หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตตระกูลเวชชาชีวะ : จากเรือใบเมืองจันทบุรี สู่ตระกูลการเมือง-การแพทย์

ตระกูลเวชชาชีวะ : จากเรือใบเมืองจันทบุรี สู่ตระกูลการเมือง-การแพทย์

เผยแพร่

spot_img

 ที่สลักชื่อไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ไท

หากจะเอ่ยถึงนามสกุลที่ทรงอิทธิพลและมีบทบาทเคียงคู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ชื่อของ ‘เวชชาชีวะ’ ย่อมถูกจัดอยู่ในลำดับต้น ๆ ไม่เพียงแต่ในฐานะตระกูลที่ผลิตนายกรัฐมนตรี แต่ยังเป็นสายธารแห่งความรู้ที่หยั่งรากลึกลงในวงการการแพทย์ การทูต วรรณกรรม และการเมืองท้องถิ่น

จากเสื่อผืนหมอนใบของชาวจีนฮากกา สู่การเป็นตระกูลที่ได้รับพระราชทานนามสกุลจากล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 นี่คือเรื่องราวของการเดินทางผ่านกาลเวลาของครอบครัวใหญ่ที่สมาชิกแต่ละรุ่นต่างมีทางเดินของตัวเอง แม้บางครั้งจะยืนอยู่คนละฝั่งของอุดมการณ์ก็ตาม

ต้นตระกูลผู้เลือกปักหลัก ณ จันทบุรี

จากการค้นหาข้อมูล พบว่าเรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้นจาก ‘จิ้นแสง’ พ่อค้าเรือใบเดินทะเลแห่งเมืองจันทบุรี ผู้เป็นต้นตระกูลเวชชาชีวะ (แม้ว่าในเวลานั้นจะยังไม่ได้ใช้นามสกุลนี้ก็ตาม) เขาเป็นลูกของ ‘เป๋ง’ (หรือเบ๋ง) ชาวจีนฮากกาที่หอบความหวังมาจากซัวเถา ก่อนจะพบรักกับ ‘เก๊กฮวย’ และมีพยานรักคือ จิ้นแสง หรือต่อมาจะเป็นที่รู้จักกันในชื่อ แสง เวชชาชีวะ

แสงสร้างตัวจนเป็นปึกแผ่นและสมรสกับพี่น้องตระกูลสุจริต โดยสมรสครั้งแรกกับ ‘เป้า สุจริต’ มีลูกด้วยกัน 1 คน ก่อนที่เป้าจะจากโลกนี้ ทิ้งแสงและลูกสาวตัวน้อยให้ใช้ชีวิตเพียงลำพัง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจแต่งงานครั้งใหม่กับน้องสาวของเป้า คือ ‘ชุมพร สุจริต’ และมีลูกด้วยกัน 4 คน คือ พระบำราศนราดูร, โฆสิต เวชชาชีวะ, ขุนประวิตรเวชชาชีพ (ประวิช เวชชาชีวะ) และสุพรรณ เอครพานิช ซึ่งทายาทของทั้งสอง ต่อมาจะกลายเป็นผู้วางรากฐานให้ตระกูลเวชชาชีวะ จนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2462 ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์ได้พระราชทานนามสกุลเวชชาชีวะ ให้แก่พระบำราศนราดูร (หลง เวชชาชีวะ) ขณะดำรงตำแหน่งแพทย์ประจำจังหวัดลพบุรี โดยคำว่า ‘เวช’ สื่อถึงบรรพบุรุษที่ประกอบอาชีพทางเวชกรรมสืบต่อกันมา ซึ่งสายสัมพันธ์และบทบาทของตระกูลนี้สามารถแบ่งออกเป็น 3 เส้นทางหลักที่น่าสนใจ

สายที่ 1: การแพทย์และการสาธารณสุข 

พระบำราศนราดูร ลูกชายคนโตของแสง ผู้วางรากฐานการสาธารณสุขไทย ท่านเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันบำราศนราดูรที่เราคุ้นชื่อกันดีในยามเกิดโรคระบาด ความสามารถของท่านเป็นที่ประจักษ์ ไม่ว่าจะขยับไปทางไหนทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ท่านคือผู้ทุ่มเทให้กับสาธารณสุขไทยอย่างแท้จริง

พระบำราศนราดูรแต่งงานกับ สุภาพ สัจวานิช โดยมีทายาทที่ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์ทางการแพทย์และงานราชการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เสรี เวชชาชีวะ อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (ผู้สมรสกับ ศ.มัลลี บุตรีของปราชญ์รัตนโกสินทร์อย่าง พระยาอนุมานราชธน) และ ศ.เกียรติคุณ นพ.ธีระ เวชชาชีวะ

สายที่ 2: ปัญญาชน การทูต และอำนาจรัฐ 

นี่คือสายที่โดดเด่นที่สุดในหน้าสื่อและประวัติศาสตร์การเมืองร่วมสมัย เมื่อ ‘โฆสิต เวชชาชีวะ’ (น้องชายพระบำราศนราดูร) แต่งงานกับ ‘สุเพี้ยน สัจวานิช’ มีบุตร-ธิดารวม 10 คน แต่จากการสืบค้นพบว่ามีทายาทที่กลายเป็นบุคคลระดับแถวหน้าของประเทศเพียง 3 คน โดยลูกของเขา ทั้ง ‘นิสสัย เวชชาชีวะ’ และ ‘วิทยา เวชชาชีวะ’ มีความโดดเด่นในด้านการทูต จนถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งใน ‘สามทหารเสือ’ แห่งบัวแก้ว

นิสสัยได้แต่งงานกับ ‘มารินา อิศรเสนา ณ อยุธยา’ ธิดาหลวงพิสูจน์พาณิชยลักษณ์ (หม่อมหลวงเพิ่มยศ อิศรเสนา) และมีลูกชายคือ ‘สุรนันทน์ เวชชาชีวะ’ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และอดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ไทยรักไทยและเพื่อไทย) แม้ว่าปัจจุบันจะหันมาทำธุรกิจร้านกาแฟ Brainwake Cafe และลาออกจากพรรคสร้างอนาคตไทยเมื่อปลายปี 2565 เพื่อดูแลแม่แล้วก็ตาม

ขณะที่ฟากฝั่งวิชาการและการเมืองคงไม่มีใครโดดเด่นไปกว่า ‘ศ.เกียรติคุณ นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้เป็นเสาหลักร่วมกับ ‘ศ.พญ.สดใส เวชชาชีวะ’ ในการบ่มเพาะทายาททั้ง 3 คนให้กลายเป็นบุคคลแถวหน้าของสังคมไทยในเวลาต่อมา

เริ่มต้นที่ลูกสาวคนโต ‘ศ.พญ.อลิสา วัชรสินธุ’ จิตแพทย์เด็กมือหนึ่ง (สมรสกับ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ) ผู้ส่งต่อดีเอ็นเอทางความคิดให้กับลูกชายทั้งสองอย่าง ‘อะตอม – พศุตม์’ และ ‘ไอติม – พริษฐ์ วัชรสินธุ’ นักการเมืองหนุ่มผู้โดดเด่นในนามพรรคประชาชน

ตามมาด้วยลูกสาวคนกลาง ‘งามพรรณ เวชชาชีวะ’ นักเขียนเจ้าของรางวัลซีไรต์ผู้ใช้ตัวอักษรร่ายมนตร์ในความสุขของกะทิ จนครองใจนักอ่านไปทั่วโลก และปิดท้ายด้วยลูกชายคนเล็ก ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ สุภาพบุรุษนักการเมืองผู้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทย 

ในสายนี้เรายังเห็นความน่าสนใจของความต่างทางอุดมการณ์ เมื่อ ‘สุรนันทน์ เวชชาชีวะ’ (ลูกของนิสสัย) เลือกเดินเส้นทางการเมืองในซีกไทยรักไทยและเพื่อไทย แม้ว่าจะเป็นลูกพี่ลูกน้องที่ยืนอยู่คนละฝั่งกับอภิสิทธิ์อย่างชัดเจน ขณะที่รุ่นหลานอย่าง ‘ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ’ ก็ก้าวข้ามจากพรรคประชาธิปัตย์ไปสู่บทบาทแกนนำในพรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) สะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นปัญญาชนที่ยึดมั่นในความคิดของตนเอง

สายที่ 3: เจ้าพ่อกระดุมทองและการเมืองท้องถิ่น 

ขุนประวิตรเวชชาชีพ (ประวิช เวชชาชีวะ) น้องชายอีกท่านหนึ่งของพระบำราศนราดูร แต่งงานกับ สมพงศ์ สัจวานิช ปักหลักสร้างฐานรากอยู่ที่เมืองจันทบุรีบ้านเกิด ทายาทของเขาคือ รศ.ประภัทรพงศ์ เวชชาชีวะ อดีต ส.ส.จันทบุรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, พงศ์ศักดิ์ เวชชาชีวะ, ประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ, ศศิพงศ์ อมาตยกุล, รัชนิพงศ์ เทิดวงส์ และ ภาณุพงศ์ เวชชาชีวะ

รศ.ประภัทรพงศ์ไม่ได้เป็นเพียงนักการเมือง แต่ยังเป็นที่รู้จักในนาม ‘เจ้าพ่อกระดุมทอง’ จากการเป็นผู้บุกเบิกสวนทุเรียนกระดุมทองเจ้าแรก ๆ ก่อนจะส่งไม้ต่อให้กับลูกชายอย่าง พงศ์เวช เวชชาชีวะ ที่เคยก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองรับใช้ชาวจันทบุรีในสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว

.

เวชชาชีวะจึงไม่ใช่แค่ชื่อสกุล แต่คือสถาบันทางสังคมที่หล่อหลอมมาจากรากเหง้าของชาวจีนโพ้นทะเล ผสมผสานกับจริตแบบปัญญาชนไทย ผ่านร้อนผ่านหนาวมาตั้งแตายุคเรือใบจนถึงยุคดิจิทัล

แม้ในวันนี้สมาชิกแต่ละคนจะแยกย้ายไปตามวิถีทางที่ตนเชื่อ ทั้งในโรงพยาบาล ในสถานทูต ในพรรคการเมืองที่ต่างขั้ว หรือแม้แต่ในคาเฟ่ร้านกาแฟ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านามสกุลนี้ได้จารึกรอยเท้าไว้บนผืนดินไทยอย่างสง่างามและยากจะลืมเลือน

หากจะนิยามนิยามความหมายของ ‘เวชชาชีวะ’ ให้แจ่มชัดที่สุด ‘เวช’ หมายถึงต้นตระกูลที่เป็นแพทย์ติดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน และ ‘ชีวะ’ คือลมหายใจแห่งชีวิต เมื่อสองคำมาบรรจบกัน นี่คงไม่ต่างจากพันธกิจของตระกูลที่มุ่งต่อลมหายใจให้สังคม ทั้งด้วยวิชาการรักษาและสติปัญญาที่เป็นเลิศ

เรียบเรียงข้อมูล : วันวิสาข์ โปทอง

ภาพประกอบ : คมชัด หมั่นการ

#ThePeople #Politics #Infographic #พระบำราศนราดูร #ต้นตระกูลการเมือง #เวชชาชีวะ #ประชาธิปัตย์ #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #ไอติมพริษฐ์ #จันทบุรี

ข่าวล่าสุด

เชียงใหม่,กรุงเทพ ฯ ติด “เมืองงามอันดับโลก”  ภาพสะท้อนเบื้องหลังยังสอบตกผุกร่อนด้วยทุนเทา-สแกมเมอร์

Travel + Leisure ประกาศให้ "เชียงใหม่" คว้าอันดับ 3 และ "กรุงเทพมหานคร" ติดอันดับ 6 เมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2569 คือยากระตุ้นหัวใจชั้นดีของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

อิจฉา…“คนรวย”  และ สงสาร…”คนจน”   มายาคติบน “กระดานเอียง..” ที่ไร้กติกา

“คนราย” กับ “คนจน” ปมปัญหาที่แท้จริงหาใช่เรื่องของบุญวาสนาหรือความเกียจคร้านไม่ แต่คือ “ความอยุติธรรมของกติกาเชิงโครงสร้าง” ที่เอื้อให้เกิดการผูกขาด ขัดขวางการขยับสถานะทางสังคม (Social Mobility)

2572 คลื่นความถี่  ทำ ”จอดับ“ หรือไปต่อ !  “ลดช่องทีวี” หรือ   “เพิ่มมือถือ” ? 

นับถอยหลังอีกเพียงไม่ถึง 3 ปี ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดินประเภทธุรกิจทั้ง 15 ช่องที่เหลือรอด จะสิ้นสุดอายุลงพร้อมกันในอัสดงแห่งปี พศ. 2572

เปิดปฏิบัติการ ถอดเกล็ดมังกร ทลายขบวนการ “พ่อทิพย์”

​เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 กรมการปกครอง สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ป.ป.ท. และ ป.ป.ง. เปิดยุทธการเข้าจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

ข่าวอื่นๆ

ดูหนัง ฟังเพลง (ตอนที่ 1)  My Fair Lady : เมื่อหนังเพลงพาเราย้อนมองโลกยุคจักรวรรดินิยม

หนังเพลงคลาสสิกเรื่อง My Fair Lady ไม่ได้เล่าเพียงเรื่องความรักของหญิงขายดอกไม้กับสุภาพบุรุษผู้ดีอังกฤษ แต่กำลังตั้งคำถามสำคัญว่า “มนุษย์มีคุณค่าเพราะกำเนิด หรือเพราะโอกาสที่ได้รับ”

 Time  ยกย่อง จีโน นักกอลฟ สาวไทยเป็นยอดนักกีฬา

นักกีฬาไทยคนหนึ่งได้รับเลือกจาก TIME ให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการกีฬาโลก จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา

กรมศิลปากรเปิดม่านโรงละครแห่งชาติ หลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่

สำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อให้โรงละครแห่งชาติมีคุณภาพทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในมาตรฐานของยุโรปที่นิยมใช้กันในโรงละครชั้นนำทั่วโลก