หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตท่านผู้หญิงขจร ภะรตราชา ผู้ถูกคัดเลือกไปเรียนการฝีมือที่ญี่ปุ่นสมัย ร.๖

ท่านผู้หญิงขจร ภะรตราชา ผู้ถูกคัดเลือกไปเรียนการฝีมือที่ญี่ปุ่นสมัย ร.๖

เผยแพร่

spot_img

เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๕ ช่วงนั้น ร.๖ ได้เสด็จประพาสญี่ปุ่น ระหว่างที่เสด็จกลับจากอังกฤษ ทรงเห็นความก้าวหน้าของงานหัตถกรรมและศิลปะญี่ปุ่น จึงมากราบบังคมทูล และรับสั่งกับสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ พระราชมารดาความว่า ถ้าสมเด็จมีเด็กที่มีแววทางนี้ก็น่าจะทรงส่งให้ไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเรียนจบกลับมาแล้วจะได้มาสอนคนไทยบ้าง

สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี ทรงเห็นชอบในพระราชดำริ จึงทรงเลือกกุลสตรี 4 คน ซึ่งประกอบไปด้วย คุณหลี, คุณพิศ, คุณนวล, และคุณขจร หรือท่านผู้หญิงขจร ภะรตราชา

ท่านผู้หญิงขจรกับคุณพิศ ไปเรียนวิชาปักสะดึง และวาดเขียนแบบญี่ปุ่น ส่วนคุณหลีและคุณนวล ไปเรียนการทำดอกไม้แห้ง

ในการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นสมัยนั้นมีอยู่ทางเดียวคือไปโดยเรือเดินสมุทร ซึ่งใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือน

ท่านผู้หญิงขจรเป็นธิดาของร้อยโทจร กับหวาน ทับเป็นไท เกิดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2433 บิดารับราชการในกองมหาดเล็ก รับใช้เบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างใกล้ชิดอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ด้วยเหตุนี้เมื่อท่านผู้หญิงขจรกำพร้าบิดาลงขณะอายุเพียง 10 เดือน สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพระกรุณาโปรดให้ท่านผู้หญิงขจรเข้ามาอยู่ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เข้าไปเป็นข้าหลวงและเป็นพระสหายของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่อายุได้ 7 ปี ทั้งยังมีพระเมตตาให้เรียนหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ครั้นเมื่ออายุได้ 13 ปี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้าพิธีโกนจุกกับเจ้านายชั้นหม่อมเจ้า ตามขนบประเพณีไทยสมัยนั้น ต่อมามีพระราชประสงค์จะส่งกุลสตรีไปศึกษาวิชาการช่าง ณ ประเทศญี่ปุ่น ก็ได้ทรงเลือกท่านผู้หญิงขจรซึ่งขณะนั้นอายุได้ 14 ปี พระราชทานทุนให้ไปเรียนวิชาเขียนภาพ ปักสะดึง และการฝีมือ นับเป็นหญิงไทยรุ่นแรกรวมสี่คนที่ได้ไปศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น จนอายุได้ 18 ปี ท่านผู้หญิงขจรจึงกลับมารับราชการฉลองพระเดชพระคุณโดยเป็นครูสอนวิชาการฝีมือ ณ โรงเรียนราชินี

เมื่ออายุได้ 22 ปี ท่านผู้หญิงขจรได้เข้าพิธีสมรสกับหลวงอภิบาลบุริมศักดิ์ (หม่อมหลวงทศทิศ อิศรเสนา) ต่อมาเป็นพระยาภะรตราชา (หม่อมหลวงทศทิศ อิศรเสนา) โดยสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ทรงสวมมงคลและประทานน้ำสังข์ นอกจากทำหน้าที่เป็นศรีภรรยาที่ดีงามแล้ว ยังเป็นมารดาที่ประเสริฐให้ความรัก ความห่วงใย อบรมดูแลบุตร-ธิดาอย่างใกล้ชิดสนิทสนม ให้การศึกษาอย่างดีที่สุด สั่งสอนให้อยู่ในคุณงามความดีในทุกวิถีทาง ทำให้ชีวิตของบุตร-ธิดาทุกคนประสบความสำเร็จภายใต้คุณธรรมด้วยดีทุกคน ท่านผู้หญิงขจรและพระยาภะรตราชา (หม่อมหลวงทศทิศ อิศรเสนา) มีบุตร-ธิดา 4 คน คือ

กัลย์ อิศรเสนา ณ อยุธยา

อายุส อิศรเสนา ณ อยุธยา

สุคนธา โบเยอร์

ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์ (อดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนจิตรลดา)

ท่านผู้หญิงขจรได้ปฏิบัติหน้าที่ของภรรยาที่ดีโดยครบถ้วนตลอดมา บำเพ็ญตนในทางที่ดีงาม สนับสนุนส่งเสริมและเป็นกำลังของสามีในทุกหน้าที่ของท่าน เมื่อสามีไปรับราชการเป็นผู้ดูแลนักเรียนในประเทศอังกฤษ ท่านผู้หญิงขจรก็ได้ให้ความอบอุ่นเป็นกันเองแก่บรรดาคนไทยที่ไกลบ้าน จนเป็นที่รักใครนับถือโดยทั่วไป 

เมื่อสามีกลับมาเป็นผู้บังคับการโรงเรียนวชิราวุธ ท่านผู้หญิงขจรก็รับดูแลสวัสดิการของนักเรียน ดูแลตกแต่งสถานที่ด้วยพื้นฐานวิชาศิลปะที่ท่านได้เล่าเรียนมา ทำให้โรงเรียนวชิราวุธซึ่งทรุดโทรมลงเต็มทีในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง กลับมีชีวิตแจ่มใสงดงามเป็นสง่าแก่ผู้พบเห็นขึ้นอีกวาระหนึ่ง ในด้านสังคมสงเคราะห์

ท่านผู้หญิงขจรก็เข้าร่วมกิจกรรมตามความเหมาะสมเสมอมา เช่น เป็นอาสากาชาด เป็นกรรมการสมาคมไทย-ญี่ปุ่น อยู่หลายสมัย ร่วมในคณะบำเพ็ญประโยชน์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ร่วมในการบำเพ็ญกุศลประโยชน์ในกิจการแห่งพระพุทธศาสนา ทำนุบำรุงสถาบันต่าง ๆ เพื่อความยั่งยืนถาวรแห่งศาสนาและสังคมไทยที่ดีงาม 

ในด้านความจงรักภักดีต่อพระราชวงศ์นั้น ท่านผู้หญิงขจรถือเป็นเรื่องสำคัญที่ใกล้จิตใจเป็นที่สุดตลอดชีวิต เมื่อเธอได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าชั้นสายสะพายนั้นครั้งหนึ่ง และได้เข้ารับพระราชทานน้ำสังข์จากพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสอายุครบแปดรอบ อีกครั้งหนึ่ง ประมาณสองเดือนก่อนที่เธอจะถึงแก่อนิจกรรม เป็นวาระสุดท้ายที่ยังความปลาบปลื้มอบอุ่นใจในพระมหากรุณาธิคุณเป็นที่สุด

( ที่มา เจาะเวลาหาอดีต -เรียบเรียงและRestore ภาพ)

ข่าวล่าสุด

ประกาศเป็นทางการ  เตือนทั่วโลกเอลนิโญรุนแรงมาก

ประกาศเป็นทางการแล้ว NOAA ออกประกาศเตือนทั่วโลก ถึงภัยขั้นรุนแรง จาก “เอลนีโญ” ซึ่งมาแล้ว และมีโอกาส 63% จะเป็นซูเปอร์เอลนีโญ

ปปช. ชู…”ไม่รับ ไม่ให้ ไม่สน” 

แคมเปญประชาสัมพันธ์และกองทุนล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ภายใต้คำขวัญอันเฉียบคมว่า “ไม่รับ ไม่ให้ ไม่สน”

ประเทศไทย ในรอบสัปดาห์( 13-20 มิ.ย.)

​* สถานการณ์ในประเทศ - ​เหตุผนังอุโมงค์รถไฟดอยหลวงถล่ม: เกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อผนังอุโมงค์ดอยหลวง (โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือ) เกิดพังถล่มลงมาทับคนงาน ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้แสดงความเสียใจและเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมตรวจสอบหาสาเหตุโครงสร้างถล่มอย่างเร่งด่วน - ​เฝ้าระวังตึกทรุดใกล้วัดไตรมิตรฯ: เจ้าหน้าที่ทำการสั่งปิดกั้นพื้นที่ 5 คูหา...

โลกในรอบสัปดาห์ ( 13-20 มิ.ย.) 

โลกจับตาไปที่ ข้อตกลงยุติสงคราม สหรัฐ-อิหร่าน ขณะที่ ประเด็นสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และสังคม มีหลายประเด็นน่าติดตาม  ​1. วิกฤตการณ์ตะวันออกกลางและข้อตกลงนิวเคลียร์ (US-Iran & Israel-Hezbollah) ​สัปดาห์นี้มี * สถานการณ์พลิกผันครั้งใหญ่ในตะวันออกกลาง หลังจากมีรายงานว่าอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์สามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้สำเร็จเมื่อวันที่...

ข่าวอื่นๆ

ดูหนัง ฟังเพลง (ตอนที่ 1)  My Fair Lady : เมื่อหนังเพลงพาเราย้อนมองโลกยุคจักรวรรดินิยม

หนังเพลงคลาสสิกเรื่อง My Fair Lady ไม่ได้เล่าเพียงเรื่องความรักของหญิงขายดอกไม้กับสุภาพบุรุษผู้ดีอังกฤษ แต่กำลังตั้งคำถามสำคัญว่า “มนุษย์มีคุณค่าเพราะกำเนิด หรือเพราะโอกาสที่ได้รับ”

 Time  ยกย่อง จีโน นักกอลฟ สาวไทยเป็นยอดนักกีฬา

นักกีฬาไทยคนหนึ่งได้รับเลือกจาก TIME ให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการกีฬาโลก จึงไม่ใช่เรื่องธรรมดา

กรมศิลปากรเปิดม่านโรงละครแห่งชาติ หลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่

สำหรับการปรับปรุงซ่อมแซมเพื่อให้โรงละครแห่งชาติมีคุณภาพทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดอยู่ในมาตรฐานของยุโรปที่นิยมใช้กันในโรงละครชั้นนำทั่วโลก