน คิด 17 บาท (ส่วนต่าง 580%)

ทั้งนี้ ไม่เพียงแค่เวชภัณฑ์ แต่ค่าบริการทางวิชาชีพ และค่าธรรมเนียมแพทย์ ยังครองสัดส่วนสูงสุดถึง 45% ของค่ารักษาทั้งหมด ขณะที่บริการพื้นฐานอื่นๆ เช่น การให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ มีส่วนต่างราคาตั้งแต่ 50 บาท ไปจนถึง 10,140 บาท ตามแต่โครงสร้างต้นทุนและดุลยพินิจของแต่ละโรงพยาบาล

[ ทำไมค่าหมอไทยถึง “แพง” กว่าค่าเฉลี่ยโลก? ]

สภาพัฒน์ฯ ระบุถึง 3 ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนให้ต้นทุนการรักษาพยาบาลในไทยพุ่งทะยาน ได้แก่…

1. การลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง: รพ.เอกชนกว่า 92% เร่งนำเข้าเครื่องมือทันสมัย เช่น CT Scan, MRI และหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เพื่อยกระดับการแข่งขัน เมื่อลงทุนสูงจึงเกิดแรงจูงใจในการใช้งานเพื่อให้คุ้มทุน (Supplier-induced Demand) ซึ่งอาจนำไปสู่การตรวจที่เกินความจำเป็นในบางกรณี

2.สงครามดึงตัวบุคลากร: ปัญหาการขาดแคลนแพทย์และพยาบาลทำให้เกิดการแข่งขันด้านค่าตอบแทนที่รุนแรง ต้นทุนส่วนนี้จึงถูกส่งผ่านไปยังผู้ป่วยในรูปแบบค่าบริการที่สูงขึ้น

3. ข้อจำกัดของระบบรัฐ: เมื่อโรงพยาบาลรัฐเผชิญภาวะ “เตียงเต็ม” (บางจังหวัดสูงถึง 110%) และระยะเวลารอคอยนาน 5-8 ชั่วโมง ทำให้ผู้ป่วยที่มีกำลังซื้อไม่มีทางเลือก ต้องหันเข้าสู่ รพ.เอกชน แม้จะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าก็ตาม

คลิกอ่านต่อใน Comment 

#PersonalFinance #ThairathMoney  #การเงินดีชีวิตดี #ค่าหมอ #ประกันเหมาจ่าย #ร่วมจ่าย #ค่ารักษาพยาบาล #โรงพยาบาลเอกชน #ประกันสุขภาพ #น้ำเกลือ #เงินเฟ้อ

ข่าวล่าสุด

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย

ความสัมพันธ์ 170 ปี “ไทย-ฝรั่งเศส”   “การทูตเชิงรุก”ต้องดับฝัน กัมพูชา-ใช้ปารีสเคลมพรมแดน

ยุทธศาสตร์การทูตครั้งนี้คือ "ปฏิบัติการเชิงรุก" เพื่อนำข้อเท็จจริงปมพรมแดนและพื้นที่ทับซ้อน (OCA) ไปแสดงต่อประธานาธิบดี เอมานูเอล มาครง

 วิกฤต “โลกเดือด” สภาพอากาศสุดขั้วทุบสถิติใหม่ เตือนไทยรับมือน้ำสองขั้ว “แล้งจัด-ท่วมฉับพลัน”

องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ยุคของ "โลกร้อน" (Global Warming) ได้สิ้นสุดลงแล้ว และมนุษยชาติกำลังก้าวเข้าสู่ยุค "โลกเดือด" (Global Boiling) อย่างเต็มตัว ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่การที่อุณหภูมิสูงขึ้นทีละน้อย...

ไอเดียเด็ด…ห้ามรถไฟเข้ากรุง ?  แก้ปัญหาโศกนาฏกรรมอโศก-มักกะสัน

การแก้ปัญหาจุดตัดด้วยการยุติขบวนรถไฟเข้าเมืองหลวง จึงเป็นภาพสะท้อนของการบริหารจัดการที่อาจยังขาดความเข้าใจในวิถีชีวิตระดับฐานรากและหลักการพัฒนาผังเมืองสากลอย่างแท้จริง

ข่าวอื่นๆ

 วิกฤต “โลกเดือด” สภาพอากาศสุดขั้วทุบสถิติใหม่ เตือนไทยรับมือน้ำสองขั้ว “แล้งจัด-ท่วมฉับพลัน”

องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ยุคของ "โลกร้อน" (Global Warming) ได้สิ้นสุดลงแล้ว และมนุษยชาติกำลังก้าวเข้าสู่ยุค "โลกเดือด" (Global Boiling) อย่างเต็มตัว ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่การที่อุณหภูมิสูงขึ้นทีละน้อย...

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ทรงพระประชวร ฉบับที่ ๗

วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙ แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงพระประชวร ฉบับที่ ๗

ประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ

ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 5 (65/2569) (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2569) ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก...