วันจันทร์, มีนาคม 30, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตคนไทยรู้กันไหม ?

คนไทยรู้กันไหม ?

เผยแพร่

spot_img

ในช่วงสงคราม คนไทยอดอยากมาก เพราะเงินไทยใช้แลกกับชาวโลกไม่ได้ ไม่มีของเข้ามาขายในประเทศ ไม่มีเสื้อผ้า ทำสบู่ใช้จากขี้เถ้า

มีเพียงอาชีพกักตุน เกิดเศรษฐีใหม่ นายทุนไทย ที่ต่อมาเข้ายึดธนาคาร

ในปี 2487-88 กรุงเทพถูกทิ้งระเบิดโดยเครื่องบินราว 2,500 ลำ

สะพานพุทธฯสะพานเดียวที่เชื่อมกรุงเทพกับธนบุรีพัง ซ่อมเปิดใช้การได้ในปี 2493 

สถานีรถไฟพังหมด ตั้งแต่หัวลำโพง ธนบุรี – โกโบริตายที่นี่ บางซื่อ ทุกแห่ง รวมถึงทางรถไฟไปพม่า

โรงไฟฟ้าวัดเลียบถูกระเบิด ไม่มีไฟฟ้าใช้กันซีครับ

เรียกว่าระบบสาธารณูปโภค การขนส่งพังหมด

เรือจมไปร่วม 100 ลำ เครื่องบินของไทยปลอดภัย เพราะข้าศึกมองไม่เห็น

โดนทิ้งระเบิดข้างเดียวเพราะ ปตอ. ไทยยิงไม่ถึง 

บั้งไฟแสนก็ไปไม่ถึงเหมือนกัน

สงครามจบลงในปี 2488 ไทยยอมแพ้ ต้องทำสัญญากับออสเตรเลีย อังกฤษ ฝรั่งเศส จ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม

หลังจากนั้นก็เป็นเวลาซ่อมเศรษฐกิจ และจ่ายหนี้มหาศาล 

หนี้สงครามเยอะมาก ต้องจ่ายข้าวให้อังกฤษ 3 ล้านตัน

มีสัญญาห้ามขุด”คอคอดกระ”ด้วย 

ค่าเงินก็อ่อน ไม่มีรายได้ ญี่ปุ่นมาพิมพ์เงินฟรีไปมาก สมัย ร.๔ หนึ่งบาทเท่ากับหนื่งปอนด์เชียวนาครับ 

เอาว่าก่อนปี 2500 ประเทศไทยจนมาก แร้นแค้น ไม่มีถนน ไฟฟ้า น้ำประปา โรงพยาบาล หมอ พยาบาล โรงเรียน คือมีบ้าง เป็นบางที่ คนส่วนใหญ่อาศัยกระต็อบหลังคามุงจาก

มีปัญหาว่าข้าวจะไม่พอกิน ไก่ หมูเป็นของหายาก ใช้หนี้กันยาวนาน

จากปี 2475-2500 ไม่มีประวัติศาสตร์ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ มีเพียงประวัติบุคคล ใครทะเลาะกับใคร

ประเทศเสียเวลา เสียโอกาสมาก

ยุ่งอยู่กับการชำระหนี้ต่างชาติ

พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ขึ้นครองราชย์ในปี 2489 ในสถานการณ์ที่อันตรายมาก

อันตรายจากคนในรัฐบาล บ้างก็แนวฮิตเลอร์ บ้างก็แนวบอลเชวิก 

ทรัพย์สิน เช่น ที่ดินของพระมหากษัตริย์แถวรอบวังสวนจิตร สามเสน ศาลาแดง สีลม ถูกเอาไปขายแบ่งกัน

สถิติปี 2503 ที่ฝรั่งมาสำรวจให้ UN Escap ไทยมีรายได้ต่อหัวต่ำสุดในเอเซีย ต่ำกว่า มาเลย์ 4 เท่า ต่ำกว่าเวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า อินเดีย ฟิลิปปินส์

แค่ 2,000 บาทต่อคนต่อปี

ต่ำกว่าญี่ปุ่น 8 เท่า ญี่ปุ่นสร้างเครื่องบิน เรือรบ เหล็ก เป็นตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 แล้ว

รัชกาลที่ ๙ ในหลวงของเรา ทรงพลิกฟื้นสถานะไทยกับต่างประเทศ

สถานการณ์ยุคนั้นคือ 

ไทยต้องการมิตรประเทศเพื่อมาป้องกันอันตรายจากภัยคุกคามรอบบ้าน

ไทยต้องการเงินเพื่อมาลงทุนสร้างถนน น้ำ ไฟฟ้า เขื่อนกันน้ำท่วม การศึกษา โรงพยาบาล

ไทยต้องการให้มีการลงทุนสร้างอุตสาหกรรม และบริการ ขยายการเกษตร สร้างงานให้คน

ไทยต้องการการยอมรับนับถือจากต่างชาติ ให้คนลืมสงครามโลกครั้งที่สอง

ไทยต้องการพัฒนาให้เท่าเทียมประเทศเพื่อนบ้าน

ในหลวงเสด็จประพาสประเทศในตะวันตก 14 ประเทศ หกเดือนเต็ม พร้อมพระราชินี มี ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นแม่กองจัดการ ท่านผู้นี้เป็นแม่กองจัดการเสด็จต่างจังหวัดด้วย

โชคดีของคนไทย

พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ตรัสได้หลายภาษา อย่างดีมาก ทั้งอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน เข้าใจขนบธรรมเนียม  วัฒนธรรม และทรง witty แบบฝรั่ง ทั้งความสง่างาม ทุกสิ่งทุกอย่างไม่แพ้ใครในโลก 

ทรงน่าเกรงขาม แต่นุ่มนวล และเป็นมิตร ไม่มีคนไทยคนไหนทำได้ขนาดนั้น

การที่ทรงศึกษาที่สวิสนั้น คนยุโรปและอเมริกาถือว่าสุดยอดแห่งอารยธรรม  เป็นสังคมที่สร้างคนที่เข้าใจอารยธรรมหลากหลาย

ทั้งสองพระองค์มีพระบุคลิกภาพที่เป็นที่ชื่นชมของคนในทุกประเทศ สมเด็จพระนางเจ้านั้น ได้ชื่อว่าเป็นพระราชินีที่สวยที่สุดในโลก รูปถ่ายลงปกหนังสือพิมพ์ ออกทีวีกันมากมาย ตอนนั้นผมเป็นเด็กภูมิใจมาก

ทั้งสองพระองค์นั้นทรงเป็นนักการต่างประเทศ และนักการทูตที่ยอดเยี่ยมมากที่สุด ประสบการณ์นะครับ

ทรงมีพระ nobility มาก การเสด็จเยือนจึงได้ความเคารพนับถือจากประมุขประเทศ หัวหน้ารัฐบาล รัฐบาลต่างประเทศ

และที่สำคัญประชาชนของประเทศนั้นๆ ออกมารอรับกันเนืองแน่น ต้อนรับใหญ่โตมากๆ ข่าวกระจายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง

ในยุคนั้นสถาบันกษัตริย์ในยุโรปสูงส่งมาก นี่เป็นคุณต่อประเทศไทยที่มีสถาบันกษัตริย์

จากการเสด็จเยือนของทั้งสองพระองค์ ต่อมาประมุขและหัวหน้ารัฐบาลเหล่านั้นก็มาเยือนประเทศไทยอีก ชื่อประเทศไทยปักสง่างามบนแผนที่โลก

ต่อมา ทรงเสด็จเยือนประเทศในเอเซีย เมื่อทรงได้รับมาตรฐานระดับสูงลิ่วนั่น แถวเอเซียก็ต้อนรับยิ่งใหญ่มาก เชิงแข่งนิดๆ

คนไทยภูมิใจกันสุดๆ นี่คือการทูตที่ดีที่สุดของไทย

ยุคโลกสองขั้ว พระองค์ท่านช่วยให้ประเทศไทยยืนถูกข้าง ไม่ล้ม

สมัยพวกผมเรียนมหาวิทยาลัย ประธานาธิบดี กษัตริย์ หัวหน้ารัฐบาลต่างๆจะมา เมืองไทยกันถี่ยิบ สมเด็จพระนางเจ้าจะทรงตรัสในหอประชุมว่า “ข้าพเจ้าจะมีแขกมาเยือน ช่วยกันหน่อยนะ”

พวกผมก็ได้ทำประโยชน์เช่นไปยืนเข้าแถวรับบ้าง แปรอักษรบ้าง นั่งปรบมือในหอประชุมบ้าง 

ใครมากล่าวหาพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านแบบไม่รู้เรื่อง  คนไทยโกรธ เพราะพวกเราถือว่าเป็นงานของเราคนไทยทั้งชาติที่ช่วยกันทำ

ประเทศไทยได้อะไร

ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เรื่องไทยเป็นประเทศแพ้สงครามโลกครั้งที่สองร่วมกับญี่ปุ่น เยอรมัน อิตาลี่ หายไป

มีเงินช่วยเหลือหลั่งไหลเข้ามา พร้อมเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เขื่อนเจ้าพระยายุคนั้น 3,500 ล้านเอง ทุนเรียนนอกเยอะมาก

ตลาดสินค้าเปิด มีการลงทุนเข้ามามาก ตั้งแต่นั้น

การท่องเที่ยวก็เริ่มจากราว 1 ล้านคนมาจนปัจจุบัน

เป็นยุคของการฟื้นฟูอารยธรรม วัฒนธรรม อวดแขกเมือง แพร่ไปทั่วโลก

เป็นยุคที่ประมุขต่างประเทศเสด็จเยือนต่างจังหวัด เช่นเชียงใหม่ จนกลายเป็นเมืองระดับโลก

เป็นจุดเริ่มต้นของการมาทำข่าวประเทศไทยไปทั่วโลกครับ

คนรุ่นผมเรียนรู้จากการช่วยงานพระองค์ท่านกันทั้งประเทศ

เราจึงภูมิใจมาก ที่องค์พระประมุขของเราทรงฉลาด เยี่ยมยอด เปี่ยมความสามารถ

สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นพระราชินีผู้ครองราชย์ยาวนานที่สุดของโลกนะครับ

ความลับ

ที่ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดี เกิดอาเซียน 10 มั่นคงมานาน เพราะในหลวงครับ

จีนบอกว่าทรงเป็นผู้สร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสองแผ่นดิน

พระจักรพรรดิญี่ปุ่นนั้น ใกล้ชิดกับพระราชวงศ์ไทยมาก การลงทุนญี่ปุ่นจึงมากันเพียบ

ประธานบริษัทใหญ่ๆของญี่ปุ่นตัดสินใจลงทุนทันทีที่ได้เข้าเฝ้า 

ทรงปิดทองหลังพระให้คนไทยมากมายจริงๆ

ที่น่าประหลาด คือ ทั้งสองพระองค์ไม่เคยพูดว่าทรงทำอะไรให้ประเทศมากมายมหาศาลขนาดไหน

ทรงปิดทองหลังพระ

พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ กับการต่างประเทศ บุญวาสนาของคนไทยและประเทศไทย ในสถานการณ์ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

เมื่อนักข่าวต่างชาติถามในหลวงว่า ทำไมจึงไม่ค่อยยิ้ม

ทรงชี้ไปที่สมเด็จพระนางเจ้า แล้วบอกว่า

“That is my Smile”

ข่าวล่าสุด

“โสภณ” อดีตมือแก้วิกฤตน้ำมันยุคป๋าเปรม อัดรัฐบาลขึ้นราคาเอื้อนายทุน ปล่อยฟันกำไรสต๊อกเก่ากว่า 1.6 หมื่นล้าน ชี้ “น้ำมันไม่ขาด แต่ขาดความสุจริต”

นายโสภณ สุภาพงษ์ อดีตรองผู้ว่าการ ปตท. และผู้ก่อตั้งบริษัท บางจากฯ เจ้าของรางวัลรามอน แมกไซไซ ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันผ่านเพจเฟซบุ๊ก "วิถีคิด" อย่างดุเดือด โดยชี้ว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันล่าสุดโดยไม่มีการตรวจสอบสต๊อกเก่า เป็นการเปิดทางให้กลุ่มผู้ค้าน้ำมันและนักการเมืองกวาดกำไรจากประชาชนไปมากกว่า 16,000 ล้านบาทในทันที

“สูตรเด็ด ? ” ปลุกไทยประหยัดน้ำมัน “ครอบครัวละ 1 ลิตร” อนุทิน อ้างช่วยชาติวันละ 600 ล้านบาท ดีเดย์พ่วงงบ “คนละครึ่งพลัส” กู้ศรัทธาหลังเลิกตรึงราคา

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เปิดทำเนียบรัฐบาลจัดวง "Meet the Press" เพื่อเช็กอุณหภูมิความเดือดร้อนท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งพรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การหยิบยกตัวเลขสถิติมาสร้างแรงจูงใจแนวใหม่ ขอความร่วมมือให้ 10 ล้านครอบครัวไทยช่วยกันประหยัดน้ำมันเพียงครอบครัวละ 1 ลิตรต่อวัน

เรือไทย ดังข้ามโลก

ความภาคภูมิใจ ของ เรือไทย เมื่อ Red Bull เครื่องดื่มชูกำลัง แบรนด์ระดับโลก เลือก แม่น้ำเจ้าพระยา และ เรือสำราญสุดหรูของไทย Wonderful Pearl cruise เป็น โลเคชั่น ถ่ายทำโฆษณาชุดใหม่ ออกเผยแพร่ทั่วโลก

ชำแหละกำไรโรงกลั่น ? ลาภลอยบนหยาดเหงื่อ  และทางออกที่รัฐ (ต้อง) กล้าเลือก !

เมื่อหนี้ “แสนล้าน” เป็นของประชาชน แต่ส่วนต่าง “ แสนสุข" เป็นของทุนพลังงาน ? ต่อเนื่องจากวิกฤตการณ์ที่ กบน. ประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ทิ้งให้สังคมจมอยู่กับคำถามถึงความยุติธรรมในโครงสร้างราคา

ข่าวอื่นๆ

เพลง ” นางรอง ” ส่งให้ทูล ทองใจ ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน

เพลง " นางรอง " ขับร้องโดยทูล ทองใจ แต่งคำร้องและทำนองโดยครูพยงค์ มุกดา บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อปี 2506 ครูพยงค์ท่านรังสรรค์คำร้องได้อย่างยอดเยี่ยม

เพลง John Barleycorn Must Die ของวงร็อคอังกฤษ

เพลง John Barleycorn Must Die ของวงร็อคอังกฤษ Traffic เพลงนี้ออกจำหน่ายในปีพ.ศ. 2513 และในปี 2517 วงดนตรีคาราวาน โดย หงา สุรชัย ได้นำทำนองเพลงนี้มาใส่เนื้อเพลง ให้ชื่อเพลงว่า จิตร ภูมิศักดิ์

“อารยธรรมจีนที่พกติดตัวข้ามโลก”

สำหรับคนจีนในหลายชุมชน โดยเฉพาะชุมชนจีนโพ้นทะเล คำถามหนึ่งที่ได้ยินบ่อยเป็นพิเศษคือ “คุณแซ่อะไร”