วันศุกร์, เมษายน 17, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกปกิณกะเธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

เธอถูกแทง 30 ครั้งโดยชายสองคน แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ 

เผยแพร่

spot_img

ขณะนอนจมกองเลือด เธอเขียนชื่อผู้ทำร้ายลงบนพื้นทราย จับศีรษะและลำไส้ไว้ด้วยกัน แล้วคลานไปยังถนนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด

ในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1994 หญิงสาววัย 27 ปีชื่อ อลิสัน โบธา (Alison Botha) กำลังกลับถึงอพาร์ตเมนต์ของเธอในเมืองพอร์ตเอลิซาเบธ ประเทศแอฟริกาใต้ หลังจากออกไปพบเพื่อนตามปกติ

เธอไม่รู้เลยว่า นั่นคือจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์อาชญากรรมของประเทศ

ชายคนหนึ่งเข้ามาประชิดตัวพร้อมมีด เขาบอกเพียงว่า “ขอใช้รถแค่ชั่วโมงเดียว”

คำพูดนั้นไม่เป็นความจริง

เขาขับรถพาเธอไปรับผู้สมรู้ร่วมคิดอีกคน จากนั้นชายทั้งสอง ฟรานส์ ดู ทอยต์ (Frans du Toit) และทูอันส์ ครูเกอร์ (Theuns Kruger) พาเธอออกไปยังพื้นที่รกร้างนอกเมือง ทั้งคู่ในเวลานั้นกำลังอยู่ระหว่างการประกันตัวจากคดีข่มขืนก่อนหน้า

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น คือหนึ่งในเหตุการณ์ที่โหดร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์อาชญากรรมของแอฟริกาใต้

อลิสันถูกแทงที่ช่องท้องถึง 36 แผล อวัยวะภายในถูกฉีกออก ถูกปาดลำคอถึง 16 ครั้งจนเกือบขาด ชายทั้งสองทิ้งเธอไว้ในสภาพเปลือยเปล่า ท่ามกลางความมืด โดยเชื่อว่าเธอเสียชีวิตไปแล้ว

แต่เธอยังไม่ตาย

ในสภาพที่แทบไม่อาจพยุงศีรษะของตนเองได้ อลิสันตัดสินใจทำสิ่งหนึ่ง สิ่งที่อาจเป็นความหวังสุดท้ายของเธอ

ระหว่างการทำร้าย เธอได้ยินคนหนึ่งเผลอเรียกชื่อจริงของอีกคน โดยคิดว่าเธอคงไม่มีวันรอดไปบอกใครได้ และเมื่อพวกเขาจากไป ก็ยังเรียกชื่อกันอย่างเปิดเผย

ก่อนที่สติจะเลือนหาย อลิสันใช้แรงเฮือกสุดท้าย เขียนชื่อ “Frans” และ “Theuns” ลงบนพื้นทราย

ใต้ชื่อนั้น เธอเขียนอีกประโยคหนึ่งว่า

“I love Mom”

จากนั้น เธอเริ่มคลาน

ด้วยมือข้างหนึ่งประคองศีรษะ อีกข้างพยายามรวบอวัยวะภายในที่หลุดออกมา เธอคลานข้ามถนนดินไปจนถึงถนนลาดยาง

รถคันแรกหยุด…มอง…แล้วขับจากไป

รถคันที่สองหยุด และโทรเรียกความช่วยเหลือ

อลิสันถูกนำส่งโรงพยาบาล แพทย์ใช้เวลาผ่าตัดนานหลายชั่วโมง และในที่สุด เธอรอดชีวิต

แม้ยังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย ตำรวจก็นำภาพผู้ต้องสงสัยมาให้เธอระบุตัว และเธอก็ยืนยันได้ทันทีว่าเป็นชายทั้งสองคน

แพทย์เตือนว่า การพูดอาจทำให้เธอเสียชีวิต เนื่องจากหลอดลมเพิ่งได้รับการผ่าตัด แต่อลิสันยืนยันจะออกเสียงชื่อของพวกเขาด้วยตนเอง เพื่อให้คดีมีน้ำหนักมากที่สุด

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ฟรานส์ ดู ทอยต์ (Frans du Toit) และทูอันส์ ครูเกอร์ (Theuns Kruger) พวกเขาพบชายทั้งสองอยู่ที่บ้าน กำลังใช้มีดเล่มเดียวกับที่ก่อเหตุทาเนยบนขนมปัง และวางแผนจะลงมือกับเหยื่อรายต่อไปในวันเดียวกันนั้น

คำพิพากษาศาลตัดสินให้ดู ทอยต์รับโทษจำคุกตลอดชีวิต 3 กระทง

ครูเกอร์รับโทษจำคุกตลอดชีวิต พร้อมโทษเพิ่มอีก 25 ปี

ผู้พิพากษาระบุชัดว่า ทั้งสองควรถูกแยกออกจากสังคม “ตลอดชีวิต”

แต่เรื่องราวของอลิสันไม่ได้จบลงเพียงแค่การรอดชีวิต

เธอเขียนหนังสือ I Have Life ถ่ายทอดประสบการณ์ของตนเอง และกลายเป็นนักพูดที่เดินทางไปกว่า 30 ประเทศ เพื่อรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงทางเพศ

เรื่องราวของเธอยังถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ Alison ซึ่งทำให้ผู้คนทั่วโลกได้รู้จักความเข้มแข็งของเธอ

อย่างไรก็ตาม ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2023 ชายทั้งสองได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ได้แจ้งให้อลิสันทราบล่วงหน้า

เธอเขียนข้อความสั้น ๆ ว่า

“วันที่ฉันภาวนาไม่ให้มาถึง…ได้มาถึงแล้ว”

แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2025 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงราชทัณฑ์ของแอฟริกาใต้มีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัว และนำตัวทั้งสองกลับเข้าสู่เรือนจำอีกครั้ง

วันนี้ อลิสัน โบธา ยังคงมีชีวิตอยู่

ไม่ใช่เพียงในฐานะ “ผู้รอดชีวิต”

แต่ในฐานะเสียงที่ทรงพลังของผู้หญิงจำนวนมากที่ไม่อาจเล่าเรื่องของตนเองได้

เธอเคยถูกทิ้งให้ตาย

แต่สิ่งที่เธอเขียนไว้บนผืนทรายในคืนนั้น

กลับทำให้โลก…ไม่มีวันลืมเธอได้อีกต่อไป

เจาะเวลาหาอดีต 

อ้างอิง Some Amazing Facts

ข่าวล่าสุด

สหรัฐฯ เตรียมคืนภาษี 1.66 แสนล้านดอลลาร์! หลังศาลฎีกาชี้คำสั่งภาษีผิดกฎหมาย

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางแผนที่จะเริ่มใช้งานระบบสำหรับออกเงินคืนให้แก่ผู้นำเข้าชาวอเมริกันในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน เป็นเงินจำนวน 1.66 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความเป็นจริงทางเศรษฐกิจใหม่-จีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าสหรัฐฯ แล้ว 34% 

ตัวเลขขนาดเศรษฐกิจโลกในปีล่าสุดเผยภาพ “ความเป็นจริงใหม่” เมื่อจีนมีขนาดเศรษฐกิจตามกำลังซื้อใหญ่กว่าสหรัฐฯ ถึงหนึ่งในสาม และรัสเซียขยับขึ้นแซงทั้งญี่ปุ่นและเยอรมนี

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา

จับพุง สยบข่าว!

“บิ๊กเกรียง” ลงเครื่อง เดินเข้าจับเอว ทักทาย ให้กำลังใจ “แม่ทัพยูร” ที่กำลังถูกต่อต้านในพื้นที่ สยบกระแสข่าว คนละขั้ว ชายแดนใต้

ข่าวอื่นๆ

วันหยุดยาวแบบนี้ทีมงานของทีวีช่องต่างๆ ต่างทำงานกันอย่างหนัก

ช่องทางยูทูบ ก็เป็นสนามแข่งขันชิงคนดูกันอย่างคึกคัก ซึ่งในรอบ 3 วันพีคของเทศกาลสงกรานต์ 12-14 เม.ย.ที่ผ่านมา

KPI Poll | คลังความคิดจากเสียงประชาชน สู่เข็มทิศการเมืองไทย

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความนิยมและความคาดหวังต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในสายตาประชาชน”

เปลี่ยนบรรยากาศการประชุมให้มีพลัง

เปลี่ยนบรรยากาศการประชุมให้มีพลัง พร้อมบริการระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน ในราคาที่ควบคุมงบประมาณได้จริง!