วันจันทร์, มีนาคม 30, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกวัฒนธรรม ชีวิตผ้าม่วงทึ่ใช้นุ่งโจงกระเบนในสมัยก่อนนั้น เหตุใดจึงเรียกว่าผ้าม่วง

ผ้าม่วงทึ่ใช้นุ่งโจงกระเบนในสมัยก่อนนั้น เหตุใดจึงเรียกว่าผ้าม่วง

เผยแพร่

spot_img

 เคยสงสัยหรือไม่ว่า ผ้าที่เรียกว่าผ้าม่วงทึ่ใช้นุ่งโจงกระเบนในสมัยก่อนนั้น เหตุใดจึงเรียกว่าผ้าม่วงทั้งๆที่ไม่ได้มีเฉพาะสีม่วงแต่มีหลายหลากสี

 สาเหตุที่เรียกผ้าม่วงก็เพราะผ้าไหมชนิดนี้สั่งทำมาจากเมืองจีน เป็นผ้าที่ทอมาจากโรงงานในเมือง “หม่วง” ในมณฑลเซี่ยงไฮ้ประเทศจีน ชื่อนี้จึงถูกเรียกเพี้ยนเป็นผ้าม่วงหรือก็คือผ้าจากเมืองหม่วงนั่นเอง ทำนองเดียวกับที่คนไทยเรียกผ้าที่ทอมาจากเมืองอัมดาหวาด (Amdavad) แคว้นคุชราต ว่าผ้าย่ำมะหวาดหรือผ้าวิลาส ซึ่งเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมพิมพ์ลายดอกไม้แบบตะวันตกที่ทำจากเมืองอัมดาหวาด (Amdavad) หรืออาเมดาบัด (Ahmedabad) ในรัฐคุชราต ประเทศอินเดีย (ผ้านี้เคยเป็นที่นิยมใช้ในราชสำนักสยามอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง) ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการเปลี่ยนมาใช้ผ้าม่วงแทนผ้าสมปักหรือผ้าสมปักปูมที่เคยใช้สำหรับเป็นเครื่องแบบขุนนางและถูกยกเลิกไป ทรงกำหนดให้ใช้ผ้าม่วงเป็นเครื่องแบบสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางแต่งในเวลาเข้าเฝ้าหน้าพระที่นั่ง หรือในเวลาออกแขกเมืองหรือมีการงานใหญ่ เช่นงานกฐินพระราชทาน หรือถ้าต้องแต่งเต็มยศอย่างใหญ่ก็ให้ใช้ผ้าม่วง

 ตามภาพ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร์ ราชเลขานุการินีในพระองค์พระพุทธเจ้าหลวง ทรงนุ่งผ้าม่วงโจงกระเบน ส่วนที่ทรงยืนอยู่เบื้องพระหัตถ์ขวาของเสด็จฯคือพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ต้นราชสกุล อาภากร ซึ่งขณะนั้นยังมิได้ทรงกรม ภาพนี้ฉายคราวพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จชวา

หมายเหตุ: “ผ้าสมปักปูม” คือผ้าไหมชนิดหนึ่งมีดอกเป็นตาๆ คำว่า “ปูม” หมายถึง ขอบผ้าที่เป็นตาๆอยู่ด้านข้างของท้องผ้า ผ้าชนิดนี้เป็นผ้าที่ขุนนางในราชสำนักสยามได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ เพื่อใช้เป็นเครื่องยศของขุนนางหรือผู้ที่รับราชการอันมีบรรดาศักดิ์ชั้นยศต่างๆกัน ใช้นุ่งเฉพาะเวลาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเวลาทรงออกว่าราชการปกติหรือในพระราชพิธีที่สำคัญเท่านั้น ลวดลายบนผืนผ้าสมปักปูมสามารถใช้จำแนกลำดับชั้นยศของบุคคลที่ได้รับพระราชทานได้

ขอบคุณภาพจากเพจ Thai classic

ข้อมูลบางส่วนจาก AI (ที่มา ภาพเก่าในอดีต)

ข่าวล่าสุด

“โสภณ” อดีตมือแก้วิกฤตน้ำมันยุคป๋าเปรม อัดรัฐบาลขึ้นราคาเอื้อนายทุน ปล่อยฟันกำไรสต๊อกเก่ากว่า 1.6 หมื่นล้าน ชี้ “น้ำมันไม่ขาด แต่ขาดความสุจริต”

นายโสภณ สุภาพงษ์ อดีตรองผู้ว่าการ ปตท. และผู้ก่อตั้งบริษัท บางจากฯ เจ้าของรางวัลรามอน แมกไซไซ ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์การแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันผ่านเพจเฟซบุ๊ก "วิถีคิด" อย่างดุเดือด โดยชี้ว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันล่าสุดโดยไม่มีการตรวจสอบสต๊อกเก่า เป็นการเปิดทางให้กลุ่มผู้ค้าน้ำมันและนักการเมืองกวาดกำไรจากประชาชนไปมากกว่า 16,000 ล้านบาทในทันที

“สูตรเด็ด ? ” ปลุกไทยประหยัดน้ำมัน “ครอบครัวละ 1 ลิตร” อนุทิน อ้างช่วยชาติวันละ 600 ล้านบาท ดีเดย์พ่วงงบ “คนละครึ่งพลัส” กู้ศรัทธาหลังเลิกตรึงราคา

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เปิดทำเนียบรัฐบาลจัดวง "Meet the Press" เพื่อเช็กอุณหภูมิความเดือดร้อนท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งพรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การหยิบยกตัวเลขสถิติมาสร้างแรงจูงใจแนวใหม่ ขอความร่วมมือให้ 10 ล้านครอบครัวไทยช่วยกันประหยัดน้ำมันเพียงครอบครัวละ 1 ลิตรต่อวัน

เรือไทย ดังข้ามโลก

ความภาคภูมิใจ ของ เรือไทย เมื่อ Red Bull เครื่องดื่มชูกำลัง แบรนด์ระดับโลก เลือก แม่น้ำเจ้าพระยา และ เรือสำราญสุดหรูของไทย Wonderful Pearl cruise เป็น โลเคชั่น ถ่ายทำโฆษณาชุดใหม่ ออกเผยแพร่ทั่วโลก

ชำแหละกำไรโรงกลั่น ? ลาภลอยบนหยาดเหงื่อ  และทางออกที่รัฐ (ต้อง) กล้าเลือก !

เมื่อหนี้ “แสนล้าน” เป็นของประชาชน แต่ส่วนต่าง “ แสนสุข" เป็นของทุนพลังงาน ? ต่อเนื่องจากวิกฤตการณ์ที่ กบน. ประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ทิ้งให้สังคมจมอยู่กับคำถามถึงความยุติธรรมในโครงสร้างราคา

ข่าวอื่นๆ

เพลง ” นางรอง ” ส่งให้ทูล ทองใจ ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน

เพลง " นางรอง " ขับร้องโดยทูล ทองใจ แต่งคำร้องและทำนองโดยครูพยงค์ มุกดา บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อปี 2506 ครูพยงค์ท่านรังสรรค์คำร้องได้อย่างยอดเยี่ยม

เพลง John Barleycorn Must Die ของวงร็อคอังกฤษ

เพลง John Barleycorn Must Die ของวงร็อคอังกฤษ Traffic เพลงนี้ออกจำหน่ายในปีพ.ศ. 2513 และในปี 2517 วงดนตรีคาราวาน โดย หงา สุรชัย ได้นำทำนองเพลงนี้มาใส่เนื้อเพลง ให้ชื่อเพลงว่า จิตร ภูมิศักดิ์

“อารยธรรมจีนที่พกติดตัวข้ามโลก”

สำหรับคนจีนในหลายชุมชน โดยเฉพาะชุมชนจีนโพ้นทะเล คำถามหนึ่งที่ได้ยินบ่อยเป็นพิเศษคือ “คุณแซ่อะไร”